จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

~~%~@ ดีส อีส อะ บล็อก @~%~~
อยากให้รอบๆตัวมีแต่ความรัก เมตตา อบอุ่น ไม่เบียดเบียน ไม่แก่งแย่ง ชิงดี อยากให้ทุกๆคนมีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น...

28/09/2009 GMT 7

กับดัก..ตัวเอง

noop @ 22:34

.......... อยากจะบ้าตาย พิมพ์เรื่องเสร็จเรียบร้อย แบบทุกตัวอักษรกลั่นจากใจได้ฟีลมากๆเลยด้วย พอพิมพ์เสร็จก็กดอัพเรื่องขึ้นเว็บ แมร่ง...เน็ทเจือกหลุด หมดแรงเลย.. นั่งพิมพ์เป็นชั่วโมงเจือกไม่เป็นไร ดันมาเป็นเอาตอนกดส่งซะงั้น แล้วพอเน็ทconnect ได้อีกที ข้อความที่พิมพ์ไว้มันก็หายเกลี้ยงไม่เหลือ เพราะบล็อกมันไม่มีsave draft โฮ้ยยยย เหนื่อยสองเท่าอีกกรู

......เนี่ยก็เป็นอีกเรื่องนึงที่เราอยากจะบอกว่า ไม่รู้มันเป็นไงช่วงนี้ เราวุ่นวายใจมาก ไม่เคยนิ่งได้เลย เอาแต่วนเวียนอยู่กับความคิดของตัวเอง ทั้งอยากเรียนต่อ อยากเปลี่ยนงาน อยากย้ายบ้าน อยากมีแฟน อยากๆๆๆ จนไม่รู้จะสกัดจุดความคิดตัวเองได้ยังไง มีพี่คนนึงเค้าออกไปทำงานที่อื่นก็นานแล้ว ล่าสุดเค้าโทรมาคุย เลยได้รู้ว่าเค้าก้าวหน้าไปไกลมากๆ ตัวเค้าเองก็ยังคิดไม่ถึงเลยว่าจะประสบความสำเร็จเร็วอย่างนี้ ตอนที่ได้ยินก็แสดงความยินดีกับเค้าไปตามมารยาท แต่ก็อดจะคิดไม่ได้ว่า แล้วตัวกรูล่ะ? ตอนนี้มีอะไรบ้าง เรียนก็ยังไม่ได้เรียน งานก็ต้องทนทำไป บ้านก็... เฮ้อ เซ็งโคตร ยิ่งมาคิดเรื่องแฟน ยิ่งอยากจะไปตายไวๆ เบื่อหน่ายโชคลาภวาสนาตัวเอง ทำไมมันมืดมนจังวะ..

......มีอีกเรื่องที่เราพลาดไป ไม่รู้ใครจะคิดยังไง แต่สำหรับเราคิดว่าพลาดนะ คือเมื่อสองวันนี้เพื่อนสนิทเราคนนึง เค้ามีเรื่องกลุ้มใจ เป็นเรื่องส่วนตัวอ่ะ เค้าก็มาเล่าให้เราฟัง เราเองช่วงนี้ก็..อ่ะนะ สภาพจิตไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่ แต่ก็รับฟังเพื่อน ฟังแล้วเราก็เจือกคิดขึ้นมาตอนนั้นว่า เราก็อยากเล่ามั่งอ่ะ แต่เรื่องที่เราจะเล่ามันเป็นความลับเกี่ยวกับงานของเราอย่างนึง ที่เราเก็บมาตลอดหลายปี ไม่เคยบอกใครที่ออฟฟิศเลย แม้แต่เพื่อนสนิทเนี่ย และเราก็คิดว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้จนกระทั่งวันที่เราออกจากที่ทำงานนี้ไปเลยอ่ะ แต่ในอารมณ์ของคนฟุ้งซ่านที่เรานั่งอยู่กับเพื่อนตอนนั้น เราคิดได้แค่ว่า อย่าเก็บไว้เลย เครียดก็เล่าให้เพื่อนฟังเหอะ ทีเพื่อนยังกล้าเล่าเรื่องส่วนตัวให้เราฟังเลย นั่นแหละ เราก็เลยพูดกับเพื่อนไป

......แต่สิ่งที่เรารู้สึกหลังจากนั้นคือ เสียดาย ไม่น่าพูดออกไปเลย เพราะความเครียดที่เรามี ถ้าทนอีกนิดเดียว เดี๋ยวมันก็จะหายไปเอง เพราะหลักธรรมะบอกว่า ความทุกข์ความสุขไม่มีอะไรแน่นอน มันมาได้ก็ไปได้ แต่...เราก็อดทนไม่พอ ดันพูดออกไป ความจริงเรื่องมันก็ไม่ได้ร้ายแรงเสียหาย แต่พอดีมันเป็นอะไรที่แสดงถึงตัวตนของเราชัดเลยอ่ะ มันพูดถึงสิ่งที่เราคิดว่าเราภาคภูมิใจและจะเก็บเอาไว้ แต่พอดีมันก็เป็นส่วนนึงที่เกี่ยวพันกับความอยากต่างๆที่เราต้องไปให้ถึงจุดนั้น เรียกว่าพูดไปแล้ว ก็...ไม่พูดซะจะดีกว่า เรามาคิดหลังจากนั้นนะ

......ที่เค้าว่ากันว่า เวลาคนเราจิตใจไม่สงบ วุ่นวาย ฟุ้งซ่าน ช่วงเวลานั้นเรามักจะพูดหรือแสดงอะไรที่ไม่ควรออกมา เพราะคอนโทรลตัวเองไม่ได้ สติหลุดกระเจิงไป นั่นแหละ เราเป็นอย่างนั้นเลย หลังจากนั้นก็เหมือนกับสร้างเรื่องลำบากใจให้ตัวเองเพิ่มอีก เพราะเพื่อนมันก็รู้เรื่องของเราแล้ว เฮ้อ...ไม่น่าเลยกรู

27/09/2009 GMT 7

เพราะเหงาหรือไม่ใช่....

noop @ 18:37

.....ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องงานเท่าไหร่  เพราะตอนนี้กลับมาลงเสาเอกที่กรุงเทพฯแล้ว  ไม่ต้องตะลอนขับรถไป ตจว.เหมือนเมื่อก่อน   แต่ก็อดคิดถึงลูกค้าต่างจังหวัดไม่ได้นะ  เพราะเค้าก็น่ารักดีเหมือนเป็นญาติประมาณนี้เลย  ก็รู้สึกดีๆกับเค้า   ตอนนี้ทำอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯเหนื่อยกายน้อยหน่อยไม่ต้องเดินทาง  แต่งานก็เข้มขึ้น  มีปัญหาบ้างในชิ้นงานที่ทำไป  ก็แก้ไขไปเท่าที่จะทำได้

.....สะตุ้งสะตางก็ยังใช้ดีเหมือนเดิม  หมดไปกับน้ำหอมที่ผ่านมาไม่ได้เล่าให้ฟังซื้อ Estee Pure White Linen Light Breeze ไซส์ 100 ml. หมดไปแระ   ก็ต่อด้วย Paul Smith กลิ่น Rose ตัวเดิม พอดีเจอร้านขายถูก 100 ml.ปกติประมาณ 3,700 บาท  เราซื้อได้ 1,800 บาทอ่ะ  พอๆกับในเว็บไซต์เลย  แต่ตอนนี้ก็ใกล้จะหมดอีกแระ  อ้อ ลืมบอก Estee ซื้อมา 2,600  แต่ใช้คุ้มมาก  เป็นเดือนๆ  กลิ่นติดทน  เนี่ย  ตอนนี้น้ำหอมเริ่มจะหมด  ก็เล็งๆอยู่ว่าจะซื้ออะไรดี  เป็นพันอีกแล้วกรู...

....ว่าจะเขียนถึงเรื่องความรักครั้งใหม่ล่าสุด  อิอิ  บ่อยนะว่ามั้ย  เหมือนมีมาบ่อยๆ  แต่อย่างว่าคุยไปๆ  แต่มันยังไม่ลงตัวเลยนะ   จนมาวันนึง  เราดูรายการคอนเสิร์ทลูกทุ่งททบ.5  วันนั้นไหมไทย  ใจตะวันมาเล่น  เราก็นั่งดู  ไปสะดุดสายตาที่แดนเซอร์ชายคนนึง  แค่เห็นหน้านิดเดียว  มันมีความรู้สึกทันทีว่า เฮ้ย ชอบอ่ะ  เราก็มองดูเค้าเต้น เออ..มันมีเสน่ห์  แบบชวนมอง ยังไงไม่รู้  คือเราเห็นเลยว่าตัวเราแทบไม่ได้ดูไหมไทยเลยอ่ะ  อิอิ เพ่งไปที่แดนเซอร์คนนี้คนเดียว   โอ้ว  ชอบมากๆเลย

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ตอนแรกแปลกใจตัวเองเหมือนกัน  เพราะสเปคเราที่ผ่านมา99.99 มันต้องแมนๆเท่านั้นอ่ะ  แต่ทำไมคราวนี้ดันมาตกหลุมแดนเซอร์วะ  ทั้งๆที่เราก็พอจะเดาออกหรอกนะว่าหนุ่มๆอาชีพนี้ 99.99 เช่นเดียวกันต้องเป็นเกย์   แต่เหมือนไม่คิดไรมากไง  เพราะคิดว่าตัวเองแค่ประทับใจหน้าตาการแสดงประมาณนั้น   แต่พอผ่านๆหลายวันไป  เฮ้ย เหมือนใจมันไม่ยอม  มันอยากจะหาข้อมูลต่อไปอีกว่าแดนเซอร์คนนี้เป็นใคร   แน่นอน  เราทำตามใจไม่ยากเลย

....เสิร์ชกูเกิลคำว่า "แดนเซอร์ครูเทียม"  คือเราเดาเอาอ่ะว่าคนนี้น่าจะอยู่คณะของครูเทียมที่สอนให้แดนเซอร์แกรมมี่  ก็นั่งเสิร์ชไป  วันแรกๆไม่เจออะไรที่จะสาวไปถึงตัวเค้าได้  อิอิ  นั่นมันผู้ต้องหาแล้ว   คือวันแรกๆไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  ก็ยังไม่เบื่อนะ  ลองดูอีกสองสามวันหลังจากวัน  จนมาเมื่อวาน  เชื่อป่ะว่า เราเสิร์ชคำเดิม  แล้วเข้าไปคลิกดูเรื่อยๆ  จนไปเจอHi5 น้องคนนึง  ด้วยมันมีคำว่าเบอร์โทรติดต่อทีมงานแดนเซอร์ครูเทียม  เราก็ลองเข้าไปดู   ปรากฎแว่บแรกเห็นHi5   ผิดหวังว่ะ  มันแค่ของเด็กผู้ชายวัยรุ่นคนนึงเท่านั้นเอง  แต่ในเมื่อเข้ามาแล้ว เออ  ลองดูรูปเพื่อนๆของมันซะหน่อย   มองไปมองมา  เจอรูปเล็กๆของผู้ชายกลุ่มนึงถ่ายรวมกัน  เหมือนคุ้นๆนะ   เราเลยยื่นหน้าไปดูใกล้ๆจออีกนิดนึง   เฮ้ย!! ตกใจ  นั้นไง แดนเซอร์คนนั้น  อยู่ในรูปนี้ด้วย   โอว..พ่อเจ้าแม่เจ้า  ดีใจชิบหา....  รีบคลิกเข้าไปทันที

.....สวรรค์บันดาลจริงๆ  มันเป็นHi5 ของเค้าเลยหล่ะ นึกภาพสิว่าคนกำลังตื่นเต้นดีใจ  จะได้เห็นProfile รูปภาพ และอะไรต่อมิอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของคนที่เราชอบอ่ะมันจะดีใจขนาดไหน  ก็เห็นชื่อเค้า  วันเกิดเค้า  เห็นเพื่อนๆเค้า   เห็นรูปในอิริยาบถต่างๆ  โคตรหน้าตาดีเลย  เราคิด  แต่เอ..ทำไมรูปเค้ากับเพื่อนผู้ชายคนนึงถึงได้ถ่ายแนบชิดกันจังวะ   ก็ลองเข้าไปดูรูปที่อัลบั้มเค้ากับเพื่อนคนนั้น  อื้อหือ  กรูว่าแล้ว  เกย์ เค้าเป็นคู่เกย์กัน  เชื่อป่ะว่า  ผู้หญิงที่ชอบแต่แมนๆอย่างเรา  ก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกันตอนเห็นเค้าถ่ายรูปแบบแสดงความรักแนบชิดกันขนาดนั้น    นี่กรูบ้ารึเปล่าวะ  อิจฉา น้อยใจเกย์  มันเป็นไปได้ยังไง?!?

.....คืนนั้น เศร้าไปเลย  ยิ่งได้อ่านข้อความที่เค้าบอกรักกันหลายข้อความ ยิ่งแห้งเหี่ยวใจ  สวรรค์มีตา  แต่ทำไมไม่มีมือหยิบจับอะไรให้มันถูกขั้ววะ  อิอิ   เฮ้ยเราเสียใจจริงๆนะ  ก็มีน้องวิศวะคนเดิมแหละที่มันเข้ามาให้โอวาทเราตอนดึกว่า  "โรคจิตว่ะ ชอบเกย์"   วันนี้..เราสรุปตัวเอง  คิดว่ามันคงไม่ถึงกับความรัก  มันแค่เราเจอคนแบบที่เราชอบ  จะว่าไปหน้าตาเค้ามีส่วนคล้ายต้นข้าวนะ  เราลองเอารูปมาเทียบดูแล้ว   อาจจะเป็นไปได้ที่ทำให้เราผิดหวังน้อยใจ   มันคงไม่ใช่ความรักจริงจัง   ทุกอย่างเราอยากจะโทษความเหงาที่พาเราไปไกลจากจุดเดิมๆที่เคยอยู่   อืม..วันนี้ก็ยังชอบเค้าอยู่นะ  น้องPing  ทำไมหน้าตามันได้ Feel เรามากๆเลยวะเนี่ย  กรรมจริงๆ  อกหักเพราะรักเกย์   เนี่ย ถ้าอยากเห็นน้องเค้าว่าหล่อปานใด  ก็คลิกดูเลย  ทำLink ไว้ให้ข้างล่างแล้ว   แต่ห้ามมาชอบเหมือนเรานะ   เอาปังปอนไป  แต่อย่ามาเอาน้องปิง  หวงโว๊ยยย   อิอิ

http://radiobuu.hi5.com/friend/p321519205--ping123_pingpong--html

19/09/2009 GMT 7

ชอบมากๆ.......

noop @ 20:24

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....อยากมีบ้านสักหลังนึง เห็นรูปบ้านหลังนี้แล้วชอบมาก ความจริงเคยชอบรูปบ้านมาเยอะนะนับไม่ถ้วนหรอก แต่หลังนี้ล่าสุดที่เห็นแล้วประทับใจ ดูน่าอยู่ดี เหมือนว่าถ้านั่งอ่านหนังสืออยู่กับบ้านก็คงมีความสุขมาก แถมดูรอบๆแล้วก็ไม่มีสนามบอลให้รำคาญใจ คงมีแต่เสียงนกร้องจิ๊บๆ เสียงลมพัด และกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อยู่รอบๆ ชอบมากเลย...

เป็นบ้าอะไรเนี่ย....

noop @ 19:53

....เมื่อคืนเราฝันไม่ค่อยดี ฝันว่ารถหาย โดนขโมย จอดไว้ในบ้านแท้ๆ ฝันว่าขโมยมันตัดกุญแจรั้วเข้ามา แล้วก็เอารถเราไป ในฝันนะเราท้อแท้ สิ้นหวังเอามากๆ หมดอาลัยตายอยาก เพราะมันรู้สึกเหมือนเอาเรื่องชีวิตจริงไปปนด้วยยังไงบอกไม่ถูก คือช่วงที่เราไม่ได้มาอัพบล็อก ปรากฎมีเรื่องเกิดในชีวิตเราอีกแล้ว บ้ามากๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องบอลที่ทำให้เรานอนดึกแทบทุกคืน จนกระทั่งเราป่วย แบบว่าหมดแรง ท้องเสีย กินไรก็ไม่ได้ ลุกไปทำงานไม่ไหว ตัวก็ร้อน แต่หนาวนะ รู้สึกหนาว คืนที่ป่วยก็มีเรื่องไม่เข้าใจกับแม่อีก (พูดแค่นี้คงไม่บาปนะ) ร้องไห้เสียใจ แถมเพื่อนที่เคยคุยๆกันอยู่ ที่เราคิดว่าน่าจะเป็นความหวังแทนต้นข้าวได้ อยู่ดีๆก็มาตัดสัมพันธ์แบบไม่มีคำอธิบายใดๆ เจ็บปวด... เราเครียดมาก ถึงร่างกายจะดีขึ้นจากอาการป่วยบ้างแล้ว แต่ก็ยังกินไรไม่ลงอยู่ดี เหมือนกำลังใจแห้งหายไปหมด เชื่อมั้ย น้ำหนักเราลด ผอมลงแบบโทรมไปเลย วันที่นอนป่วยไม่ได้ไปทำงาน เราก็นึกแต่ประชดตัวเองนะ ให้มันตายไปเลย ทำไมเกิดมาซวยอย่างนี้วะ สารพัดจะคิดแง่ลบ ไม่มีกะใจจะโทรหาใคร ไม่เหลืออะไรให้หวังแล้ว จนมีคนนึงที่โทรเข้ามา... ใครรู้มั้ย? หนุ่มน้อยแขนเป็นฟอไงล่ะ เค้าโทรมาหาเรา พอรู้ว่าไม่สบายก็โทรมาถามบ่อยเลย บอกว่าเป็นห่วงนะ กินยารึยัง มันทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น อยากจะหายเร็วๆจริงๆ

......แต่กรรมเรายังไม่หมดแค่นั้น วันที่เราไปทำงาน ก็ยังซีดๆอยู่นะร่างกาย เราก็โมโหหัวหน้าเราด้วย เกลียดคำพูด แต่ก็ยังพอห้ามความรู้สึกไม่ด่าสวนไปได้ วันนั้นเราได้ดูเว็บแม่ชีทศพร เกี่ยวกับกรรมต่างๆ มีกรรมเรื่องบิดามารดาด้วย ดูไปร้องไห้ไป เพราะมันซึ้งใจจริงๆ พอ เรากลกลับมาบ้าน เราก็มาขอโทษแม่ จากเหตุที่ทะเลาะมันเป็นเรื่องของมุมมองต่างกัน แต่เราก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเข้าไปขอโทษแม่ ความจริงยังมีเรื่องที่เพื่อนไม่ยอมพูดกับเราด้วยคนนึง ทั้งๆที่บอกว่าจะโทรหาเรา เห็นเรามีความเครียดอยู่ แต่ก็ปล่อยให้เรารอ สุดท้ายกลายเป็นงง เหมือนเลย เหมือนคนตัวแทนต้นข้าวคนนั้นเลย ทำเหมือนกัน ก็เสียใจนะ มันอายที่จะพูดถึงความรู้สึกตอนที่เราโทรไป แล้วเค้าไม่ยอมรับสาย ตัดสายทิ้งด้วย อืม เราหยุดโทร ใช่ ยังไงก็ต้องหยุด เราก็ทำเหมือนคนทั่วไปที่เค้าทำกันนั่นแหละ จนวันนี้เราก็ยังไม่เคยได้เหตุผลจากคนสองคนนั้น เราคงมีกรรมมากจริงๆ วันนี้พอฝันไม่ดีอีก เลยไปทำบุญ ทำสังฆทาน กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปเลยดีกว่า

..... เออ จากที่ฝัน พอวันนี้เราขับรถไปจอดไหน เราก็ล็อคพวงมาลัยทุกครั้งเลย หลังจากที่พึ่งสัญญาณกันขโมยอย่างเดียวมานาน ตอนแรกว่าจะหาล็อคเกียร์มาเพิ่มอีก แต่ลองเสิร์ชหาข้อมูลคร่าวๆ มีคนที่ติดไปแล้วมาบ่นเยอะเหมือนกันว่าเกะกะ ไม่สะดวก และมันต้องติดตายตัวไปอย่างนั้นด้วย ก็เลยยังอ่ะ จริงสิ เรื่องดีๆก็เริ่มมีเข้ามาแล้ว คือเมื่อคืนนี้ เพื่อนซูดานที่ว่าจะส่ง Earmub ให้เราแล้วเงียบหายไป ปรากฎเมื่อคืนออนเอ็มบอกเราว่าฝากเพื่อนเค้าส่งให้เราแล้ว ได้รับรึยัง แต่เอ็มมันก็แปลกมาก พอเราส่งข้อความกลับไปเหมือนเค้าไม่ได้รับแฮะ เราเลยส่งเมลไปใหม่เมื่อเช้านี้ ไม่รู้เป็นไงมั่ง

.....ก่อนที่เราจะป่วย เรามีอาการหงุดหงิด อารมณ์บ้าบอ ทั้งเหงาทั้งกลัวโน่นนี่ อะไรไม่รู้สารพัด จนน้องวิศวะมันถามเราว่า เป็นวันนั้นของเดือนรึเปล่าเนี่ย ผมรู้สึกเหมือนพี่สับสนไม่เป็นตัวเองเลย เราก็ตอบว่าเปล่า ไม่ได้เป็นวันนั้นของเดือน แต่หลังจากนั้นอีกสองสามวัน เออ..เป็นจริงๆแฮะ น้องมันทายถูกจริงๆ ก็คงพอๆกันมั้ง เพราะวันนี้เค้าออนเอ็มขึ้นมา เราก็ถามว่ากินกาแฟรึยัง น้องบอกแม่นมากเลยพี่ ตอนนี้ผมนั่งอยู่สตาร์บั๊ค พอดีเลย อืม เป็นหมอดูทั้งพี่ทั้งน้อง อิอิ....

14/09/2009 GMT 7

ขอกราบอโหสิกรรม....

noop @ 09:08

....เมื่อเช้าขับรถถึงออฟฟิศเร็วมาก มีเวลาเหลือเลยเอาหนังสือสวดมนต์มานั่งสวดไปเรื่อยๆ พอถึงตอนนั่งสมาธิ หลับตาส่งจิตถึงเจ้ากรรมนายเวรอยู่ๆเราก็คิดถึงสิ่งนึงขึ้นมาได้ เรื่องบล็อกของเรา ที่เราเคยพูดถึงพ่อกับแม่ไว้ในนี้นั่นเองแหละ ไม่ว่าจะพูดถึงอย่างไรรูปแบบใดก็แล้วแต่ อยู่ดีๆเหมือนจิตข้างในมันบอกเราขึ้นมาว่า นี่แหละคือบาป ควรไปลบออกซะ จะว่าเราคิดมากก็แล้วแต่นะ เพราะถ้าพูดถึงว่ามันเป็นการเขียนไดอารี่อย่างนึง การเล่าถึงครอบครัวความเป็นอยู่ก็ไม่น่าจะถึงกับผิดบาปอะไร แต่เราสงสัยที่อยู่ๆความคิดนี้มันก็แว่บขึ้นมา แล้วเราก็เชื่อทันทีเลยด้วย เลยเป็นที่มาว่าเราลบบางช่วงบางตอนที่เราเขียนถึงพ่อกับแม่เราออกไป อาจจะไม่ทั้งหมด เพราะเราก็จำไม่ค่อยได้ว่าอยู่เรื่องไหนบ้าง แต่ลบเท่าที่จำได้ก่อนละกัน

...หากสิ่งที่ลูกกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กระทำให้เสื่อมเสียถึงคุณพ่อคุณแม่ วันนี้ลูกกราบขอขมา และขอกราบอโหสิกรรมต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้ท่านทั้งสองได้โปรดอโหสิกรรมแก่ลูกด้วย และขอให้ท่านอายุมั่นขวัญยืน มีสุขภาพกายสุขภาพใจแข็งแรงสมบูรณ์ตลอดไปเทอญ...

13/09/2009 GMT 7

แมร่ง (ต่อ).....

noop @ 21:24

....เรานึกถึงวิธีที่เราพยายามทำ เราหาใครสักคนมานานมาก หลังจากเลิกกับแฟนไป สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรน่ะเหรอ ฮึ!! ทุเรศชิบหา... ชีวิต คนที่คุยกับเราได้เข้าใจ มีหลักการดำเนินชีวิตคล้ายๆกัน แบบที่เรียกว่าถ้าคบกันก็แทบไม่ต้องปรับจูนอะไรกันมากเลย แต่ไอ้คนๆนั้นก็มักจะต้องมีเจ้าของแล้ว มีแฟน มีคนคบอยู่ สิ่งที่เราต้องทำนับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็คือ ตัดใจ ยุติการพูดคุย และเลิกคบเลิกติดต่อ เพราะเรากลัวกรรมมาก เราถือเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ผลที่เกิดกับสภาพจิตเราก็คือ โคตรทรมาน เพราะมันหมายถึง เราขาดเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ต้องกลับมาอยู่กับตัวเอง พูดกับตัวเอง ใช่ พูดคนเดียวไง เพราะไม่มีใครจริงๆ

....ส่วนผู้ชายที่โสดชิบหา... โสดสุดๆ แม่งแรกๆก็ดี หลังๆนิสัยเลว แล้วเราจะคบต่อยังไง ก็ต้องตัด ต้องเลิกเหมือนเดิม เห็นรึยัง ชีวิตที่เหมือนจะมีคนเข้ามาให้เลือกเยอะ แต่แท้จริงแล้ว เข้ามาเพื่อให้ทรมาน อดทน อดกลั้น ตัดใจ เสียใจ ร้องไห้ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งวนเวียนอยู่อย่างนี้เกือบสิบปี เพื่อนๆเรามันก็มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว และที่เราไม่อยากเล่าปรับทุกข์ให้ใครฟังเพราะสังคมที่เราอยู่มันมีแต่คนอยากเห็นความล้มเหลวของคนอื่นมากกว่าความสำเร็จ เพราะฉะนั้น เราจะเลี่ยงไม่เล่าไม่ปรับทุกข์ให้เพื่อนฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนที่ออฟฟิศ แม่งสุดๆอ่ะ เคยเห็นเคสคนอื่นมาแล้ว เล่าไปมีแต่ชีช้ำโดนหักหลัง เอามาโพทะนา

.......ผู้ชายที่เรารอเมลอยู่ เป็นหนึ่งในความหวัง จากที่เคยพูดคุย เหมือนทำทางมาดี แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นย่ำอดีตเดิมๆอีก คือเลิกคบแบบไม่มีการบอกกล่าวให้เข้าใจ เงียบหาย แบบปล่อยให้มรึงไปคิด ไปเดา เอาเอง เราร้องไห้นะ แต่ไม่ใช่มาร้องเพราะไอ่คนนี้คนเดียว แต่เราร้องเพราะความรู้สึกที่มันกดดันเรามาตลอดว่า "เราไม่มีทางเอาชนะกรรมได้" มันกระแทกหน้าเราเข้าเต็มๆ อีกครั้งแล้วสินะ มันสรุปได้แล้วใช่มั้ยว่า ทำตัวดี กลัวบาป พยายามฝึกทางธรรม มันไม่ได้ช่วยให้เราหลุดพ้นไปได้ น่าหัวเราะเยาะใช่มั้ย

......ที่ต้นข้าวให้เบอร์เรามา เราก็ไม่เคยโทร ความจริงอยากโทรมั้ยเหรอ อยากนะ เพราะอย่างน้อยต้นข้าวมันก็โสด คุยไปก็ไม่บาป ถามว่าความรักยังอยู่มั้ย ถ้าความรักหมายถึงการที่เราอยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข ก็คิดว่าเรายังมีความรักนั้นอยู่นะ แต่ใจที่จะกลับไปคบอีกน่ะ มันไม่มีอีกแล้ว เพราะต้นข้าวไม่ใช่คนดี กลับไปก็เจ็บปวด และเราก็มีชีวิตของเรา ไม่มีใครมีอิทธิพลกับเราได้หรอก ถึงเราจะรักมากแค่ไหนก็ตาม

แมร่ง....

noop @ 20:57

....เรารู้สึกเครียดมากเลย มีแต่เรื่องที่ต้องทำใจ อดกลั้นทุกอย่าง ที่เราบ่นๆเรื่องบ้าน ก็รู้นะ คงไม่มีใครรู้สึกอึดอัดไปกับเราด้วยหรอก เราเข้าใจ ถ้าบ่นเกินสองครั้งก็มีแต่จะทำให้คนฟังรำคาญ แต่การใช้ชีวิตเราทรมานมากนะ สภาพที่เราเจอต่อให้คำพูดไหนๆในหล้าโลกก็คงไม่สามารถทำให้คนอื่นรู้สึกเจ็บปวดจริงจังเหมือนมันเกิดขึ้นกับตัวเค้าได้หรอก ที่เราพูดว่า "อยากย้ายบ้าน" แต่ความหมายของมันจริงๆแล้วคือ "กรูอยากหนีไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!" เราได้แต่ออกไปข้างนอก ออกไปข้างนอก และออกไปข้างนอก จากที่เราเป็นคนชอบอยู่บ้าน ชอบอ่านหนังสือ ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ กลายเป็นคนที่ต้องหาทางอยู่บ้านให้น้อยที่สุด หนวกหูเหรอ มันไม่ใช่แค่หนวกหูแล้วก็จบ แต่มันกดดันซ้ำๆจนกลายเป็นความเครียดแล้ว เสียงที่ได้ยินตลอดวันหยุดคือ เสียงส้นตี...ของคนเป็นสิบกระแทกบอลเหมือนใครเอาเหี้...ไรสักอย่างหนักๆทึบๆตันๆอัดรั้วบ้านเราตลอดเวลา เสียงมันดังอย่างนั้นจริงๆ และเวลามันเล่นก็ไม่ใช่หุบปากเล่นนะ มันตะโกนแบบถ่อยสุดๆ ไม่มีเกรงใจใครหรอก เราไม่อยากอยู่แล้วที่นี่ เราเครียดมาก

....คงมีใครหลายคนเริ่มเบื่อบล็อกเราเพราะเราพูดเรื่องผู้ชายบ่อยมาก เราก็เบื่อนะ แต่ไม่ใช่เบื่อพูด แต่สิ่งที่เราเบื่อมันลึกไปกว่านั้น เพราะการที่เราหาคนๆนั้น มันไม่ใช่เพราะเราแรด แมร่ง อยากมีแต่ผัว เราคงไม่ทุเรศปานนั้นหรอกความคิดเรายังมี มันไม่มีเหี้ยไรหรอกที่เราจำเป็นต้องทำ ต้องหา เพราะเราก็มีความจำเป็น เพราะถ้าเราอยากไปให้พ้นจากที่นี่ไม่อยากเป็นโรคประสาทตาย มีทางเดียวคือเราต้องย้าย แต่เราไม่มีเงินพอ เข้าใจมั้ย ! เราไม่มีเงิน เราต้องหาคนที่ช่วยเราผ่อนได้ และถ้าคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ใครมันจะมาผ่อนกับเรา มันก็ต้องเป็นผู้ชายที่เป็นแฟนเราเท่านั้น จำได้มั้ย คดีที่ชาวสวนยางภาคใต้เอาปืนไปยิงรอง ผอ.โรงพยาบาลอะไรสักอย่างตายคาบ้าน เพราะไอ้บ้านของ รอง ผอ.นั่นมันกินเหล้าเสียงดังทุกวัน แล้วชาวสวนบ้านอยู่ใกล้กัน เค้าต้องนอนแต่หัวค่ำ เพราะต้องออกไปกรีดยางตอนตี2 ทุกวัน เค้าเคยไปขอร้องมันให้เบาๆหน่อย มันก็ไม่เคยเห็นใจ จนสุดท้าย กระสุนปืนเป็นยมฑูตจบชีวิตไอ้หมอเหี้...นั่น สมน้ำหน้าแม่ง.. เราไม่เห็นข่าวต่อจากนั้นว่าชาวสวนเป็นยังไง สงสารเค้ามาก สลดใจสำหรับคนที่กดดันให้ต้องตัดสินใจแบบนั้น บางที ถ้าเราเป็นญาติไอ้หมอโรงบาลนั่น เผลอๆเราอาจไม่เสียใจที่มันตายก็ได้ เพราะพูดถึงแล้วมันก็ยุติธรรมแบบดิบๆ สาแก่ใจดีนัก

12/09/2009 GMT 7

สวดมนต์ดีกว่า....

noop @ 22:29

....เมื่อกี้หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็เอาชุดขาวที่เคยใส่ตอนบวชน่ะ เอามาใส่แล้วก็ไปนั่งสวดมนต์ สวดไปเรื่อยๆ อยากให้ใจนิ่ง ก็รู้สึกดีขึ้นนะ บางวันกลับจากทำงานแล้วเซ็งเราก็ทำอย่างนี้แหละ สวดจากหนังสือเล่มเดิม บทเดิมๆ แล้วก็จบด้วยแผ่เมตตา นั่งสมาธิ เคยมีวันนึง บอลมันไม่มาเตะ โอว..เงียบสงบดีมาก เราก็นั่งสมาธิไปเรื่อยๆ มันเงียบ..เงียบ..เงียบมากก ตอนนั้นเราก็นึกคำที่จะสื่อสารขออโหสิกับเจ้ากรรมนายเวรตามที่อ่านมาจากน้องริชชี่อ่ะ โห.. ความเงียบนี่ช่วยได้จริงๆ เรานึกได้เป็นฉากๆๆเลย ว่าจะพูดอะไรบ้าง และมันก็มีสมาธิต่อเนื่องด้วย แต่ทันใดนั้นเอง ลม ลมมาจากไหนไม่รู้พัดเข้าหน้าต่างมากระแทกประตูห้องที่เราเปิดแง้มไว้อ่ะ ทีเดียวเลย ปั้ง!!! กระโจนสิครับ นึกว่าผีหลอก เพราะกำลังสื่อสารกับเจ้ากรรมนายเวรอยู่พอดี ขนลุกอ่ะ อิอิ เลิกนั่งเลย แต่วันนี้ก็นั่งได้ไม่นานเท่าที่ควร เพราะบอลเสียงดังมาก เนี่ย มันเพิ่งเลิกตอนสี่ทุ่มครึ่งนี่เอง ท่าน สก.ก็หายไปเลย ไม่แจ้งข่าวความคืบหน้าใดๆ สงสัยคงแก้ไม่ได้ อืมม ทางออกสุดท้ายที่เคยคิดไว้คงต้องทำจริงแล้ว คือหาบ้านใหม่ หาตังค์ผ่อน เฮ๊ออออ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

ทำไมมันเหงาอย่างนี้....

noop @ 20:04

....เสาร์ อาทิตย์นี้ ไม่ต้องไปทำงาน ตอนเย็นวันศุกร์รู้สึกแฮ้ปปี้มากเลย แต่พอตื่นมาเช้าวันเสาร์จริงๆกลับแย่ คือความรู้สึกมันสลดหดหู่อ้างว้างไงบอกไม่ถูก ก็อุตส่าห์ร้องเพลงนะเวลาอาบน้ำ เผื่ออารมณ์จะดีขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยช่วยได้เท่าไหร่ ที่แปลกคือเราฝันถึงต้นข้าว ฝันว่าเค้าโทรศัพท์มาบอกเราว่ามากรุงเทพ อยู่แถวๆออฟฟิศเราอ่ะ แล้วสัญญาณขาดหายไป ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับต้นข้าวรึเปล่า แต่ที่แน่ๆเรารู้สึกเศร้า

....เช้านี้ลูกตาเราดีขึ้นมากเลย เลือดเหลือนิดเดียวตรงขอบๆตาดำ แล้วก็ไม่เคืองแล้วด้วย เราเปิดเน็ท เพราะไม่รู้จะทำอะไรตอนที่ใจมันโบ๋เบ๋อย่างนี้ เราหวังว่า เออ อย่างน้อยเพื่อนเราคนนึงน่าจะตอบเมลเรานะ เหมือนกับว่าถ้าได้อ่านเมลของเพื่อนบ้าง เราอาจจะลดความหงอยเหงาลงไป ประมาณนั้น แต่ก็อ่ะนะ... ถ้าเราคาดหวังอะไรสักอย่างในวันที่บรรยากาศไม่ค่อยดี ไอ่สิ่งที่คาดหวังมันก็มักจะไม่สมหวัง แล้วก็จริงๆแหละ กล่องจดหมายเราว่างเปล่า ตอนนั้นเราคิดว่าไงเหรอ จำได้มั้ยเราเคยเขียนไว้ในบล็อกว่า เวลาเราเจอเพื่อนดีๆสักคน มักจะต้องมีเหตุให้แยกจากกันโดยเร็วเสมอ น่านนแหละ เราคิดว่าคนนี้ก็คงเป็นอย่างนั้น

....เราออกไปหาข้าวกินตอนเย็น วันนี้ก็กินแกงเขียวหวานปลากระพงราดข้าว แล้วก็กินหอยทอดอีกจานนึง อิอิ อย่าทำหน้ากลัวเราอย่างนั้นสิ จานมันเล็กๆเองไม่เยอะหรอก เออ จะบอกว่าดอยคำเค้าทำน้ำมัลเบอรี่แบบ UHT กล่องๆ ขายใน 7-11 ด้วยนะ ตอนนี้กล่องละ 15 บาท เรากินมาหลายกล่องแระ ชอบมาก เค้าบอกว่าวิตามินเยอะด้วยนะ เรากินวันละสองกล่องอ่ะ อยากให้สายตามันดีๆ

....ตอนอยู่ในห้าง เราเดินไปดูชั้นที่ขายโลชั่นทาผิว ได้ยินมาว่ายี่ห้อเภสัชอ่ะ ถูกและดี ชื่อเภสัชสกินอะไรสักอย่าง ถ้าแบบทาหน้าก็แค่ 25 บาทเอง แต่เราจะไปดูแบบทาตัว พอเจอก็ก้มๆดู ว๊า มันไม่มีตัว TESTER ให้ลองอ่ะ พอดีน้องพริตตี้ของซิตร้าเค้ายืนอยู่ข้างๆ เค้าก็ชักชวนเราให้ลองซิตร้าดู เราก็บอกเค้าไปตรงๆแหละว่าจะมาลองยี่ห้อเภสัช แต่ก็อ่ะนะ งานของน้องเค้าคือสาธิตผลิตภัณฑ์ จากที่ตอนแรกเราว่าจะเดินกลับก็เลยเปลี่ยนใจยืนฟังน้องเค้าบรรยายสรุปโลชั่นซิตร้าทุกสูตร ถือว่าช่วยน้องเค้าได้ทำงานก็แล้วกัน อิอิ

08/09/2009 GMT 7

เลือดซึมๆ.....

noop @ 20:22

.....อาทิตย์ที่ผ่านมาจนเมื่อวานนี้ รู้สึกว่าตัวเองจะนั่งเล่นเน็ทหน้าจอคอมพ์นานเกินไป คือวันๆนึงเล่นหลายชั่วโมงติดต่ออ่ะ ซึ่งก็ไม่ได้คิดไปเองจริงๆแหละ เพราะร่างกายมันก็ช่วยยืนยัน ด้วยอาการบางอย่างที่ฟ้องออกมาเห็นๆเมื่อตื่นมาตอนเช้า ก็คือรู้สึกว่าตาข้างซ้ายมันเคืองๆเหมือนหนักๆในลูกตา แต่ก็ไม่ได้หยุดสังเกตุอะไรมัน ตอนทาแป้งที่หน้าก็ทาในรถ มันก็ค่อนข้างมืด (ออกจากบ้านแต่เช้า) ก็คงธรรมดาที่ตามันจะมองอะไรไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว เราก็ขับไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งได้มาหยุดส่องกระจกจริงๆตอนนั่งทำงานไปสักพักแล้วอยากจะซับหน้าน่ะแหละ ก็หยิบกระดาษซับมันมาและก็มองกระจก พอเห็นตาตัวเองเท่านั้นแหละ เฮ้ย เลือดออกๆ ก็ลูกตาเราอ่ะสิ ตรงที่เป็นตาขาวอ่ะ มันมีเลือดออก แต่ที่เราไม่ตกใจมากนัก เพราะตอนเรียนมัธยมเราก็เคยเป็นทีนึง ตอนนั้นหมอบอกว่าเพราะเราใช้สายตาเพ่งมากเกินไป ต้องหยุดพัก ห้ามอ่านอะไรแบบเพ่งๆนานๆ แล้วเด๋วเลือดมันจะหยุดเอง เออ เนี่ยแหละมันเป็นอีก เค้าเรียกว่าเส้นเลือดฝอยในตามันแตก มันจะแตกจากปลายๆลูกตาเรามั้งถ้าจำไม่ผิดแล้วมันจะไหลซึมเข้ามาเรื่อยๆใกล้ตาดำ เป็นปื้นๆ วันนี้ก็เลยว่าจะเล่นเน็ทให้น้อยลง แต่.. ยัง ยังจะมาอัพบล็อกอีก ไม่เจียมๆ..
......เพื่อนทหารที่อยู่ซูดาน หายไปจากชีวิตเราแล้ว ไม่มีการติดต่อส่ง EarMub เหมือนที่เคยสัญญากับเราไว้ ทั้งๆขอที่อยู่เราไป แล้วบอกว่าผมจะกลับเมืองไทยวันที่..... ไม่ลืมส่งให้แน่นอน อืม จนเค้ากลับมาเมืองไทย และจนกลับไปซูดานอีกรอบ เราก็ไม่เห็นว่าจะมีไรเกิดขึ้นเลย อืมมม ไม่เป็นไร เราคงเกิดมาเพื่อเจอเรื่องแบบนี้อยู่แล้วมั้ง Life Goes on….

ติดต่อผู้สร้าง | กรุ | สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี