จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

~~%~@ ดีส อีส อะ บล็อก @~%~~
อยากให้รอบๆตัวมีแต่ความรัก เมตตา อบอุ่น ไม่เบียดเบียน ไม่แก่งแย่ง ชิงดี อยากให้ทุกๆคนมีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น...

กรุ: กุมภาพันธ์ 2009

27/02/2009 GMT 7

พลังในใจ....

noop @ 22:20

.....ไม่อยากรู้แล้วว่าต้นข้าวได้รับขนมรึยัง ไม่สนแล้วว่าจะกินทันก่อนวันหมดอายุรึเปล่า บอกคำเดียวว่า “ช่างมัน” ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่มันต้องเป็น พยายามลดความคิดถึง ห่วง กังวล ลงไป

.... เราชอบความเงียบ เรารู้แล้วว่าทำไมเราถึงชอบขับรถ ชอบอยู่ในรถ ก็เพราะในรถมันเงียบ มันสงบดี เราเป็นคนไม่ชอบเสียงดังเอามากๆ แต่ทุกวันนี้เรากลับต้องใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งรอบข้างที่เป็นมลภาวะทางเสียงทั้งนั้น เราตื่นตีห้า อาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ตอนอยู่ที่ออฟฟิศก็เสียงค่อนข้างดัง เรียกว่ามีแต่เสียงตั้งแต่เช้าถึงเย็น พอกลับมาบ้าน ด้วยความที่แม่เราหูไม่ค่อยได้ยิน แม่ก็จะเปิด ที.วี เสียงดัง เราก็ต้องไปซ่อนตัวอยู่ในห้องนอน เพราะไม่อยากได้ยิน แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นจบเรื่องนะ เพราะแถวบ้านเรามันมีสนามบอลปูนซีเมนต์ ที่สร้างขึ้นมาจากเสียงโหวตงี่เง่าของคนที่ไม่ได้มีบ้านอยู่แถวนี้ และเราก็ไม่มีพลังพอจะไปคัดค้าน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พอเรากลับจากทำงานถึงบ้านอยากจะพักเงียบๆ แต่ไอ้พวกเล่นบอลมันก็จะมาเล่นกันตั้งแต่ห้าโมงเย็น เสียงก็ดังมาก upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง ถ้ามันเป็นเสียงรถยนต์วิ่งผ่านถนน มันก็จะเป็นอีกอย่างคือผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่นี่มันจะมีเสียงวิ่ง วิ่งไปวิ่งกลับเสียงรองเท้าลากไปบนพื้นซีเมนต์ (รองเท้ากี่คู่ก็คิดดูแล้วกันนักบอลสองทีมอ่ะ) เสียงกระทืบเท้าเวลาแย่งบอล เสียงร้องเรียกกัน เฮ้ยๆๆๆ ไอ้เหี้_ ไอ้สั_วแพทย์ ดังลั่น และเวลาที่มันเตะบอลออกไปจากเท้าจะดังปั้ก ปั้ก ปั้ก ตลอดเวลา เพราะมันเตะกันสุดแรงเกิด (บอลหนัง ไม่ใช่บอลพลาสติก) ถ้ามันยิงเข้า มันจะร้อง เฮ!!!พร้อมๆกันลั่นสนาม แต่ถ้ายิงไม่เข้าบอลก็จะไปกระแทกขอบโกวล์ เป็นเสียงเหล็กที่สะเทือนดัง แคร๊งงงงง!!!! อึกทึกกึกก้องตลอดค่ำคืนที่มันควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบ

...เราต้องทนกับเสียงบ้าๆพวกนี้ต่อเนื่องหลายชั่วโมงทุกวัน ตั้งแต่ห้าโมงเย็น ถ้าวันไหนโชคดีหน่อยมันก็จะเลิกตอนสามทุ่ม นั่นคือต้องโชคดีนะ แต่หลายวันคือแทบทุกวันที่ผ่านมา กว่ามันจะคืนความสงบให้กับคนที่อยู่แถวนี้ก็เป็นเวลาหลังห้าทุ่มไปแล้ว ยิ่งเสาร์ อาทิตย์ เราแทบไม่อยากอยู่บ้านเลย เพราะมันจะมาเล่นบอลตั้งแต่เก้าโมงเช้า คือมีแต่เสียง ไม่รู้จะไปหามุมสงบที่ไหน กว่าจะได้นอนก็ดึกเพราะต้องรอให้มันเงียบ และเราก็ต้องตื่นไปทำงานตีห้าทุกวันด้วย ไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มเลยสักวัน...

....เราถึงชอบที่จะขับรถ นั่งในรถ เพราะมันเงียบ และที่สำคัญมันช่วยเราได้มากจริงๆเวลาเรามีเรื่องกังวล ทุกข์ใจ เพราะเวลาเราอยู่ในรถเราจะชอบเปิดซีดีธรรมะฟัง บางทีก็ฟังรายการวิทยุ อย่างตอนเช้าๆประมาณหกโมง เราจะฟังคลื่นAM 963 เป็นการบรรยายธรรมะเกี่ยวกับการฝึกจิต ทำจิตให้สงบประมาณนั้น ตอนเย็นก็จะฟังคลื่น1053 รายการชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว เป็นการสอนธรรมะในชีวิตประจำวัน แต่ตอนนี้รายการไม่มีแล้วกลายเป็นเพลงลูกทุ่ง เราก็จะเปิดซีดีของคุณฐิตินาถฟัง ซึ่งถ้าเราเปิดฟังที่บ้านต้องไม่รู้เรื่องแน่ เพราะอย่างที่บอก ที่บ้านมีแต่มลภาวะทางเสียง

.....ฟังธรรมะในรถ มันจะได้ความเงียบ ความสงบ เราจะมีสมาธิในการฟัง เห็นภาพตามที่เค้าบรรยาย ได้รู้อาการของใจและวิธีรักษาใจของตัวเอง อย่างช่วงนี้เราจะฟังตอนเช้าๆเวลาขับรถไปทำงาน มันทำให้เราอารมณ์ดี ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเรามีเรื่องทุกข์ หรืออกหัก เราจะโทรหาพี่ หาเพื่อน upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง มันก็ช่วยให้คลายทุกข์ได้นะ แต่ก็แค่ชั่วครู่หนึ่ง เพราะมันไม่ได้หายด้วยใจของเราเองไง

.....อย่างตอนนี้ เรื่องของต้นข้าว เรามองเห็นบ้างแล้วถึงตัวตนของความทุกข์ เค้าว่ากันว่าถ้าคนเราไม่เห็นทุกข์ก็จะไม่เห็นธรรม คือรู้ถึงตัวทุกข์ว่า โอ้ นี่เองคือความทุกข์ แค่เพียงเอาใจเรามองดูอยู่เท่านั้นไม่ต้องเข้าไปทุรนทุรายกับมัน ก็จะเรียกความสงบกลับมาได้เร็วขึ้น เราเองก็อดจะภูมิใจไม่ได้ว่าที่อารมณ์ดีขึ้น ไม่ได้เกิดจากการโทรหาพี่ หาเพื่อน บ่นระบายอะไร แต่เกิดจากใจเรารักษาตัวเอง ค่อยๆฝึกไป บางช่วงก็ยังเจ็บปวด ไม่มีสมาธิพอ ต้องหยุดแล้วเปลี่ยนไปฟังเพลงบ้าง แต่ก็กลับมาพยายามฝึกไปเรื่อยๆ เราหวังว่ามันคงเป็นบุญให้ใจเราสงบนิ่ง เยือกเย็นมากขึ้น

....สำหรับต้นข้าว เราคิดว่าทำทุกอย่าง อย่างดีแล้ว เหมาะสมแล้ว ถึงจะเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยครั้งนึงเราก็ยังดีใจว่าเราไม่เคยทำร้ายจิตใจต้นข้าวเลย เรายังเอาชนะกิเลสตัวเองได้ ด้วยการให้อภัยต้นข้าวเสมอ เราว่าตอนนี้เราคงเดินมาถึงทางออกของเรื่องแล้ว...

26/02/2009 GMT 7

ทน...

noop @ 22:37

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.... ส่งขนมไปให้ต้นข้าวตามที่เคยรับปากไว้ว่าถ้าไป ตจว จะซื้อของไปฝาก พอกลับมาเราก็ส่งEMS ไปให้ รอให้เวลาผ่านไปหลายวันก่อน จนถึงวันนี้ค่อยมีกำลังใจโทรไป ก็กะจะถามต้นข้าวแหละว่าได้รับรึยัง เพราะมันเป็นช่วงที่ต้นข้าวเปลี่ยนตำแหน่งแล้ว ต้องย้ายที่ทำงาน เราก็เลยอยากรู้ว่ามันทันได้รับรึเปล่า ปรากฎว่า เหตุการณ์งี่เง่าเกิดกับเราอีก มันเหมือนเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเวลาจะติดต่อกับต้นข้าว มันต้องเป็นอะไรที่มีปัญหาทุกครั้ง อย่างครั้งนี้ก็คือต้นข้าวปิดมือถือทั้งวัน เราอยากจะสมน้ำหน้าตัวเอง ใช่สิ! ชีวิตเราของจริงมันต้องแบบนี้ ถ้าต้นข้าวจะเอาประโยชน์จากเรา เค้าจะติดต่อเราได้เสมอ แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดถึงบ้าง รึอยากถามอะไรบ้าง มันจะต้องติดต่อไม่ได้ แบบอยู่ๆก็หายไม่มีเหตุผล ต้องอึดอัดใจ งุนงง ขัดข้อง และถ้าต้นข้าวเปิดมือถือเมื่อไหร่แล้วเราโทรติด ต้นข้าวก็จะต้องไม่รับสาย ตามมาด้วยลบเบอร์เราทิ้ง รึไม่ต้นข้าวก็เปลี่ยนเบอร์ไปเลยโดยไม่บอกเรา พอเราเจ็บปวดทรมานกับการตัดขาดความสัมพันธ์แบบแรงๆ และต้องใช้ความอดทนจนกระทั่งฟื้นใจมาได้สักระยะนึง ต้นข้าวก็จะกลับมาดีด้วย แล้วสักพักความใจดีให้อภัยของเราก็จะเริ่มทำร้ายให้เราเจ็บปวดอีก นี่สินะ ชีวิตของเรา ของจริงมันต้องเจ็บแบบนี้!!!

เจ็บผ่าน...

noop @ 22:16

...หลังจากฟุบไปสองสามวันด้วยเรื่องเพื่อน เรื่องต้นข้าว เรื่องงาน ตอนนี้..กำลังใจมันเริ่มจะเข้าที่เข้าทางของมันแล้ว หลังจากกระจัดกระจายไปไหนไม่รู้อยู่พักนึง แต่ช่วงเดียวๆกันนี้ก็มีเรื่องที่ไม่คิดว่าจะมีเกิดขึ้น คือเพื่อนคนนึงอกหัก เค้าใกล้จะแต่งกันแระแต่แฟนเปลี่ยนใจทิ้งเค้าไป เพื่อนเสียใจมาก ตอนแรกที่เพื่อนมาคุยด้วยมาเล่าให้เราฟัง เราก็ปลอบใจทันทีแบบไม่ลังเลอะไรเลย คือคิดอย่างเดียวว่าต้องให้กำลังใจเพราะสงสารเพื่อนมากๆ และพอดีวันนั้นตัวเราเองยังพอทนได้กับเรื่องบ้าๆของตัวเอง คือยังไม่ค่อยเครียด สมองตอนนั้นก็เลยแหม๋... โคตรจะครีเอท สร้างสรรค์แต่คำดีๆโดนใจให้เพื่อนฮึดได้ตลอด จนเพื่อนค่อยๆดีขึ้น

...แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นแค่สองวัน เราจะเจอพิษต้นข้าว พิษเพื่อนหาย พิษงานรุม เข้ามาพร้อมๆกัน เล่นเอาย่ำแย่ไปเลย พยายามนะ พยายามจะใช้หลักธรรมต่างๆที่อ่านมาประคองตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ท้อไปมากกว่านี้ คือพยายามจะไม่พึ่งพาใคร ไม่โทรหาใคร แต่สิ่งที่ได้เห็นตอนนั้นก็คือว่า ใจมันอยู่แบบฝืน แบบเศร้าเต็มที แค่อยู่ไปวันๆ หัวเราะก็ไม่ได้ ขนาดจะ ยิ้มยังรู้สึกเลยว่ายาก จนวันนึงคิดว่ามันคงป่วยหนักแล้วอ่ะ คือว่าอยากจะโทรหาเพื่อนมากๆๆๆ แบบกูไม่ทนแล้วโว้ยย... ปรากฎว่าเพื่อนโทรมาพอดี โห รักเพื่อนสุดๆ เราเลยได้พูดคุยออกไปบ้าง ได้กำลังใจจากเพื่อนคนนี้ ถึงแม้ว่าหลักธรรมจะบอกว่านี่คือการยึดติดอย่างนึง คือยึดคน แต่ช่างมันเหอะ เพราะเราว่าชีวิตมนุษย์การมีเพื่อนมันก็ถือเป็นการรักษาสมดุลทางใจอย่างนึงนะเราว่า คือไม่ถึงกับต้องระบายทุกเรื่องหรอก เอาแค่ส่วนที่ผ่านไปเองคนเดียวไม่ได้จริงๆ ค่อยรบกวนให้เพื่อนรับฟัง ก็ดีใจนะที่หลังจากวันนั้นเพื่อนก็ยังไม่ทิ้งเรา ยังช่วยโทรให้กำลังใจวันละเล็กละน้อย แถมบางวันเพื่อนโทรจนตังค์หมดไปเลยก็มี อิอิ ก็บางทีเพื่อนมันก็อยากพูดเหมือนกันนี่หว่า เพราะมันก็เพิ่งเฮิร์ทมาเหมือนกัน แหม๋ เราเองก็โทรหมดไปหลายอยู่นะ ก็เลยปลอบใจกัน ให้กำลังใจกันไปมา พอได้มีแรงในวันต่อๆไป upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....วันรุ่งขึ้นเปิดเอ็มที่ออฟฟิศ เหมือนเดิม.. ไม่มีใครออน แต่จู่ๆก็มีน้องคนนึง ที่ไม่ได้คุยกันนานมากเป็นปี จนนึกว่าคงไม่ได้เข้ามาอีกแล้วล่ะเราก็เลยลบไป ปรากฎน้องเค้าทักเข้ามา ไอ้เราก็จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร อยู่ที่ไหน แต่น้องเค้าก็น่ารักนะ บอกชื่อตัวเองอีกรอบ แล้วก็ถามชื่อเราด้วย เพราะมันเองก็ลืม อิอิ คุยไปคุยมา เฮ้ย มันฮาดีว่ะ เลยเป็นชั่วโมงเลยคราวนี้ นับว่าเป็นครั้งแรกเลยมั้งหลังจากเกิดเหตุการณ์เครียดๆ ที่เราได้หัวเราะจนเมื่อยแก้มไปหมด ขอบคุณน้องด้วย สำหรับความลับที่บอกมา พี่รับรองค่ะว่าจะรักษาไว้อย่างดี ไม่ต้องกังวลค่ะ....

......เย็นวันนั้นกลับจากทำงาน แวะซื้อกับข้าวที่ตลาดนัด บรรยากาศเหมือนตลาดนัดทั่วทุกภูมิภาคในประเทศน่ะแหละ ที่จะมีแผงขายน้ำพริก ขายผัก ขายแกงเป็นหม้อๆ โน่นนี่นั่น แล้วในตลาดก็จะเปิดเพลง ตอนที่เราเดินไปถึง ร้านขายแผ่นmp3 (ของปลอมแท้ๆ) กำลังเปิดเพลงๆนึง แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะเปิดเพลงนี้ เพราะมันเป็นเพลงที่ฮิตมากๆ แต่เมื่อเกือบสิบปีที่แล้วนะ อิอิ เก่าโคตร ใครเอามาเปิดตอนนี้นี่ถือว่าไม่แคร์สังคมกันเลย พอเสียงเพลงกระทบหูปั๊บ สะดุดใจเราทันที มันร้องว่า.. “ไม่ต้องเสียใจ ที่ไม่ได้เจอรักแท้ ไม่ต้องเสียใจ ที่เจอแต่คนหลอกลวง” เฮ้ย เอาอีกแล้ว มันร้องเพื่อเรานี่หว่า!! อิอิ เหมาเลย ถึงแม้เนื้อเพลงโดยรวมมันจะไม่เศร้าเท่าเรา เพราะผู้หญิงในเพลงยังมีคนรอปลอบใจอยู่ แต่ก็เอานะ มันบอกไม่ต้องเสียใจก็ไม่เสียใจละกัน เนี่ยเลยพยายามเสิร์ชหาเพลงนี้ เอามาลงเป็นกำลังใจให้ตัวเอง....

22/02/2009 GMT 7

กลับมา...(EPISODE 3)

noop @ 23:36

...เจ็บปวดจากต้นข้าวซึ่งก็ไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว นับไม่ไหว เราเคยแซวต้นข้าวเหมือนกันว่า โห..งอนอีกแระ ครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย ต้นข้าวบอกว่า "ล้านสอง" แสดงว่าเค้าเองก็คงรู้เหมือนกันว่าเค้างอน โกรธ เยอะมากกกกก ช่างมันเหอะ พรุ่งนี้มะรืนนี้เรากับเค้าคงเลิกติดต่อกันแล้ว

...ตอนนี้เพื่อนที่เราเคยมี ที่เคยเข้าใจเรา คนที่ครั้งนึงเราเคยประทับใจกับอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน ตามประสาคนอายุใกล้เคียง มาวันนี้ จบกันไปแล้วทุกอย่าง ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรามีพี่ชายเป็นทหารรึเปล่า น้องวิศวะที่เคยคุย ได้หัวเราะด้วยกันในวันที่เหงาๆ วันนี้ก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว นี่ละนะ ที่เค้าบอกว่าสิ่งต่างๆ รึอะไรก็ตามที่เรายึด มันย่อมทำให้ทุกข์ ความจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสิ่งเหล่านั้น มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ มันก็เป็นของมันอย่างนั้นเอง อะไรต่างๆที่เคยอยู่กับเรา ความรู้สึกอบอุ่นจากเพื่อน จากมิตร ที่เคยมีแล้วมาวันหนึ่งกลับไม่มี ย่อมเสียใจ เจ็บปวด เราได้เห็นแล้ว ไม่ใช่เห็นวันนี้ แต่เราได้เห็นมาตลอดในชีวิตที่ผ่าน เราเคยบอกเพื่อนว่าดวงเราเป็นงี้แหละ เพื่อนดีๆจะไม่มีใครอยู่กับเราได้นาน ต้องไปจากเราทุกคน ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร สุดท้ายก็คือ "ไป" เรามักจะโชคดีในเรื่องนี้มาตลอด เราเคยพูดแบบประชดตัวเองให้เพื่อนคนนึงฟัง และตอนนี้ ขณะที่เค้าเองก็กำลังเดินจากเราไป อย่างนึงที่เค้าต้องได้เห็น คือสิ่งที่เราพูดมันเป็นเรื่องจริงเสมอ...

...ชีวิตคนๆนึงที่ขาดทั้งเพื่อน ถูกคนที่รักเหยียบย่ำน้ำใจ มันยังจะมีอะไรให้เจ็บไปมากกว่านี้ได้อีก เคยมีคนให้กำลังใจเราว่า เอาเหอะน่า เดี๋ยวมันต้องดีขึ้น ต้องมีสิ่งดีๆเข้ามา.. ฯลฯ นับจากวันนั้นถึงวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันสวนทางกับคำอวยพรมาตลอด อยากจะหัวเราะให้กับความกดดันทั้งหลายในชีวิต

...ให้เราโทรหาเพื่อนน่ะเหรอ? เคยคิดนะ แต่ก็ล้มเลิกไป เหมือนโทรหาต้นข้าวน่ะแหละ เราอยากได้กำลังใจมั้ย เราอยากได้ แต่อะไรจะมีคุณค่ามากกว่ากันล่ะ การที่เพื่อนหรือต้นข้าวเป็นฝ่ายโทรให้กำลังใจเรา กับการที่เราต้องเป็นฝ่ายโทรไปเพื่อขอกำลังใจจากเค้าเหล่านั้น อะไรมันจะเยียวยาใจที่ป่วยได้ดีกว่ากัน แล้วอะไรที่มันน่าสมเพช เราว่าเราพอรู้คำตอบนะ..

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

กลับมา...(EPISODE 2)

noop @ 22:29

...หลังจากวันนั้น โทรไปคุยกับต้นข้าว แรกๆก็ดี ต้นข้าวเล่าเรื่องอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวเค้า เกี่ยวกับงานให้เราฟัง แต่พอพูดถึงประเด็นที่เคยเป็นเรื่องค้างคาใจระหว่างกัน ต้นข้าวก็เริ่มกลับไปสู่ความรู้สึกเดิมๆ อารมณ์เสีย หงุดหงิด ซึ่งมันก็ไม่ช่วยให้เราเคลียร์อะไรได้เลย สิ่งที่ต้นข้าวต้องการ อยากได้ มันมีมากซะจนเราเองก็ไม่รู้จะไปสรรหาที่ไหนมาให้ ต้นข้าวก็คือต้นข้าว อย่าไปหวังเลยว่าเราจะได้อะไรจากเค้า แต่จงคิดไว้เสมอว่าอะไรบ้างที่เรายังไม่ได้หามาให้ต้นข้าว หึหึ.. อำมหิตนักชีวิตนี้

กลับมา...(EPISODE 1)

noop @ 21:39

...แล้วก็ผ่านไปกับการเดินทางไปทำงาน ตจว สองวัน บรรยากาศที่ตึงเครียด อึดอัด ลักษณะงานที่ไม่อยากจะทำ เบื่อหน่ายเมื่อยหัวสมอง เซ็งสุดๆ กลับมาพักที่บ้านคืนนึง วันรุ่งขึ้นไปต่ออีกจังหวัด ตอนแรกไม่ค่อยอยากไป เริ่มหมดกำลังใจ แต่ปรากฎว่าพอไปถึงกลับดีกว่าที่คิด ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ใช้สมองในแบบที่อยากจะใช้ เสร็จงาน ขับรถกลับ กทม ว่าจะเอาผ้าไปซัก แต่หมดแรง ขึ้นห้องไปนอนพัก หยิบนิยาย "กระบี่กระจายหอม" ของโกว้เล้งที่อ่านค้างไว้มาอ่านต่อ แต่ด้วยความที่มันเป็นนิยายในยุคแรกๆเนื้อเรื่องเลยไม่สนุก เขียนวกวน น่าเบื่อ อ่านไปไม่เท่าไหร่ก็นะ..หลับดีกว่า

...ความจริงก่อนจะไปทำงาน ตจว เมื่อสองวันก่อน เราเปิดเอ็มที่ทำงาน คือรู้สึกคิดถึงต้นข้าวขึ้นมาเลยลองเปิดดู ไม่รู้ต้นข้าวจะมารึเปล่า ตอนนั้นคิดแค่ว่าขอแค่ได้เห็นก็พอใจแล้ว ก็เปิดเอ็ม.. รอ connectแป๊บนึง พอสัญลักษณ์รูปคนของเราเป็นสีเขียว และหน้าต่างเอ็มเพิ่งจะเปิด เท่านั้นแหละ ต้นข้าวก็ทักเราทันทีเลย เราดีใจสุดๆรู้สึกได้เลยว่าทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น ก็เราคิดมาตลอดว่าต้นข้าวคงลบเบอร์เราทิ้งไปแล้ว แต่นี่เค้าทักมา เราโคตรดีใจ มือมันสั่นๆเย็นๆตอนที่พิมพ์ตอบกลับไป ต้นข้าวชวนไปงานเลี้ยงรุ่น ชวนไปเที่ยวทะเล คุยกันเป็นชั่วโมง ต้นข้าวให้เบอร์โทรเบอร์ใหม่มาด้วย มีช่วงนึงเราต้องหยุดพิมพ์หันไปรับโทรสับเรื่องงาน ต้นข้าวก็โทรเข้ามือถือมาถามเราว่าทำไมไม่คุยกับเค้าต่อ เราปลื้มมากเลย เรารัก
ต้นข้าว แต่มันก็ยังมีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่มั่นคง ไม่แน่ใจ กลัวๆ แฝงอยู่ในความดีใจนั้น เพราะที่ผ่านมาต้นข้าวไม่เคยดีกับเราเกินสองวัน ไม่เคย..

15/02/2009 GMT 7

วันนี้....

noop @ 22:04

...เข้ามาลบข้อความอะไรหลายๆอย่างที่เคยเขียนถึงต้นข้าวออกไป ตอนเขียนรู้สึกดีจริง เขียนไปก็ยิ้มไปบางทีก็หัวเราะออกมา เหมือนกลับไปอยู่ในบรรยากาศตอนที่ยังคบกันตอนนั้น แต่วันนี้พอเข้ามาอ่านอีกที เห็นตัวหนังสือที่เขียนไว้ ทำไมใจมันเจ็บปวด เหมือนจะรับไม่ไหวกับความรู้สึกวนเวียนซ้ำๆแบบนี้ ไม่อยากกลับไปเริ่มนับหนึ่งอีก มันทรมานกว่าจะพาใจหลุดพ้นมาได้ ไม่ใช่แค่เพราะต้นข้าวหรอกนะ ชีวิตเราเองที่เป็นแบบนี้มาตลอด จนมาเจอต้นข้าวนึกว่านี่คงเป็นฟ้าหลังฝนของเรา แต่แล้วก็..เป็นเพียงอีกหนึ่งกรรมที่ต้องชดใช้ บางคนอาจจะเรียกว่าบททดสอบรึอะไรก็ตามแต่

...วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เป็นวันหยุดที่มัวๆ เดินคนเดียวเรื่อยเปื่อย เข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ตามประสา...

14/02/2009 GMT 7

วาเลนไทน์...

noop @ 21:38

....เนี่ยวันนี้วันวาเลนไทน์ของแท้ เราก็ฉลองเช้าของวันด้วยการไปทำงานสายเป็นครั้งแรก อิอิ ก็มันมีเรื่องยุ่งๆอยู่น่ะ แถมพอไปถึงเจอประกาศนโยบายบริษัทฉบับไม่รู้ตัวล่วงหน้าอีกหนึ่งอย่างที่..ค่อนข้างเซ็ง คือเราต้องไปประชุมต่างจังหวัดอีกแระ แทบอยากจะซ้อมเหนื่อยเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ทำไมมันมีแต่งานที่ต้องเดินทางวะ? ไม่คิดว่าเราต้องมีวันหยุดบ้างรึไง? เมื่อไหร่บริษัทมันจะเข็ดซะทีเนี่ย สั่งจังประกาศโน่นนี่ เบื่ออออ

...แต่พอเจอลูกค้าวันนี้ กลับรู้สึกมีความสุขมากเลย คือไม่คิดว่าเค้าจะดีกับเรามากอ่ะ วันนี้ได้ดอกกุหลาบมา 3 ดอก ได้ขนม ช็อคโกแลต โออิชิอีกกล่องนึง ลูกค้าเอามาให้ บางคนก็อวยพรขอให้เจอเนื้อคู่เร็วๆอีกแน่ะ อิอิ นึกแล้วยังประทับใจอยู่เลย ภาพตอนที่ลูกค้าเดินอมยิ้มเข้ามาแล้วก็ยื่นดอกกุหลาบ บางคนก็ยื่นขนมให้ อวยพรให้ ทำให้เรายิ้มแล้วยิ้มอีก ก็ยิ้มตลอดตั้งแต่อยู่ออฟฟิศ จนกลับถึงบ้าน จนอาบน้ำ จนกินข้าว จนเปิดเน็ต จน.... คือนึกถึงทีไรก็อยากจะยิ้มน่ะ

13/02/2009 GMT 7

อยากจะพูดแต่เรื่อง..."รัก"...

noop @ 20:51

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

...พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์ สำหรับเรามันก็คงไม่มีอะไรพิเศษอย่างของคนอื่นเค้าหรอก เช้าก็ยังต้องตื่นไปทำงาน เย็นก็กลับบ้าน ก็คงเหมือนกับทุกๆวัน ถ้าจะมีก็คงเป็นความเหงานี่ละมั้งที่มากขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ วันนี้ระหว่างทางกลับบ้านก็คิดถึงต้นข้าว อยากส่งการ์ดรูปหัวใจ ดอกกุหลาบ กามเทพอะไรประมาณนั้นไปให้เหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าจะเริ่ม ใจมันยังลังเล เหมือนว่าตอนนี้ตัดได้แล้วคืออยู่เฉยๆโดยไม่กระวนกระวายได้แล้ว แต่บางทีก็นึกอยากพูดคุยด้วย เหมือนยังอยากรู้ว่าวันๆต้นข้าวทำอะไรบ้าง กินยังไงอยุ่ยังไง เออ พูดแล้วก็ทำให้นึกถึงครั้งนึงที่เคยโทรคุยกัน เรากะจะถามต้นข้าวว่าเมื่อคืนนอนกะใครเพราะต้นข้าวบอกว่าออกไปเที่ยวมาเรากลัวว่าจะมีคนมาจีบต้นข้าวอ่ะ แต่เราก็ดันพูดไปว่า “เมื่อคืนนอนกี่คน?” ต้นข้าวหัวเราะ เราเลยรีบพูดใหม่ว่า “ไม่ใช่ๆ จะถามว่าเมื่อคืนนอนกะใครอ่ะ” อิอิ ตลกดี แต่...มันก็ผ่านไปแล้วล่ะ ไม่มีโอกาสจะได้คุยได้หัวเราะด้วยกันอีกแล้ว......

11/02/2009 GMT 7

พี่โทรมา...

noop @ 21:32

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....เมื่อเย็นวานพี่ชายโทรมาคุย ถามว่าตอนนี้เป็นไงบ้าง ก็ไม่ได้คุยกันนานแระ เราก็เลยอัพเดทให้ฟังว่าตอนนี้เราเลิกกับต้นข้าวแล้ว จบกันทุกอย่าง ก็เล่าเหตุการณ์บางฉากบางตอนเลือกแต่ตอนที่จึ๊ดๆให้พี่ฟัง พอเล่าไปเล่ามาเริ่มเศร้า ก็เลยเปลี่ยนเรื่อง บอกพี่เรื่องงานที่ต้องไปทำที่ต่างจังหวัด พอพี่ได้ยินชื่ออำเภอปุ๊บก็พูดให้กำลังใจเราทันทีเลยว่า "โห..อำเภอนี้ไกลมาก พี่เคยไป ขนาดนั่งฮ.ไปนะยังรู้สึกเลยว่าเมื่อไหร่มันจะถึงซะทีวะ" อีกประโยคก็ "ทางก็น่ากลัวอยู่นะ" ได้ยินแล้วก็
แหม๋ มีกำลังใจขึ้นมาอีกเยอะเรยส์ บ้าจิงๆ อิอิ upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง
พอเราบอกว่านี่หนูกังวลจริงๆนะ แกก็บอกอีกว่า "เฮ้ย ไม่เป็นไร แถวนั้นค่ายทหารเยอะ " อ้าว เยอะแล้วไงอ่ะ ก็ไม่รู้จักใครสักคนใครเค้าจะลงทุนแหกค่ายมาช่วยหนูอ่ะคุณพี่ เอ๊ออ

....แต่ก็ยังเป็นพี่คนเดิมที่คุยทีไรก็ต้องหัวเราะกันทุกที และก็เป็นพี่คนเดิมที่ไม่ว่าเราจะคบจะเลิก จะคบจะเลิกกับหนุ่มสักกี่คน พี่ก็ยังพร้อมรับฟังปัญหาเราตลอดมา นี่แกก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่าน้องแกจะใช้ชีวิตในไร่แห้วได้นานขนาดนี้อ่ะ เซ็ง

....ถึงช่วงนี้อะไรๆก็ดูหมองมัว ไม่สดใส เราเพิ่งหายป่วยด้วย คือตั้งแต่วันที่ไปกินโออิชิเราก็เหนื่อยมากเลย กลับจาก ตจว ร้อนๆ มาเจอที่นั่งที่โออิชิแบบแอร์มันลงตรงนั้นพอดี หน๊าวหนาว เปลี่ยนโต๊ะก็ไม่ได้ด้วยเพราะมันไม่มีโต๊ะครบห้าคนเลยอ่ะ ก็ฝืนนั่งไปเกือบสองชั่วโมง ก็รู้ว่าป่วยแต่ก็ยังไปทำงานทุกวัน นอนก็ดึกเพราะเหงาคุยเอ็มกับน้องมั่ง อ่านหนังสือมั่ง พอร่างกายไม่ได้พัก แถมหัวใจก็ยังไม่หายดี มันเลยฟ้องออกมาทางผิวอ่ะ ดูหน้าตัวเองก็รู้เลยว่าDrop ลงไปกว่าเดิม ตาก็ไม่มีประกายเหมือนก่อน ประกายนะ ไม่ใช่ไม่มีแวว อ่านดีๆ อิอิ

....เรามองตัวเอง เห็นอาการเซบ้าง เดินเข้าผิดมุมบ้าง บางทีก็หงุดหงิดไม่รู้จักปล่อยวาง อะไรต่ออะไร ที่มันแสดงออกมา นั่นก็เพราะเหตุหลักๆคือหวังแล้วไม่ได้ดังหวัง เกิดจากการพยายามจะฝืนธรรมชาติที่มันกำลังเป็น อยากจะให้สิ่งต่างๆเป็นไปอย่างใจ พอมันไม่เป็น มันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องรู้สึกทุกข์ ความจริง..เราก็ไม่จำเป็นต้องห้ามความทุกข์ไม่ให้เกิด มันไม่มีใครทำได้หรอกแบบนั้น เราแค่จำคำพูดในหนังสือในซีดีให้ได้และเอามาใช้ให้ทัน ใจมันก็จะดีขึ้นเอง อย่างที่เค้าบอกว่า "ใจที่มันวิ่งขึ้นวิ่งลง เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์" "ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนมั่นคง สุขอยู่ดีๆเดี๋ยวสักพักมันก็ไป ทุกข์ก็เหมือนกันเมื่อมันเข้ามา แต่พอถึงเวลาหนึ่งมันก็ต้องไป"

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

08/02/2009 GMT 7

ขับรถวันหยุด...

noop @ 22:55

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....โทรไปหาเพื่อน คนนึงติดต่อไม่ได้ อีกคนกำลังวุ่นกับงาน ก็บอกเพื่อนไปตามตรงว่าคิดถึงนะ อยากคุยด้วย เห็นหายเงียบไป บอกเพื่อนว่าเรากล้วจะเหมือนแบบเดิมๆที่เคยเจอคือหายกันไปทีละคน สองคนจนไม่เหลือเลยอ่ะ คือเพื่อนที่คุยได้เรื่อยๆวัยใกล้เคียงกัน สำหรับเรามันหาย๊ากยาก พอเจอสักคนก็ต้องมีเหตุปัจจัยให้แยกย้ายทุกที เราก็เลยบอกเพื่อนว่าไม่อยากให้หายไป ทุกวันนี้ก็มีแต่รุ่นน้องที่สนิทกัน แต่ยังไงมันก็ไม่เหมือนเพื่อนอ่ะ ก็บอกแบบนั้น เพื่อนเองคงจะจับน้ำเสียงเราได้บ้างหรอกว่า "เหงาจ้ง" เค้าคงไม่ว่าเราอ่อนแอหรอกนะ...

....บริษัทมีscheduleออกมาแล้วว่า เราเป็นผู้โชคดีต้องไปดูแลลูกค้าที่ตจว.ในอนาคตอันใกล้นี้ บอกสถานที่มาให้เรียบร้อย พอดีวันนี้เราไม่มีงานเลยคิดว่า เออ ขับรถไปดูหน่อยก็แล้วกันว่าหนทางไปมายากลำบากแค่ไหน ก็ ขับไป รอบแรกหลงอ่ะ ขับเลย คือมันชลบุรีนะ แต่อยู่อำเภอนึงอ่ะ ไม่ใช่ตัวเมือง ต้องโทรกลับมาถามบริษัทว่า "ถ้าขับมาถึงแยกที่เรียกว่า... แปลว่าเลยแล้วใช่มั้ยคะ" ปรากฏว่าใช่ เราก็ต้องย้อนกลับมาใหม่ upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง คือที่มันยากสำหรับเราเพราะมันไม่ได้อยู่ในถนนสายหลักอ่ะ มันไม่ได้มีป้ายบอกทางสบายๆแบบสถานที่ท่องเที่ยว แล้วเราก็อ่ะนะ ขับคนเดียว ทั้งดูทาง ดูป้าย ดูแยกไฟแดง ระวังรถอีก เพราะมันเป็นเลนแบบสวนทางกันได้ ก็ค่อนข้างกังวลหลายอย่าง ยิ่งช่วงที่ต้องเข้าทางเปลี่ยวหน่อยสองข้างเป็นป่าต้นหญ้าสูงๆแห้งๆรกๆ ก็กลัวเหมือนกัน เจ้าประคู้ณขออย่าให้รถเป็นอะไรเลย คือกลัวว่าวิ่งมาดีๆเกิดรถมาเสียบริเวณเนี้ยจะทำไงวะ? บรื๋ออออ แล้วจะคิดทำไมเนี่ย

....กว่าจะไปถึงที่หมายก็ลงไปถามทางชาวบ้านซะสองรอบ ไปถึงจริงๆก็บ่ายสอง (ออกจากกรุงเทพเที่ยงกว่าๆ) แนะนำตัวกับลูกค้าเสร็จก็เดินทางกลับทันที เพราะมีนัดกินโออิชิกับครอบครัวค่ำนี้ ขากลับขับมาตามทางที่ลูกค้าบอกก็สะดวกขึ้นมาหน่อยนึง แต่ระหว่างทางเห็นรถกระบะคันนึงขับชนท้ายรถหกล้อสีส้มๆของการไฟฟ้าอ่ะ จอดขวางกลางถนนทั้งคู่ รถข้างหน้าเราก็ชะลอดูกัน พอเราขับผ่านมองไปเห็นก็หวาดเสียวแถมสงสารเจ้าของรถกระบะมากๆเลย เพราะรถยังใหม่อยู่มาก แต่ด้านหน้าเครื่องพังหมดและถูกอัดจนถึงพวงมาลัยคนขับ เห็นแล้วก็กลัวเพราะเด๋วเราต้องใช้เส้นทางสายนี้ขับมาทำงานตลอดอ่ะ ดูจากตารางงานที่ได้ก็.. นะ รักบริษัทมากๆเลยให้เราเลิกงานประมาณทุ่มครึ่ง คิดดูละกันว่าทางชนบทไฟฟ้าน้อยอย่างนี้ ตอนมืดๆมันจะขับยากขนาดไหน คงต้องเพ่งสมาธิกันจนสำเร็จฌาณขั้นสูงเลยมั้งเนี่ย

....กลับมาถึงกรุงเทพ พักแป๊บนึง ก็ไปโออิชิ วันนี้คุณแม่เป็นเจ้ามือ รวมสมาชิกทั้งหมดก็ห้าคน เราเดินตักนู่นตักนี่หลายรอบมากๆ เริ่มด้วยปลาดิบ แซลมอน ปลากระพง(มั้ง)ขาว ปูอัด ไข่หวาน ยำมะเขือ อุด้งหม้อไฟ ปลาดอริ่งนึ่งมะนาว ซารุโซบะ ไข่ตุ๋น กุ้งเทมปุระ หอยอบสาเก ผลไม้ วันนี้ไม่กินขนมหวาน เบื่ออ่ะ ก่อนกลับเห็นร้านแถวๆนั้นลดราคาหนังสือนิยายจีน 20% เราก็เลยซื้อมา 2 เล่ม ของโกว้เล้ง เรื่องเกี่ยวกับกระบี่ทั้งคู่เลย กระบี่ยั่งยืนยาว กับกระบี่กระจายหอม ก็ขับรถกลับบ้าน ลองเปิดเน็ทดู เจอน้องวิดวะออนอยู่ก็เลยคุยกัน ได้ขำอีก ช่างเป็นเด็กที่มุขเยอะดีจริง...

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

05/02/2009 GMT 7

คลิกไปเจอ....

noop @ 21:26

....อยู่ออฟฟิศวันนี้งานไม่เข้าเท่าไหร่ เลยsearchกูเกิลเกี่ยวกับอาการป่วยของโน้ตบุ๊ค เพราะโน้ตบุ๊คเราอาการไม่ค่อยดีประมาณว่าไรท์แผ่นแล้วแผ่นมันเลิกกิจการ (เจ๊ง) บ่อย เราก็คลิกไปอ่านหลายเว็บจนมาเจอที่นึง ไม่ใช่เว็บแต่เป็นบล็อกเหมือนๆไดอารี่ออนไลน์แบบเนี้ย ซึ่งมันก็ไม่ใช่บล็อกที่ตอบปัญหาคอมพ์หรอกนะ เพียงแต่ว่าคำที่เราsearch มันไปตรงกับเรื่องในบล็อกเท่านั้นเอง

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ที่อยากจะพูดถึงคือมันเป็นการเขียนไดอารี่ของเกย์ไทยคนนึงที่ไปใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่เมืองนอก และนี่ก็เป็นครั้งแรกนะที่เราอ่านไดอารี่ของเกย์ ความรู้สึกตอนที่เราsearchมาเจอเนี่ยคือ.. คิดว่าหลงเข้ามาผิดที่ก็คงจะอ่านแค่ผ่านๆช่วงที่เค้าพูดถึงคอมพ์ก็พอ แล้วก็จะออกแระ แต่เชื่อมั้ย ไปๆมาๆเจ้าไดอารี่เล่มนี้กลับตรึงเราอยู่หน้าจอคอมพ์ได้เป็นชั่วโมงๆ ขนาดพักเที่ยงไปกินข้าวกลางวัน กลับมาเรายังมาเปิดอ่านต่อเลย ทำไมน่ะเหรอ..

....แหม๋ รู้ทันหรอกน่ะ คงคิดว่ามันเต็มไปด้วยบทพิศวาสฟาดฟันกันทั้งเรื่องล่ะสิ เปล่าเลย.. โอเคแหละมันก็มีอยู่บ้าง แต่ที่เราสนใจไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก จะบ้าเหรอ เราไม่ได้มีอารมณ์กับเกย์นะเว้ย ความจริงแล้วเราแทบจะรับไม่ได้ด้วยซ้ำ ชายเหนือชายอะไรพวกนี้ บรื๋ออออส์ ขนลุกอ่ะ แต่ที่อ่านเพราะเราติดใจภาษาเค้ามากเลยมันมีเสน่ห์ มันเป็นเสนห์ที่ออกแนวเศร้าๆ มันก็แปลกนะขนาดเค้าเขียนเรื่องไปเที่ยวเมืองนั้นเมืองนี้ กินโน่นกินนี่ เราก็ยังรู้สึกว่ามันแฝงความเศร้าอยู่ในตัวอักษรอยู่ดี จนมาอ่านเจอตอนที่เค้าพูดถึงตัวตนของเค้าเอง ถึงได้รู้ เค้าเป็นคนเพื่อนเยอะมากนะ แต่ก็แปลกแยก สันโดษ แบบโลกส่วนตัวเวลาอยู่คนเดียวเค้าค่อนข้างเศร้าเราว่านะ

....เค้าแต่งงานแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนอ้างว้าง (เท่าที่เค้าเล่าอ่ะ) แต่เราไม่ชอบนะไอ้สิ่งที่เค้าทำ มีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ง่ายๆอะไรพวกนี้ คือเราไม่เข้าใจว่าคนเรามันจะต้องการSEX กันขนาดนั้นเลยเหรอ แบบมันอดทนไม่ได้เลยเหรอไงวะอะไรประมาณนี้อ่ะที่เราไม่เข้าใจ คือปกติผู้ชายเราก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่แล้วนี่ยังจะมาไม่เข้าใจเกย์อีก อิอิ แต่อยากจะเข้าใจไง เราชอบที่เค้าพูดถึงมุมมอง การมองชีวิต ความต่างของคน และการบรรยายความคิดถึงอะไรแถวๆเนี้ย อยากให้ลองอ่านดู บางที..อ่านแล้วคุณอาจจะอยากเป็นเกย์ขึ้นมาก็ได้นะ เพราะเรื่องบางเรื่องอาจไปกระตุ้นต่อมเกย์ของใครหลายๆคน ลองอ่านดู..http://jacque.diaryis.com/archive/

.... ป.ล. แต่เราไม่ทำLink เชื่อมไปนะ เราก็กลัวจะกลายเป็นเกย์เหมือนกัน มันอาจจะติดเชื้อจากการทำLink ได้อ่ะ อิอิ ย้อเย่นนนนนนupload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

04/02/2009 GMT 7

อยากกลับไปโมดิฟาย....

noop @ 21:09

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ชอบคำที่คุณฐิตินาถเคยพูดว่า "รู้สึกมั้ยถึงใจที่วิ่งขึ้นวิ่งลง เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์.." ใช่จริงๆ รู้สึกว่ามันคือเราเลย โดยเฉพาะสองสามวันที่แล้ว เป็นมากๆ เหมือนมีเรื่องมาทดสอบใจตลอด เดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เราไปกินก๋วยเตี๋ยวเมื่อวันเสาร์ตอนเลิกงาน เจอเพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกันนานมาก เพื่อนคนนี้เรียนคนละห้องแต่ รร.เดียวกัน ก็คุยกันนิดหน่อยตอนเพื่อนเดินผ่านโต๊ะเรา ความจริงเราเห็นรถเพื่อนตั้งแต่วิ่งเข้ามาจอดแล้วหล่ะเพราะเรานั่งกินอยู่ก่อนอ่ะ ก็นะ..รถหรูเชีย พอได้คุยกันเพื่อนก็บอกอีกว่า ตอนนี้อยู่หมู่บ้าน"....." โห รวยแท้ๆเลยมรึ๊รรรง อิอิ เราคิดในใจ ก็ตอนเรียนมัธยมมันก็ฐานะพอๆกันทั้งนั้นอ่ะ แต่ตอนนี้คงไม่พอกันแล้วหล่ะ โดยเฉพาะเรา ไม่พอแน่ๆเพราะต้องหาอีกเยอะถึงจะทันเพื่อน อิอิ นี่ขนาดทำงานเหลือวันหยุดหายใจแค่วันเดียวนะ ยัง... เฮ้อ ช่างมันเหอะ กินก๋วยเตี๋ยวต่อดีกว่า

....อีกเรื่องที่ต้องทำใจก็คือต้นข้าว เรายังเข้าไปดูเค้าบ้างในเอ็มนะ แต่ไม่เคยคุย จะพยายามfade ตัวเองออกมาให้มากที่สุด เพียงแต่ ต้องค่อยๆทำไปทีละวันๆ เพราะมันยังมีคิดถึงบ้าง แต่สักวั นนึงมันคงจะมีแน่ๆ วันที่เราเดินสวนกับต้นข้าวแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย มันต้องมีวันนั้นสินะ แต่ก็ยอมรับว่าทุกวันนี้อยู่แบบทำใจ ตัดใจ บางคืนก็คิดถึง ทรมานเหมือนกัน แต่ต้องผ่านให้ได้

....ไม่รู้เคยเขียนในบล็อกรึยังเรื่องที่เรามีเพื่อนแต่ก็คุยกันได้ไม่นาน ไม่ได้ทะเลาะอะไรนะ เพียงแต่จะไม่มีใครอยู่นานๆอ่ะ จนเดี๋ยวนี้มันก็ยังคงเป็นแบบเดิม เราเกลียดตัวเองเหมือนกันนะที่มักจะเดาถูกเสมอถ้าจะต้องเจอเรื่องแห้วๆเซ็งๆอ่ะ ที่ผ่านมาแทบจะไม่เคยเดาผิดเลย ถึงแม้บางครั้งจะเดามั่วแบบไม่มีเหตุผล มันก็ยังเจือกถูกอีก คือขอแค่เดาว่าแห้วมันก็จะถูกทุกครั้งเอางี้แล้วกัน เราเคยลองแม้กระทั่งปรับใจให้สดชื่น คิดแต่ในทางบวก หัวเราะร่าเริง หวังว่ามันจะเป็นพลังดึงดูดสิ่งดีๆ หึหึ..สุดท้ายก็เหมือนเดิม ฝืนไม่ได้หรอกชะตา

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....แล้วอะไรเหรอที่เราสุข อาจจะเรียกว่าเป็นสุขทางโลกละกันนะ คือเราเข้าประชุมเรื่องนึงมีการเสนอความเห็นกันแล้วประธานยอมรับไอเดียเรา เราก็เลยแฮ้ปปี้มากเลย แล้วก็เรื่องโหลดเพลง ก็คิดว่าเรามีโชคด้านละเมิดลิขสิทธิ์นะ อิอิ เพราะอยากโหลดเพลงอะไรแค่เสิร์ชนิดหน่อยก็เจอแระ ทั้งๆที่บางเพลงเราก็คิดไม่ถึงว่าจะเจอนะ แบบว่าหายากอ่ะ อย่างแมว จีระศักดิ์ ชุดแรก เราเคยหาจนหยุดหาไปแระ เพราะไม่มีใครเอามาให้โหลด มีแต่ขาย เพราะมันเป็นชุดที่หายาก แล้วอะไรที่เป็นชุดแรกเนี่ยมันมักจะมีคนตามซื้อไง แต่นี่ดันเจอแบบเต็มอัลบั้มให้โหลดฟรี ก็...เรียบร้อย อิอิ แล้วก็เพลงสากลเก่าๆก็เจออีก โหลดกระจายเลย อิอิ ชอบมากของฟรีทุกชนิดยกเว้นติดคุกฟรี อิอิ

02/02/2009 GMT 7

จำได้ป่ะ?

noop @ 22:25

....ที่เราเคยซื้อน้ำหอมมาแล้วไม่ถูกใจอ่ะ ของMiss Sixty จำได้มั้ย ตอนนี้ก็ยังเหลือปริมาณเท่าเดิมนะ คือไม่ใช้เลยเหม็นมาก อิอิ อยากจะบอกว่าPaul Smith กลิ่น Rose ที่ใช้อยู่มันหมดแล้ว เราก็รู้สึกขาดความมั่นใจขึ้นมาทันที ต้องรีบหาทางเสียตังค์ อิอิ คือเป็นคนชอบน้ำหอมอ่ะไม่รู้เป็นไง เวลานั่งทำงานได้กลิ่นหอมบางๆจะมีความสุขมาก เนี่ย จะเล่าว่าไปซื้อขวดใหม่มาได้สองอาทิตย์แระแต่ยังไม่ได้อัพเดทให้ฟัง ตัดสินใจว่าเปลี่ยนจากPaul มาใช้Estee Lauder ดูอ่ะ ใช้กลิ่น Pure White Linen แนวใสๆบางๆไม่ฉุน แต่ยังไม่แน่ใจในความติดทนเลยซื้อไซส์เล็กมาก่อน ลดแล้วเหลือพันเจ็ดกว่าๆ ปรากฎว่า ของเค้าโอเคเลยนะ หอมติดทน สดชื่นใช้ได้ แต่ แอบบอกนิดนึงว่ากลิ่นหอมแบบPaul ยังหวานใสประทับใจเรามากๆ แต่ก็..มันไม่ทนอ่ะนะ เลยต้องเปลี่ยน สาวๆคนไหนชอบแนวกลิ่นสบายๆใสๆ ติดทนพอควรก็แนะนำนะ เพียว ไวท์ ลินิน ของเอสเต้ รับรองต้องมีขวดที่สองตามมา อิอิ

มิว คริส มด...

noop @ 21:41

....อ่านข่าวมิว วงBurn ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการวันนี้ การณ์กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่มิวที่เป็นคนจุดพลุซะแล้ว เพราะช่วงที่เฟาเม่า เอ๊ย ไฟไหม้ อิอิ เป็นช่วงเปลี่ยนนักร้อง ในวิดีโอที่ถ่ายไว้มิวเดินลงไปอยู่ข้างล่างเวทีแล้ว อันนี้เป็นหลักฐานที่ รมว.กระทรวงยุติธรรม เห็นไม่ตรงกับ "ท่านจง" ที่ออกมาแถลงตอนแรก "ท่านจง" ยั๊วะใหญ่เลย นักข่าวไปสัมภาษณ์ มิวด้วยนะ เค้ากำลังเดินสายทำบุญอยู่ เค้าบอกว่าเพื่อนโทรมาบอกแล้ว ดีใจมาก และยังไม่คิดเรื่องฟ้องกลับ

....ที่เราสนใจเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ไรหรอก มัน.. ไม่รู้บังเอิญป่าวนะ คือเราเห็นมิว ในทีวี ตอนแรกเราแปลกใจที่เค้าหน้าตาคล้ายหนุ่มต้นข้าวของเรามากเลยอ่ะ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจฟังเนื้อข่าวซักเท่าไหร่ คือดูแต่หน้าอย่างเดียว อิอิ จนพอได้มาอ่านข่าว อ๊าว นอกจากหน้าเหมือนแล้ว ชื่อก็ยังเหมือนกันอีก คืออ่านเหมือนกันแต่เขียนต่างกันเท่านั้นเอง นับแต่นั้นมาในใจเราก็มีแต่ มิว มิว มิว อิอิ บ้า.. แค่รู้สึกว่าน่าสนใจแค่นั้นแหระ คิดไรมาก โธ่...

...อะ แฮ่มม นอกจากข่าวมิว วงBurn แล้ว วันนี้ผู้จัดการยังลงคลิปน้องมดจุ๊บกะน้องคริสด้วยหล่ะ โห คนมาโพสต์ด่ากันใหญ่ มีส่วนน้อยที่บอกว่ามันก็แค่เรื่องธรรมดาของเด็กวัยรุ่น อืมม ทายซิว่าเราอยู่ข้างไหน อิอิ อยากรู้โทรมา 087 อิอิอิ - อิอิอิอิ

01/02/2009 GMT 7

กลอนเด็ด...

noop @ 00:21

....ไปเจอบทกลอนอันทรงคุณค่านี้ในเว็บนึง น้อง"แต๋ว"เค้าโพสต์ไว้ น่าสนใจดีเหมือนกัน ความว่า

คั่วชายในบาร์ต้องกล้าทิป
คั่วชายในลิฟท์ต้องหน้าใส
คั่วชายบนรถเมล์ต้องเซไว
คั่วชายบ้านใกล้อย่าใส่กลอน...

ยังมี สติ๊กเกอร์ท้ายรถปิ๊กอัพคันนึง เขียนว่า
"รับเฉพาะคนช่วยผ่อน"

แหม๋..ของเค้าดีจิงๆ อิอิ

ติดต่อผู้สร้าง | กรุ | สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี