จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

~~%~@ ดีส อีส อะ บล็อก @~%~~
อยากให้รอบๆตัวมีแต่ความรัก เมตตา อบอุ่น ไม่เบียดเบียน ไม่แก่งแย่ง ชิงดี อยากให้ทุกๆคนมีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น...

13/11/2009 GMT 7

เรื่องที่ไม่มีใครอยากรู้ (ต่อ)....

noop @ 22:47

....ก็ไม่ต้องรอคอยให้ผิดหวังใดๆทั้งสิ้น เพราะแค่พอเค้ารับสายเท่านั้นแหละ เค้าก็หวานใส่เราทันที กำลังคิดถึง คนสวย จำเสียงได้ อะไรต่ออะไรสารพัด พูดกันเข้าไป ขนาดกำลังนั่งรถคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำอีกอำเภอนึงนะ ยังมีอารมณ์พูด เออ ก็เค้ารู้ว่าเราแพ้ทางนี่นะ ช่างเหอะ เราก็คุยไม่นานเท่าไหร่ ก็..อยากได้ยินเสียงเค้าเหมือนกัน เสียงแบบแมนๆอ่ะ แต่ออดอ้อนบอกไม่ถูก ช๊อบชอบ มันจะแหบก็ไม่เชิงจะชัดก็ไม่ชัด เสียงแบบ อืมม ฟังแล้วอยากฟังอีก เค้าก็บอกเรานะว่า เคยมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันบอกว่าเค้าเป็นคนเสียงหล่อ ก็จริงนะเราว่า

....นักบิน ทอ. อือ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักนักบินคนนึง กำลังจะไปได้อยู่แล้วเชียว คุยกันดีมาก แต่วันนึงเรานึกเอะใจไงไม่รู้ เลยยิงคำถามตรง "แต่งงานยังคะ" จบ ทุกอย่างจบที่คำถามนี้คำถามเดียวเลย แน่นอน วาสนาบารมีเราคงตะกายไปไม่ถึงเครื่อง F5 ของ ทอ.หรอก เค้าแต่งงานแล้ว เชอะ! สมน้ำหน้าตัวเอง อ๋อ ไม่หรอก เรากลับสงสารตัวเราเองมากกว่า เจอกี่คนที่เข้ามา เหมือนให้ความหวังใหม่ๆ แต่สุดท้ายจะจบแบบเจ็บปวดทุกที แต่ก็อยากด่ามันเหมือนกันนะ มันเห็นเราเป็นอันดับสองที่อยากจะพูดเพ้อ จีบเล่นไป แต่ความจริงในใจมันมีแต่ผู้หญิงอีกคนที่มันจัดอันดับไว้เหนือเรา มันมีสิทธิ์อะไรคิดกับเราแบบนั้น เราพูดกับมันไปตรงๆ ว่าอย่าพยายามบิวท์เลย เราไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่มันคิดหรอก

.......เมื่อตอนเที่ยง หนุ่มไฟว์คนนั้นก็โทรมาหาเราอีก เราเริ่มกลัวแล้ว เราไม่อยากติดเค้า เค้าน่ะไม่ผิดหรอกที่จีบเรา หวานกับเราเพราะเค้ายังมีแฟนได้อีก เค้าเป็นมุสลิม แต่เราสิ ชอบยังไงก็ต้องเก็บอาการไว้ เกร็งจนเมื่อยไปหมด กลัวเค้าจะรู้หมดทั้งใจเรา มันก็มีสองอย่างนะ ถ้าเค้าอ่านเราเข้าใจหมด เค้าเบื่อแน่ๆและก็คงไปทันที อีกอย่างเค้าคงสะใจที่ทำให้ผู้หญิงคนนึงที่เค้าบอกว่าชอบ หลงเพ้อไปกับเค้าได้ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นก็รู้ว่าเค้าแต่งงานแล้ว สรุปแมร่งเลวพอๆกะไอ่นักบินนั่นเลย เอ๊ะ ทำไมเราจบแบบนี้วะ...

เรื่องที่ไม่มีใครอยากรู้....

noop @ 22:31

....สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาเราเดินทางบ่อยจริงๆ เรื่องงานนี่แหละไม่ใช่ไปเที่ยวอะไร เพื่อนร่วมทริปก็มีทั้งน่าเบื่อไมน่าเบื่อปนๆกัน มีอยู่สองวันในนั้นที่เราไม่ค่อยสบาย ปวดหัวมากๆแบบไมเกรน แต่ก็ต้องฝืนนั่งประชุม ตั้งแต่เช้า ตามตารางบอกว่าจะเลิกเกือบๆทุ่มนึง แต่สภาพเราไปต่อไม่ได้แล้ว พอซักบ่ายสามโมงเราก็ต้องแอบออกมานอน คือหน้าห้องประชุมมันจะมีชุดโซฟารับแขกอ่ะ เราก็เลือกเก้าอี้นุ่มๆพนักพิงสบายๆตัวนึงแล้วก็หลับเลย ไม่ไหวแล้ว ตาจะลืมไม่ขึ้นปวดหัวมาก....

....แต่ทริปอื่นๆก็โอเคนะ พอได้ แล้วเดี๋ยววันอาทิตย์นี้ก็ต้องไปพบลูกค้าที่ชลบุรีอีก ก็ต้องอดทนนะ เพื่อเงิน อืมม... ช่วงนี้เราค่อนข้างตามใจอารมณ์ตัวเองมากๆ ไม่ค่อยฝืนเพื่อให้ถูกหลักธรรมเหมือนเมื่อก่อน รู้สึกได้เลยว่าคล้ายๆจะเป็นคนไม่ดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่ระวังไม่ค่อยพูดวิจารณ์ใคร ก็กลายเป็นคนเปิดประเด็นเองในบางเรื่อง เพียงแต่จะคุยเฉพาะเพื่อนสนิทสองคนเท่านั้น แต่ก็ถือว่าผิดอยู่ดี เพราะเริ่มวิจารณ์คนอื่นก่อน และจากที่ระวังไม่โทรหาหนุ่มที่เคยชอบกันแต่แต่งงานแล้ว ก็กลายเป็นโทรไปคุยกะเค้าก่อน ไอ่สิ่งที่เคยอดกลั้นอดทนไม่โทรไปเป็นนานสองนาน ก็ไม่สนใจ ทำตามความรู้สึกตัวเอง จะระวังก็แค่ไม่ให้มันเกินเลยมากเท่านั้น ก็คือแค่คุยโทร

......จากที่ลดการนอนดึกลงไปได้ ก็เริ่มกลับมาดึกอีก ติดไฟว์ติดหนุ่ม อืม ลืมเล่าให้ฟัง หนุ่มในไฟว์ที่เราบอกว่าหวานกับเรามากๆอ่ะ มันแต่งงานแล้ว แต่ก็ยังแอบส่งข้อความแบบที่เค้ารู้อยู่แล้วว่าต้องได้ใจเราแน่ๆอ่ะ นั่นแหละส่งมาค่อนข้างบ่อย เราเอง นะ..อย่างที่บอก ทำตามความชอบของตัวเองเลยช่วงนี้ พอเค้าขอเบอร์ บอกว่า..."ผมไม่เคยได้ยินเสียงเลย อยากได้ยินสักครั้งก่อนตาย..." โอว ลิเกเอ๊ยย แต่เราก็ชอบนะ เลยให้เบอร์ไปเค้าก็โทรทันทีเหมือนกัน จากวันนั้นเราก็ไม่เคยโทรหาเค้านะ จนช่วงที่เค้าหายไป ก็เรื่องคดีโน่นนี่อะไรของเค้านี่แหละ หายไปเลย ตอนนั้นเราเศร้ามากอ่ะ ไม่มีคนพูดอะไรหวานๆ ไม่มีคนเอาใจใส่อย่างเค้าเลย แล้วเราก็กลัวเค้าจะไม่กลับมาอีกเหมือนที่เราเคยบอกในบล็อกไงว่าดวงเราไม่เคยมีใครคบได้นาน เราเลยเอาวะ ถึงไม่โทร อย่างน้อยส่งข้อความไปถามก็ยังดีว่าจะเลิกคุยกันแล้วใช่ไหม ปรากฏว่าผ่านไปกี่วันไม่รู้ เค้าตอบกลับมาว่า งานเค้าเยอะมาก แต่ถ้าเราคิดถึงเค้าก็โทรหาได้ นั่นแหละ ประโยคนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เราเข้มแข็ง เราจะคิดทันทีเลยว่า อ่าว แล้วทำไมคุณไม่โทรหาชั้นเองล่ะ แสดงว่าไม่คิดถึงชั้นใช่มั้ย แล้วเราก็จะหยิ่งต่อไป ไม่มีทางโทรหาเค้า แต่...ตอนนี้ เรากลายเป็นคนที่เรียกร้องความเอาใจใส่ ความอบอุ่นใจมาก เราเลยโทรไปหาเค้า แต่ก็...ยังไว้ฟอร์มคือให้เลยไปสักสองวันที่ได้รับข้อความ แล้วค่อยโทร ก็ไม่รู้มันจะช่วยให้ดูดีอะไรได้บ้างรึเปล่านะ แต่ก็ทำยังงั้นไปแหละ

04/11/2009 GMT 7

สวัสดีตอนเช้า...

noop @ 07:48

....ไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกหลายวันเพราะมัวแต่ไปทำไฟว์ คุยกับหนุ่มๆ ความจริงก็มีเรื่องที่อยากเล่าเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีพลังจะเขียนอะไรยาวๆ บางเรื่องก็ลืมรายละเอียดไปแล้วด้วย คืออย่างตอนเราขับรถหรืออาบน้ำ เราก็มักจะคิดไอเดียได้ว่ามีอะไรฮาๆบ้าง ว่าจะเอามาเขียน แต่พอวันเวลาผ่าน มันก็ลืมๆไปได้ คงต้องหาเวลา แต่มันจะมีเหรอ เพราะโปรแกรมงานเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความรัก.. เราตอบด้วยเพลงนี้แล้วกัน..

26/10/2009 GMT 7

เลิกรึยัง....

noop @ 15:40

….คืนที่เราเขียนบล็อกถึงเค้าว่าเดี๋ยวนี้เค้าทอดทิ้งเรา ไม่ออนเอ็มแล้ว ก็ปรากฏว่าเค้าออนคืนนั้นพอดี เชื่อมั้ย คุยกันได้สักพักนึงเราก็แบบอึดอัดใจอ่ะ ไม่อยากแอบจิตแล้ว พอมีช่วงให้พูด เราก็ลองสุ่มเสี่ยงคำถามไป คือเราพูดกับเค้าว่าเราไม่สบายใจนะที่คุยกับเค้าแบบหวานๆถ้าหากว่าเค้าไม่โสดแล้ว ประมาณนี้อ่ะ เค้าก็ไม่ตอบเราว่ามีแฟนหรือไม่มีนะ โคตรบ้าเลย คงเห็นว่าเราไม่ได้ถามตรง ก็เลยไม่จำเป็นต้องตอบมั้ง ไม่แมนเลยหว่ะ เราเองก็ไม่กล้าด้วยอ่ะที่จะถามตรงๆ ก็อย่างที่เคยบอกว่าทำไม เลยทำเป็นว่าเหมาไปเลยว่าเค้ามี หวังว่าเค้าคงจะปฏิเสธถ้าเค้ายัง แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า เค้าไม่ตอบเราอ่ะ ทำเป็นยิ้ม คือเค้าชอบทำสัญลักษณ์แบบยิ้มๆ มันยิ่งทำให้เราเซ็งมากขึ้นไปอีก รู้งี้กรูถามตรงไปเลยดีกว่า ถ้ามันจะรู้ว่าเราถามเพราะชอบมัน ก็ช่าง จะได้รู้คำตอบแล้วหลุดพ้นเลย แต่..อย่างว่านะคนเรามันชอบคิดซับซ้อน ก็เลยมีอีกเหตุผลนึงคือถ้าเราถามไป แล้วเกิดเค้าก็ชอบเราอยู่ แต่เพิ่งจะเริ่มๆ ไอ้คำถามประเภทว่ามีแฟนรึยัง นอนกับเมียใช่ป่าวเมื่อคืน แทนที่จะดี อาจกลับกลายเป็นการโยนระเบิดใส่บ้านเค้าก็ได้ กรรมของเวร เราเลยยังไม่ถามอ่ะ

......ผลที่เกิดขึ้น อายมากที่จะสารภาพว่า เรากลายเป็นฝ่ายรอง เป็นมวยรองซะแล้ว เพราะเราต้องกลายเป็นคนที่รอ ไม่รู้เค้าจะเข้ามาเม้นท์อีกมั้ย ไม่รู้จะยังสานต่อรึเปล่า แหม๋..แต่อันนี้ก็อยากจะถุยใส่หน้าตัวเอง เพราะคืนที่คุยเอ็มก่อนจะแยกกันไปนอนน่ะ เราก็บอกเค้าว่า “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” คือเหมือนจะลาเค้าไปเลยอ่ะ แต่ตอนนี้ เจือกจะมาคร่ำครวญ รอคอย เฮ้อ..คนเรา เนี่ย วันนี้ก็ยังไม่มีสักเม้นท์นึง นี่ถ้าเค้าเล่นแผน แกล้งทรมาน หายไปจากเราสักเดือนนึง โอย..โลกนี้คงหม่นหมองน่าดู จะกินอะไรลงมั้ยวะ เศร้า เหมือนการที่เราไม่อยากจะผิดศีลธรรม เราจึงไม่ยอมเอาความถูกต้องของชีวิตไปแลกกับการแค่ได้ฟังคำหวานๆจอมปลอมไปวันๆ บางที ที่เราฟุ้งซ่านนี่ อาจจะเป็นช่วงแรกของความรู้สึกเสียดาย สูญเสียความอบอุ่นใจที่เคยได้ เลยเหมือนรู้สึกต้องการเค้ามากเพิ่มเป็นสองเท่า แต่..เมื่อเราผ่านความเจ็บปวดมาได้สักพักนึง เราคงทำใจสบายๆได้ เหมือนเรื่องของต้นข้าว อืม.. การเป็นคนดีบางครั้งต้องแลกกับความสุขส่วนตัว ต้องแลกด้วยการยอมเจ็บปวดใจ ตัดใจ อดกลั้น ทำไปเพื่ออะไรวะ สงสัยตัวเองจริงๆ.....

24/10/2009 GMT 7

เหนื่อยทำใจ....

noop @ 22:53

.....ความจริงวันสองวันนี้เราเหนื่อยมากเลยนะ มีหลายอย่างต้องทำ แต่ยังไม่เล่าหรอก เอาไว้วันหลัง วันนี้อึดอัดใจเรื่องหนุ่มในไฟว์เราคนนึง ขอบอกเลยว่ามันทำให้เราเซ็ง เครียดนะ จำได้มั้ยที่เราเคยบอกว่าเราชอบเค้าหน่ะ และเราก็คิดว่าเค้ามีใจนะ ดูจากหลายๆอย่าง โอเคแหละเรารู้จักเค้าแค่ทางเน็ท อย่างมากก็คุยเอ็มกัน ไม่เคยคบเกินไปกว่านี้ แต่มันก็พอจะรู้สึกได้นะว่าเค้าก็ชอบที่จะคุยก้บเรา และบางคำพูด อืมม จะพูดไงดีอ่ะ มันเหมือนเค้าทอดสะพานนิดๆนะ และที่เราชอบมากๆก็คือเค้าไม่เคยหายไปจากไฟว์เราเลยนะ มาเม้นท์ให้ตลอด ถึงแม้ช่วงที่เค้างานยุ่ง คือเค้าอยู่3จชต.นะ ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย แต่พองานเสร็จเมื่อไหร่ เค้าก็เข้ามาคุยกับเราตลอด เราเลยอดจะหวั่นไหวไม่ได้ว่าเค้าน่าจะชอบเราอยู่บ้าง อีกอย่างนึง ในไฟว์ของเค้าก็มีเราเป็นเพื่อนคนเดียวนะ ไม่มีใครอื่น....

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....จนเมื่อไม่นานนี้ เราเริ่มรู้สึกว่าเค้าแปลกๆไป มันเหมือนกับว่าเค้าไม่ได้แคร์เราคนเดียวอีกแล้ว จากที่เค้าเคยมารอเราออนเอ็มแทบทุกวัน แต่เด๋วนี้ก็ไม่มาอีกเลย ทั้งๆที่ช่วงนี้เค้าได้พัก ไม่มีคดี ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่ว่าขนาดต้องไปตรวจพื้นที่ตอนตีสาม เค้ายังเข้ามาคุยเอ็มกับเรา เน็ทเค้าก็ไม่ค่อยดี หลุดเป็นสิบครั้งอ่ะ แต่เค้าก็ยังพยายามออน และมีวันนึงเค้าก็พูดชวนให้เพ้อยิ่งขึ้นไปอีก เราถามว่าเค้าทำไรอยู่ เค้าก็บอกว่าทำงาน เราเลยบอกว่าเรารบกวนรึเปล่า เค้าตอบว่า ไม่หรอก เพราะที่เค้าออนเอ็มไปด้วยก็เพราะรอ...นี่แหละ เนี่ยมันหวานขนาดนี้ เราก็เลย....

.......แต่อย่างที่บอก ตอนนี้เราเริ่มเสียเซลฟ์ รู้สึกว่าเค้าไม่ค่อยแคร์เราแล้ว ไม่ออนเอ็ม วันเดียวก็ไม่ออน และที่ทำให้รู้สึกหน้าแตกแบบเงียบๆ ก็คือ ตอนที่เราออนอยู่ ตอนนั้นเค้าก็กำลังเล่นเน็ทอยู่นะ แต่เราไม่รู้หรอก มารู้แบบได้เห็นจริงๆก็เพราะเค้ามาเม้นท์ในไฟว์เราหน่ะ แล้วมันก็เลยมีข้อความเตือนให้เรารู้ว่าเค้าส่งมาตอนนั้นพอดี แต่..เค้าไม่ได้ออนเอ็ม เค้าแค่ส่งไฟว์ เรารู้สึกว่าหน้าชาๆนะ เหมือนกับว่าก็เค้าเคยออนทุกวันนี่ แล้ววันนี้เค้าอาจจะรู้ว่าเราออนอยู่ แต่ก็ไม่แม้แต่จะเข้ามาทักเรา พูดภาษาชาวบ้านก็คือกรูไม่สน ประมาณนั้น

.......การแสดงออกของเค้า มันทำให้เราคิดขั้นไกลกว่าอีก คือ เค้าอาจจะไม่โสดจริงเหมือนอย่างที่บอก เพราะคนที่โสดเมื่อเจอคนที่คุยกันได้ดี มันมักจะตามผลงานจนกว่าจะถึงตอนจบว่าเฟลรึไม่ นี่เราพูดจากเรื่องจริงๆที่เราก็เคยรู้จักหนุ่มๆหลายคนนะ ส่วนใหญ่มันจะคุยเอ็มทุกวันจนกว่าจะรู้ว่าไปกันไม่ได้จริงๆน่ะแหละถึงจะหยุด แต่เค้า..เข้ามาบ่อยมากในไฟว์เรา แต่ไม่ออนเอ็มอีกเลย จนเราเริ่มรู้สึกว่าถ้าเค้ามีแฟนแล้ว เราก็ไม่ควรจะคุยหยอกล้อกันต่อไป เพราะมันคงทุเรศอ่ะนะ ที่จะมาบอกว่า คิดถึงนะ เป็นห่วง ดูแล เทคแคร์อะไรๆกันแบบนี้ ก็ไม่ได้เป็นแฟนกัน จะมาหวานในไฟว์แล้วกลับไปอยู่กับเมียที่บ้านงี้เหรอ ไม่ใช่พิมพ์นิยมสำหรับเราแน่ๆ แต่..ทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร จะบอกตรงๆว่าเราเองก็ไม่กล้าถามเค้า เพราะยังตัดใจจากที่ชอบเค้ามาคุยในไฟว์เราทุกวันๆไม่ได้ เรากลัวว่าพอรู้ความจริง แล้วก็เจื่อนกันไป ไฟว์ก็กลายเป็นกระดานประจานความตอแหล ของผู้ชายแอบแฟนมาพร่ำเพ้อกับผู้หญิงที่ไม่รู้ประวัติของเค้ามาก่อนอย่างเรา อีกอย่าง เค้าคงหัวเราะเยาะเราน่าดู ที่แอบฝันเพราะเค้าคือสเปค ในขณะที่เค้ามีเมียสามร้อยกว่าคน อะไรแบบนี้ จะทำไงดีวะ

.......ถ้าอยู่ดีๆไปถาม เค้าก็คงรู้ไก๋เราหมดว่า นั่นแนะ แอบชอบกรูอยู่ละซี้.. รึไม่ ถ้าดีหน่อย คือถ้าเค้ายังไม่มีใคร เค้าก็อาจจะแค่รู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้ทำไมมันรีบถามจังวะ มันกลัววันหมดอายุอะไรเหรอ ลำบากใจมาก ทุกวันนี้ที่เราคุยกับเค้า ก็แค่โต้ตอบคารมแบบแอบจีบกันแฝงๆอยู่ เนี่ยเป็นแบบนี้ ซึ่งเราบอกตรงๆว่าเริ่มไร้สาระ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ไอ่เม้นท์แซวกันไปวันๆไม่รู้มันจะเกิดจุดหมายปลายทางอะไร ความจริงเราอยากจะเดินไปบอกเค้าเลยว่า ชั้นชอบคุณนะ เพราะคุณเหมือนแบบที่ชั้นชอบ แต่ถ้าคุณมีใครแล้ว ก็ห่างๆดีกว่า โน่นไปยืนไกลๆ เดี๋ยวเสร็จงานแล้วชั้นจะตามไปทีหลัง เอ๊ย!ม่ายช่ายยย จะบอกว่าชั้นไม่อยากยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้วทุกรูปแบบ มันเหมือนคุณเอาเปรียบชั้นอยู่ คุณอยากจะจีบจะพูดหวานๆให้ความหวังชั้นยังไงก็ได้ เพราะคุณมีคนของคุณอยู่แล้ว คุณแค่ลองเสน่ห์ ถ้าชั้นไม่ติด คุณก็ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าชั้นติด คุณก็หัวเราะใส่ชั้น ไอ่บ้า เฮ้ย มันคิดยังงี้จริงป่าววะ ตกลงมันมีแฟนรึไม่มีกันแน่ ไม่กล้าถาม โฮ้ย อึดอัด เครียด เซ็ง กรูอยากจะบ้าตาย

22/10/2009 GMT 7

นั่งคิด....

noop @ 14:52

......ทุกอย่างย่อมมีหนทางของมัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเริ่มต้นมาดีหรือไม่ดีอย่างไร ท้ายที่สุดมันจะจบแบบที่มันต้องจบ ถึงแม้ว่าเราจะเหนี่ยวรั้ง ยึดยื้อ ฝืนให้มันเป็นอย่างที่ต้องการได้บ้าง แต่ความสุขที่ได้รับมันจะไม่คงอยู่ตลอด ไม่ช้าก็เร็วเราจะต้องกลับมาเผชิญกับความรู้สึกเดิม กลับมาหยุดยืน ณ จุดเดิมอีกครั้ง นั่นคือ การต้องทำใจให้กล้าหาญ ยืนมองสิ่งต่างๆที่กำลังจะเดินไปสู่จุดจบของมัน ตามหนทางที่มันต้องเป็น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เราต้องยอมรับกับสิ่งที่เราไม่ได้เลือกนั้นให้ได้..

......อืม ไม่มีอะไรหรอก เราแค่อยากพูดเตือนตัวเองไว้ เพราะตอนนี้เริ่มมองเห็นเค้าอะไรบางอย่างลางๆแล้วว่า เรากำลังจะต้องเผชิญกับเรื่องเจ็บปวดอีกครั้ง ทฤษฎีที่น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ คือเมื่อเราตั้งเดบิต ”ความหวัง” ไว้ครั้งใด จงอย่าลืมใส่บาลานซ์เครดิต ด้วย “ความผิดหวัง” คู่กันทุกครั้ง ตามหลักวิชาบัญชีคู่เบื้องต้นระดับปริญญาตรี.....

18/10/2009 GMT 7

วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน.....

noop @ 23:23

......ออฟฟิศหยุดหนึ่งวัน แต่เรามีงานของลูกค้าที่ต้องทำต่อ ก็นั่งทำไปเรื่อยๆ สามสี่ชั่วโมงละมั้งถึงเสร็จก็ส่งข้อมูลทางเน็ทไป พอตอนเย็นๆลูกค้าแจ้งกลับมาว่าได้รับข้อมูลแล้ว เออ เร็วดีแฮะ.. วันนี้เราก็ทำงานบ้านไปด้วย ล้างตู้เย็น แล้วก็เอาผ้าขี้ริ้วต่างๆในบ้านนี่แหละ รวมๆแล้วเอาไปซัก วันนี้ฝนไม่ค่อยตก แดดก็แรงพอได้ เลยซักหลายผืนเลย ผ้าเช็ดเท้าด้วยสามผืน ว่าจะเอารถไปล้าง แต่..ไม่เอาดีกว่า ประหยัดหน่อย รถก็ยังไม่ได้เลอะอะไรมาก นี่หน้าฝนด้วย เดี๋ยวก็เปรอะ

......เรื่อง Hi5 ของเรา อืมม หนุ่มคนนั้น ไม่รู้สิ อาจเป็นเพราะเค้ามีบางอย่างตรงกับสเปคที่เราตั้งไว้ละมั้ง งานของเค้านั่นแหละที่เราชอบ โคตรแมนเลย ออกแนวบู๊นิดๆ เราว่า เราอาจตกหลุมพรางเค้าก็ได้นะ เพราะเวลาคุยกันเค้าจะ.. เหมือนกับว่า “หวาน” อ่ะ บอกไม่ถูก เหมือนเอาใจใส่เรา และเราก็ชอบซะด้วยสิ เราคงอยากเป็นคนสำคัญสำหรับเค้ามั้ง อยากเป็นคนที่เค้าคิดถึงอยู่ตลอด แต่โลกของความจริงมันคงไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เค้าอาจมีใครอยู่แล้วก็ได้ เพราะเราก็พอจะรู้มาว่า เค้าก็มีสาวๆมาชอบหลายคน แต่คนไหนตัวจริงเราไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย

.......อาทิตย์หน้าแล้วสินะที่ต้องไปทำงานชลบุรี ไปเช้ากลับค่ำ ทนไปเหอะสามสี่เดือน ถ้าโชคดีคงมีคนมาเปลี่ยน แปลกนะ ทั้งๆที่วันนี้ค่อนข้างทำงานสำเร็จหลายอย่าง แต่เหมือนใจมันไม่สดชื่นเลย อยากหัวเราะแต่ก็ไม่มีเรื่องอะไรขำสักเรื่อง เป็นอะไรนะ....

13/10/2009 GMT 7

No Rest For The Wicked....

noop @ 13:06

....ไม่ได้อัพบล็อกหลายวัน แค่เข้ามาเปลี่ยนเพลงเฉยๆ ไม่ได้เบื่อเขียนเรื่องหรอกนะ แต่เหมือนถ้าจะเขียนอะไรที่เป็นเรื่องราวยาวๆหน่อย มันต้องมีพลังมากกว่านี้อ่ะ ก็ผ่านไปหลายวัน มีทั้งเรื่องสุขและเรื่องเกือบสุข บางเรื่องก็เริ่มซะอย่างหวาน แต่พอท้ายๆกลับเฝื่อนขม นี่แหละชีวิต อย่าไปหลงยึดติดกับอะไร ทั้งคำก่นด่า ทั้งคำเยินยอ สุดท้ายก็ค่าเท่ากัน คือ “ไม่มีความหมาย” words without meaning

…..อยากจะลาออกจากงาน ไม่รู้สิ เบื่อคน เบื่อสภาพกดดัน คำพูดทิ่มแทง มันคงจะเรียกว่าสาสมนะ ถ้าเราไปทำใครเค้าก่อนแล้วโดนเข้าบ้าง แต่นี่.. แม่งมาจากไหนไม่รู้ อยู่ดีๆก็ปากมอม เราต้องฝึกอภัยวันละหลายรอบกับคนพวกนี้ เบื่อ ถ้าลาออกไปอยู่ที่อื่นได้คงจะเป็นอะไรที่สมใจเรามาก อย่างว่าแหละนะ อนาคตที่ยังไม่เจอเราก็มักจะคิดว่ามันน่าจะดี ทำให้เราหลุดพ้นประมาณนั้น ซึ่งความจริงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่มีใครรู้ แต่กรรมจะรู้..

.....ช่วงนี้ เราก็ไปทำไฟว์ด้วย ไฮไฟว์อ่ะ ก็ไปหัดตกแต่งโน่นนี่ เหมือนได้อยู่กับตัวเอง ถึงจะเป็นการยึดติดอย่างนึง แต่อย่างน้อยก็ได้อยู่เงียบๆไม่ต้องพูดอะไร ใช้สื่อสารทางภาษาแทน มีหนุ่มคนนึงบอกว่าชอบสไลด์รูปเรา อืม เราก็ชอบเค้านะ แต่มันคงไปไม่ได้สักเท่าไหร่หรอก เคยเห็นท้องฟ้าที่แจ่มใส แล้วอยู่ดีๆก็มีเมฆดำลอยมาบังมั้ย นั่นแหละ ถ้ามีลมพัดให้กลุ่มเมฆลอยหายไป ฟ้าก็จะกลับมาสดใสเหมือนเดิม แต่ถ้าลมไม่พัด สักพักฝนจะตก เหมือนใจเราตอนนี้มั้ง ฝนตกในใจไม่ยอมหยุด มีเรื่องนึงด้วยที่เรากลัว กลัวรับไม่ได้ เราได้ข่าวว่าเพื่อนสนิทเรากำลังจะได้งานที่ใหม่ จะลาออก ไม่รู้จะทำยังไง มันไม่ใช่แค่ “เฮ้ย เพื่อนลาออก” แล้วก็จบ แต่..เรานึกถึงประโยคนึงไม่รู้จากเพลงรึจากอะไร ที่เค้าพูดว่า จากนี้จะอยู่อย่างไร เพราะไม่มีใครเข้าใจได้เหมือนเธอ.... อยู่ท่ามกลางคนมากมาย แต่ไม่มีใครสื่อสารได้สักคน ก็เหมือนโดดเดี่ยว ท่ามกลางคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครอยู่เพื่อจะรับฟัง เราเองก็พยายามหาทางย้ายเหมือนกัน ช่วงนี้ ก็ทำบุญบ่อยขึ้น ไปใส่บาตรเช้าบ่อยขึ้น ได้แต่ขออำนาจบุญช่วยดลให้พ้นจากเจ้ากรรมนายเวรที่ทำงาน ขอให้เค้าสำเร็จในบุญที่เราแผ่เมตตาให้ เพื่อจะได้ยุติกันในเร็ววัน

.... สำหรับความรัก.. ตอนนี้คนนั้นเค้าคงไม่ติดตามเราแล้ว ไม่มีเรื่องแปลกใหม่ให้เค้าต้องสนใจดูชีวิตเราอีก เค้าคงหัวเราะอยู่ ที่ทำให้เราอ่อนไหวได้ ....

06/10/2009 GMT 7

วันที่เพิ่งผ่านไป....

noop @ 22:14

....ช่วงสองอาทิตย์นี้ได้ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด ก็มีความสุขมากเลย สุขตั้งแต่เลือกซื้อของแระ เพราะเราเป็นคนนึงอ่ะที่ไม่ค่อยซื้อถังสำเร็จ ชอบไปเลือกของเอาทีละอย่างมากกว่าว่าอยากจะถวายอะไรบ้าง ส่วนมากเราก็ซื้อของใช้จำเป็นสำหรับพระและก็สำหรับทางวัดได้ใช้ ก็ไม่ได้ซื้ออะไรแพงหรอกนะ ครั้งนึงก็สองถึงห้าร้อยบาท อย่างถ้าอะไรที่เป็นทองเหลืองอย่างเชิงเทียน แจกันอะไรเงี้ยก็ถึงจะแพงหน่อย เราพยายามจะทำบุญให้บ่อยๆอ่ะ เพราะใส่บาตรเช้าเราไม่ค่อยได้ทำ สวดมนต์ก็ไม่ประจำเหมือนเมื่อก่อนเท่าไหร่ เลยใช้ทำทานบ้าง ทำบุญบ้าง สลับๆไป เนี่ยล่าสุดสำนักวิปัสสนาที่เราไปบวชอ่ะ เค้าก็ส่งจดหมายมาว่าจะทอดกฐิน เด๋วพรุ่งนี้จะไปโอนตังค์

....เออ ที่เคยบอกไว้ว่าเราไม่ต้องไปทำงาน ตจว แล้วอ่ะนะ กลับกลายเป็นว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองเราไปออฟฟิศตามปกติ ไปถึงเจอคำสั่งตะลึงงันมากเลยว่า คือไปเปิดเมลข้อมูลที่บริษัทส่งมาให้เราอ่ะ เจอคำสั่งว่าให้เราไปทำงานที่เดิม (ชลบุรี) ทุกวันอาทิตย์เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป จบข่าว บ้ามากก เห็นแล้วอยากจะทรุด เหมือนมันรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันทีเลยอ่ะ เพราะงานที่นั่นเลิกค่ำ มันไม่มีใครไปได้มั้ง เค้าคงเห็นเรายังไม่มีครอบครัวต้องดูแล เลยส่งๆไป เอ๊ย อิอิ เลยส่งไป รึไม่คิดอีกทีอย่างบางคนอาจต้องโดนไปสาขาที่ไกลกว่าอย่างระยองเงี้ย โห..แค่คิดก็ต้องรีบเลิกคิดเลย กลัว...

.....เมื่อเร็วๆนี้เป็นวันเกิดเรา นอกจากแม่ พี่เรา เพื่อนเราอวยพรให้แล้ว จำได้มั้ย เพื่อนเราที่เป็นตำรวจคนนึงอ่ะที่เคยเล่าให้ฟังที่เราเคยขออโหสิเค้า ตอนแรกเค้าให้ แล้วบอกว่าถ้าผมไม่ให้ล่ะ เนี่ยไม่รู้พูดขนาดนี้จะนึกกันออกรึเปล่า อิอิ จะบอกว่าเราก็ไม่ได้ติดต่อเค้าอีกเลย นานหลายเดือน จนกระทั่งเมื่อคืนก่อนวันเกิดเราประมาณครึ่งชั่วโมง นับจากว่าจะถึงเที่ยงคืนวันรุ่งขึ้นที่เป็นวันเกิดเราน่ะนะ เพื่อนคนนี้ก็โทรมาอวยพร จะบอกว่าเราดีใจมากเลยนะ เพราคิดว่าเค้าคงลืมเราไปแล้ว เราเองก็ไม่โทรอีกเลยนับตั้งแต่เค้าแต่งงานไป อ่อ ไม่ได้แต่งงานสิเค้าบอกว่าผมจดทะเบียน ความจริงเค้าพูดประโยคนึงว่า "คนมันไม่ใช่คู่กันมั้ง เลยไม่มีงานแต่ง" ฟังแล้วสงสารนะ เราว่าเราเจอต้นข้าวนี่ทรมานใจเยอะแล้ว แต่ของเค้าอาจจะทุกข์นานกว่าเรา นั่นแหละ เราก็ด้วยความที่ว่าป้องกันบาปทุกรูปแบบสุดชีวิต เลยไม่ติดต่อกับคนมีครอบครัวแล้วทุกชนิด ทั้งๆที่สนิทมากนะ ชอบคุยกัน เรียกว่าไม่เคยต่ำกว่าครั้งละสองชั่วโมง ถ้าไม่มีเหตุให้วางสายไปซะก่อนนะ ก็อย่างเมื่อคืนนั้นก็สองชั่วโมง คือกว่าจะวางกันไปก็ตีหนึ่ง และวันรุ่งขึ้นเราต้องไปทำงานเช้า และเค้าก็ต้องไปเข้าเวรสองโมง สบายเลย ตาจะปิด... อิอิ เอออีกอย่าง วันนั้นที่เราบอกว่าเราพิมพ์ๆอยู่เน็ทหลุด ข้อความหายหมดแล้วเราบอกว่าบล็อกไม่มีเซฟ ความจริงมันมี เราเห็นแระ อิอิ แต่ไม่ค่อยได้ใช้มันอ่ะ

30/09/2009 GMT 7

พูดเรื่องเพลง....

noop @ 23:18

....ได้ยินเพลง “ชอบเป็นของเธอ” ที่เปิดในบล็อกเนี่ยเต็มเพลงครั้งแรกก็จากเว็บเพลงออนไลน์เว็บนึง คือคลิกเข้าไปมันก็เป็นเพลงนี้เลย เออ ฟังๆดูก็เพลินดี มันล่องลอยดี ความจริงเราก็ไม่ได้เกลียดอะไรวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี นี่หรอกนะ ออกจะขำด้วยซ้ำไปเวลาที่เค้าพยายามจะทำภาพให้มันออกมาsexy อ่ะ คือขำที่ว่ามันดูตั้งใจมากไปอ่ะนะ เลยเหมือนsexyแบบใช้ความพยายาม แต่เราไม่ได้แอนตี้อะไรเพลงของน้องเค้าหรอก บางทีฟังแล้วก็เพราะดี มันงุ้งงิ้ง ๆอยู่ในหู เหมาะจะเปิดกล่อมนอน เลยเอามาลงในบล็อก เผื่อใครจะมาฟังตอนดึก
.....อีกเพลงที่เราชอบตอนนี้ก็ “สแตนบายที่อ้ายฮัก” ของไหมไทย ใจตะวัน ก็แน่นอนแหละ ได้ฟังเพราะเปิดไปเจอคอนเสิร์ทในที.วี. ก็รายการเดียวกับที่เราเห็นน้องปิงนั่นแหละ เป็นเพลงที่แดนซ์กันสนุกมาก ท่าก็สวย เท่ น่าเต้นตามมากเลยนะ ขอบอกว่าคนที่ครีเอทท่าเต้นนี่ได้ใจเราจริงๆ คือมันเป็นท่าที่ส่งให้คนเต้นพลอยดูเท่ ดูเก๋ไปด้วยอ่ะ เราถึงประทับใจน้องปิงไงวันนั้น ไว้เด๋วจะเอาเพลงนี้ขึ้นบล็อก จังหวะเค้าสนุกจริงๆนะ เนื้อเพลงก็โดนใจ อยากมีคนที่สแตนบายรอเรามั่ง ไม่เอาชาติหน้านะ เอาชาตินี้

ติดต่อผู้สร้าง | กรุ | สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี