จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

~~%~@ ดีส อีส อะ บล็อก @~%~~
อยากให้รอบๆตัวมีแต่ความรัก เมตตา อบอุ่น ไม่เบียดเบียน ไม่แก่งแย่ง ชิงดี อยากให้ทุกๆคนมีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น...

29/08/2009 GMT 7

ไม่รู้จะยังไง....

noop @ 19:38

....ตอนที่คุยกับพี่ชายก็ถามเค้าว่าอ่านบล็อกหนูมั่งป่าว ปรากฎพี่บอกจะอ่านยังไงอ่ะ ยกเลิกเน็ทไปแล้ว (เน็ทที่ทำงาน)ทีโอที สัญญาณมันไม่work อยู่บ้านก็ไม่ได้เล่น แถมไปฝึกตจว.หลายวันก็ไม่ได้เข้าเลย แหม๋ ได้ยินแล้วก็แอบดีใจ จริงๆ ไม่ได้พูดผิด แอบดีใจจริงๆ เพราะแสดงว่าจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มในแต่ละวัน อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนกันเองอย่างพี่ฉันละวะ อิอิ คงจะเป็นคนนอกบ้าง แอบหวังๆ อิอิ

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....เมื่อคืนมีนัดไปกินข้าวกับพี่คนนึง ก็อ่ะนะ ฝืนเต็มที เพราะมันไปกันไม่ค่อยได้ ทั้งนิสัย สไตล์พูดคุย ร้านกินข้าว อะไรต่างๆ ไม่มีไรจูนได้เลย เซ็งหว่ะ พี่เค้าก็คงรู้สึกเหมือนกัน เบื่อ แห้วอีกแล้วกรู ไม่รู้จะทำบุญด้วยไรดีถึงจะเลิกแห้ว ความจริงตอนนี้เราก็มีหนุ่มคนนึงนะที่คุยอยู่ ก็น่ารักดีนะ แต่..หมดสิทธิ์คบ เค้าขอเป็นแฟนนะ เค้าถามว่า"นี่ๆ แขนเธอเป็นอะไรอ่ะ" เราก็งง ป่าวนี่ ไม่ได้เป็นไร "เป็นสิ" เค้าบอก "แขนเป็นฟอไง" (ขอเป็นแฟน กลับคำ) "ได้มั้ย" เราก็หัวเราะกลบเกลื่อน บอกว่าอ๋อที่นอนดึกเมื่อคืนคือนั่งคิดมุขนี้อยู่เหรอ เค้าก็หัวเราะชอบใจ สรุปยังไม่ตอบตกลงหรอก และก็คงเป็นไปไม่ได้ด้วย เพราะเค้ายังเด็กอ่ะ ทำงานแล้วแต่ก็กำลังเรียนหนังสือด้วย ก็โทรคุยกันบ่อยนะ แต่วันนี้ยังเลย สงสัยเค้าคงแขนเป็นฟอกับคนอื่นไปแระ

....จำต้นข้าวกันได้มั้ย จะบอกว่าเราไม่ได้ติดต่อเค้าอีกเลยตั้งแต่กลับจากอุบล ทั้งเอ็ม ทั้งเมลทั้งโทรศัพท์ ถอดใจทิ้งไปแล้ว ก็มีนะช่วงที่คิดถึงมากๆ เราก็เปิดเอ็มเบอร์ที่เคยใช้คุยกับต้นข้าว เพราะอยากเห็นหน้าเค้าตอนปัจจุบัน แต่เปิดแบบแกล้งออฟไลน์นะ เผื่อเค้าอยู่ แต่เราก็ไม่เคยเจอต้นข้าวออนเลย คือเราก็ไม่รู้ว่าเค้ายังเล่นอยู่รึป่าวนะ เพราะเราก็ไม่ค่อยได้เข้าเบอร์นี้หรอก นานๆคิดถึงมากๆถึงจะเข้าไปดู เผื่อเจออะไรประมาณนั้น วันนี้กลับมาจากไปข้างนอก ประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ เราก็นึกไงไม่รู้เปิดเอ็มเบอร์เก่า ก็เปิดแบบออฟไลน์เหมือนเดิมแหละ พอออนได้ปุ๊บ โอว..พระเจ้า มีคนสองคนออนอยู่ หนึ่งในนั้นคือต้นข้าว งง ตื่นเต้น ดีใจ มันอธิบายไม่ถูก แหม๋ ก็คนมันเคยรักอ่ะนะ แต่..อย่างที่บอกว่าเราตัดใจไปเยอะแล้ว เราเลยนั่งมองเฉยๆอยู่อย่างนั้น ไม่คลิกเข้าไปคุย เค้าก็ไม่รู้หรอกว่าเราออน อืมม ต้นข้าวยังใช้รูปเดิม ที่ดีใจอีกอย่างคือ เค้าไม่เคยบล็อกเรา ถึงจะทะเลาะกันยังไง เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยบล็อกเรานะ ก็ยังรู้สึกดีอยู่บ้าง

....เราก็เปิดเอ็มทิ้งไว้ ลงไปซักผ้าเอาผ้าไปตาก ก็เกือบชั่วโมงแหละ ขึ้นมาอีกที ก็ยังเห็นต้นข้าวออนอยู่ วินาทีนั้น เรากลับคิดขึ้นมาว่า จะมามัวออฟไลน์ซ่อนมันทำไมวะ ในเมื่อเราไม่ได้ทำไรผิด ก็เปิดมันไปเลย มันไม่ทักก็ช่างมัน กรูตัดใจไปแล้วนี่หว่า คิดได้ยังงี้ปุ๊บ เราก็เลิกเป็นอีแอบทันที กลายเป็นนางสาวสว่างจิตร์ อิอิ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พอเอ็มเป็นสีเขียวปุ๊บ ต้นข้าวก็ทักทันที แต่..ไม่ได้เรียกชื่อเรานะ ต้นข้าวมาแปลก เรียกเราว่า น้อง"...." (คือเรียกตามคำภาษาอังกฤษที่เราเขียนโชว์ไว้บนเอ็มเราน่ะ) เราก็งงๆนะ ก็เราใช้คำนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว และต้นข้าวก็รู้แล้วว่าชื่อจริงๆเราคืออะไร แต่ก็ยังทำเป็นว่าทักเราว่าเราเป็นน้องคนนึงที่ชื่อภาษาอังกฤษนั้น ไม่รู้เค้าจะเล่นอะไรของเค้า

....เราก็เลยแกล้งมั่ง บอกไปว่าใช่ค่ะ น้อง"..." เอง ที่ตลกกว่านั้นก็คือ รูปในเอ็มอ่ะ เราก็ไม่ทันได้เปลี่ยน มันเป็นรูปที่เราถ่ายที่ผาแต้มตอนไปอุบล ต้นข้าวก็ใสซื่อมาก ถามว่าน้องมาอุบลเมื่อไหร่ โห..รูปก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นเรา ยังจามาน้อง... เลยตอบไปว่า อ๋อ ไปหลายปีแล้วค่ะ จำไม่ได้ อิอิ ที่แท้เจอกันเดือนมิถุนานี้เอง จากนั้นก็คุยกันต่อแป๊บนึง แต่เรากลัวนะ กลัวจะอดใจไม่ได้ เพราะอุตส่าห์เพียรมานานที่จะเลิกรักเค้า เราเลยเป็นฝ่ายตัดบทสนทนาแบบไม่มีปี่ขลุ่ยว่า ยังไงก็ขอให้พี่โชคดีนะคะ แล้วว่างๆคุยกันใหม่ ก็ปิดเอ็มเลย ยอมเสียมารยาท เพราะกลัวสองอย่าง อย่างแรกกลัวคุยนานๆต้นข้าวจะพูดไม่ดีอะไรออกมา เพราะเป็นคนเด๋วดีเด๋วร้าย อย่างที่สองกลัวจะเสียความอดทนในการห้ามใจที่อุตส่าห์ฝึกมานาน upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....เรามาเปิดเอ็มดูอีกทีตอนเย็น เจอต้นข้าวฝากข้อความไว้ ตอนแรกที่มันป๊อบอัพมานึกว่าเป็นข้อความด่าฝากเพราะเราชิงออฟไลน์หนีไปก่อน แต่ที่แท้..เป็นเบอร์โทรศัพท์ เบอร์ใหม่(ที่เท่าไหร่ไม่รู้) ของต้นข้าว บอกให้เราโทรไปหา เล่นแผนนี้ ไม่รู้จะมีอะไรแกล้งเราอีก รู้งี้ปล้ำตั้งแต่อยู่อุบลแล้ว เพราะถ้าต้นข้าวตกเป็นของเราคงไม่กล้าตุกติก อิอิ อันนี้พูดเล่นนะ อย่าคิดจริงล่ะ...

27/08/2009 GMT 7

พี่ยังอยู่....

noop @ 22:26

....เหมือนเดิม ชีวิตเรา พอเริ่มจะมีความหวัง เจอใครที่พอจะคบได้บ้าง ก็ต้องมีปัจจัยโน่นนี่มาทำให้คบต่อไม่ได้ เป็นอย่างนี้ทุกที เบื่อหน่าย เราเซ็งจริงๆนะ มันเกิดขึ้นบ่อยมาก จนเกินลิมิตที่จะคิดว่ามันเป็นแค่อุปทานแล้ว แต่ควรจะเรียกว่าเป็นข้อมูลสถิติเลยดีกว่า เพราะเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดกับเรา ไม่ใช่เรื่องที่คิดเอาเอง จุดเริ่มอาจจะแตกต่างกัน แต่จุดจบคือเลิกทุกครั้ง ขอย้ำว่าทุกครั้ง พิสูจน์ได้เพราะมันสามารถจดบันทึกจำนวนสถิติที่เกิดได้เลย แค่ขอให้มีเวลานับย้อนเท่านั้นเอง

....ตอนเย็นเมื่อวานเราก็เซ็งโคตรแหละ เพราะเรื่องเพิ่งจะเริ่มแต่ก็ทำท่าจะจบเหมือนทุกครั้งอีกแล้ว ก็เศร้านะ แต่หมดใจ โทรหาพี่สาว ไม่ว่าง ติดประชุม เราก็จบเลย ไม่คิดโทรหาใครอีกแล้ว อยู่กับความสับสนในใจของตัวเองไปเรื่อยๆ เด๋วมันคงนิ่งได้ คิดว่างั้น แต่..ขณะนั่งเงียบๆนั่นเอง มือถือก็ดังขึ้นมา ตกใจ รีบยกขึ้นมาดู โอ..พี่ชายเราเอง ดีใจมาก ไม่รู้สิ ดีใจมากจริงๆ คือมันเหมือนกับว่า ลึกๆแล้วใจมันก็อยากหาใครสักคนพูดคุย คอยเป็นเพื่อนฟังเรื่องราว แต่ด้วยความที่โรคจิต ต้องการทรมานตัวเองนิดๆ เลยไม่ยอมโทรหาใคร อีกอย่างนึง ความรู้สึกของเรามันบอกว่า การต้องคอยโทรหาคนอื่นเพื่ออยากให้เค้าเยียวยาหัวใจ กับการที่ใครสักคนเค้าโทรเข้ามาหาเราเอง เราว่าอย่างหลังจะทำให้มีกำลังใจได้ดีกว่านะ และครั้งนี้ก็ต้องยกให้พี่เราเป็นพระเอก เข้ามาช่วยน้องทันเวลาพอดี เลยเล่าเรื่องราวให้พี่ฟัง พี่เราเพิ่งกลับจากไปคุมฝึกที่เมืองกาญจน์ ฝึกทหารอ่ะ แต่เราจำไม่ได้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร หนูขอบคุณมากเลยนะที่เป็นห่วงหนู..

....เย็นนั้นเลยได้คุยกับพี่แบบที่อยากจะคุย และตอนกลางคืนเปิดเอ็มก็ได้คุยกับน้องวิดวะ น้องก็อัพเดทว่า ตอนนี้ผมโสดแล้วครับพี่ ดูอารมณ์ดีจัง แต่คุยได้ไม่นานฝนตกหนัก ฟ้าก็แร๊งแรง เราเลยต้องปิดคอมพ์ เปลี่ยนมานอนอ่านหนังสือจนหลับไปเลย...

22/08/2009 GMT 7

เมื่อไม่นาน.....

noop @ 20:12

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....เร็วๆนี้เราไปซื้อของที่ห้างแฟชั่น ไอส์แลนด์ จะซื้อข้าวสารด้วยอ่ะ ก็อยากจะจอดใกล้ๆประตูห้าง ชั้นที่ตรงกับซูเปอร์มาร์เก็ต ก็กะว่าจะได้หิ้วถุงข้าวไปไม่ไกลมากจะได้ถึงรถเลย คือเวลาเราซื้อของเสร็จเราไม่ค่อยชอบเข็นรถเข็นขึ้นลิฟท์อ่ะ ขี้เกียจรอ เลยยังไงขอจอดรถใกล้ประตูไว้ก่อน ปรากฎว่าตอนไปถึง มันไม่มีที่จอดเลยอ่ะชั้นซูเปอร์ฯ เราเลยต้องไปจอดดาดฟ้าเลย บนสุด ก็เอาวะยังไงก็ยังใกล้ประตูถึงจะคนละชั้นก็เหอะ พอเราซื้อเสร็จ ก็หิ้วมาสิ ถุงข้าวสาร(หิ้วใกล้เป็นการออกกำลังกาย หิ้วไกลเป็นความทรมาน) ยังมีถุงข้าวของอะไรอีกจิปาถะ ก็ทนหิ้วเดินๆๆๆมา พอได้ขึ้นบันไดเลื่อน แหม๋ เดินต่ออีกนิดเดียวนะ จะถึงประตู ปรากฎสายตาเราก็ไปเห็นเด็กผู้หญิงผมยาวคนนึง อายุประมาณเจ็ดขวบ ใส่ชุดสีชมพู เดินร้องไห้อยู่ เราก็งงๆนะ น้องเค้างอนพ่อแม่ไม่ซื้อของเล่นให้ป่าวหว่า.. เราก็จะเดินเลยไป แต่ น้องมันไม่หยุดร้องอ่ะ แล้วมันก็เดินๆๆๆ มาทางเรา แต่ไม่ได้มองเรานะ น้องมันร้องไห้ เดินไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มคิดละว่า รึเด็กมันพลัดหลงกับพ่อแม่นะเนี่ย ไอ่คนอื่นที่เดินอยู่แถวนั้นก็แปลกดี ไม่มีใครสนใจเด็กเลยอ่ะ จนเด็กมันเริ่มเดินแซงเราไป ไม่เห็นมีผู้ใหญ่เดินตามมันมาสักคน ชักไม่ได้การ เราก็รีบตามไปจนทันแล้วก็ถามเด็กเลยว่า What's happen? เด็กก็ตอบทันทีเลยว่า Oh! God I'm lost my mom บร้าสิ.. ปั๊ดโธ่

....เราถามเด็กว่าทำไมร้องไห้ เด็กเลยตอบว่าหาแม่ไม่เจอ ก็คือพลัดหลงกันน่ะแหละ เราก็หันซ้ายหันขวา มองไปมองมาเจอ รปภ.ของห้างใส่ชุดช่างฟิตเหมือนนักบินเลย แต่สีส้ม ก็เลยบอกกับเค้าว่าให้ช่วยพาเด็กไปประกาศที่ประชาสัมพันธ์ด้วย ก็ดูเหมือนเรื่องจะคลี่คลายแล้วใช่มะ แต่ไม่ค่ะ เด็กไม่ยอมไปกับ รปภ.คงเป็นเด็กที่ถูกฝึกระวังภัยมาอย่างดี เลยมีความคิดซับซ้อน อิอิ ก็ทีนี้จะทำไงล่ะ เราก็กำลังแบกทั้งข้าวสารทั้งข้าวของบ้าบออยู่ เลยตัดสินใจ เอาถุงสัมภาระทั้งหมดไปฝากร้านขายคอมพิวเตอร์แถวนั้นไว้ก่อน แล้วก็พาเด็กไปกับรปภ. ถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก็เป็นอันเสร็จพิธี เด็กเค้าชื่อน้องฟ้า คุณแม่ชื่อเดือน นี่ ยังจำได้อยู่ ก็ถือว่าเราได้เป็นคนดีกับสังคมเรื่องนึง

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....อีกเรื่องที่อยากเล่าคือเรื่องความใจร้อนของเราเอง แน่นอน ถ้าพูดเรื่องนี้แฟนบล็อกคงเดาไม่ยากว่าสาเหตุต้องเกิดจากการขับรถ ถูกต้องแล้วครับพี่น้อง คือเราจะจอดหน้าเซเว่นอ่ะ จอดข้างฟุตบาท ปรากฎว่า จยย.คันนึงอ่ะ มันจอดแบบ.. เรียกไงดี คือมันระหว่างกลางของฟุตบาทพอดีอ่ะ แล้วเราก็คำนวณระยะแล้ว คือเราจะจอดหน้ามัน ที่ก็ไม่พอ เพราะมันไปขวางทางเข้าร้านนึง แต่ถ้าไปจอดหลังมันเราก็ต้องถอยไป แต่เราเลยมันมาแล้วไง ตอนที่คิดก็ให้หมั่นไส้มันมากเลย ทำไมมันไม่เลื่อนไปหน่อยวะ จอดซะกึ่งกลางเลย จะชิดไปซะทางก็ไม่ได้ อือ ตอนนั้นเราเลยตัดสินใจ เอาวะ จอดหลังมันดีกว่า จะได้ไม่ขวางหน้าร้านเค้า คือตอนนั้น เราน่ะจอดแอบอยู่รอจังหวะให้รถทางตรงมันหมด แล้วจะถอยไปจอดหลัง จยย.คันนั้น ปรากฏว่า พอรถเริ่มซา เราก็รีบสิ ถอยเลยอย่างเร็วด้วย แต่ด้วยความที่ล้อมันไม่ตรง เลยไปเบียดกับฟุตบาทปีนขึ้นไป ทำให้แม็กที่เราเพิ่งไปเปลี่ยนมา ขูดกับฟุตบาทเลย โคตรเสียใจ เนี่ย ความใจร้อน ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย เตือนตัวเองหลายครั้ง เมื่อไหร่จะจำซักที

18/08/2009 GMT 7

เหงาจัง.....

noop @ 20:54

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ไปพัทยา แวะจอดที่จุดพักรถบนมอเตอร์เวย์ ซื้อช๊อคโกแลตใส่วิปครีมมากินแก้วนึง ปรากฎว่าน้องคนขายเค้ามีปัญหากับกระป๋องวิปครีม ฉีดแล้วไม่ออก พยายามไปพยายามมา จากที่ไม่ค่อยออก คราวนี้เจือกออกมาเกือบหมดกระป๋อง ช็อคโกแลตเราเลยมีสภาพอย่างที่เห็น คือทั้งแก้วมีน้ำอยู่ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสามที่เหลือวิปครีมล้วนๆ โห ถึงจะชอบกินก็เหอะแต่ใส่มาขนาดนี้มันอาจจะเป็นพิษต่อการบริโภคได้นะ..

....เบื่อนะเนี่ยวันนี้ ไม่รู้เบื่ออะไรเหมือนกัน งาน คน รึอะไรก็ไม่รู้มันปนกันจนแยกไม่ออก เออ ไม่รู้ใครเป็นอย่างเรามั่ง คือเวลานักกีฬาที่ชื่นชอบมันแข่งแพ้คนอื่น เราจะรู้สึกซึมเศร้าหงอยเหงาไงบอกไม่ถูก เหมือนไม่อยากยอมรับอะไรประมาณนั้น เหมือนเราจะแพ้ไปด้วยยังงี้อ่ะ ไม่รู้มีใครเคยเป็นมั่ง เนี่ย เราเป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว สมัยที่ชอบดูบอลไทย พอบอลแพ้ ก็หงุดหงิด อารมณ์ไม่ดี บ้ามาก เราว่ามันต้องเป็นโรคอะไรสักอย่าง มันน่าจะมีใครเคยวิจัยไว้บ้างนะโรคนี้ น่าจะมี ได้ดูกันมั้ยละ Gina Carano VS. Cris Cyborg ที่เพิ่งชกกันไปเมื่อ 15 ส.ค.อ่ะ ความจริงเราเป็นคนไม่ชอบความรุนแรงทุกรูปแบบนะ หมายถึงความรุนแรงในชีวิตจริง ยกเว้นหนังAction และส่วนนึง อาจเป็นเพราะเราชอบดูหนังที่ผู้หญิงเป็นฮีโร่อะไรเงี้ย เลยพาลมาดูมวย ทั้งๆที่เคยดู Carano ชกกับนักมวยคนอื่นแล้วเราแทบจะหัวใจวาย มันรุนแรงน่ากลัวจริงๆ แล้วก็ไม่อยากดูอีกเลย แต่ด้วยความที่เราประทับใจหน้าตาสวยๆของ Carano มั้ง ครั้งนี้เลยต้องดูอีก แล้วก็ผิดหวังมากเพราะเธอแพ้หมดรูปเลย ทำไมก็ไม่รู้ ดูไม่เหมือน Carano ที่มั่นใจอย่างที่เคย

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง
" Gina Carano"

....หมดใจอีกเรื่อง คือเพื่อนสนิทไปเมืองนอกหลายวัน ไม่รู้จะคุยกับใครถึงจะรู้ใจแบบคนนี้ ...

14/08/2009 GMT 7

I HAVE NO IDEA .....

noop @ 21:22

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ที่เคยไรท์เพลงลงแผ่นแล้วมีเสียงก็อบแก๊บๆน่ารำคาญอ่ะ ตอนนี้น่าจะเรียกว่าแก้ปัญหานั้นได้แล้วนะ ตอนแรกนึกว่าเป็นที่ Drive ของโน๊ตบุ๊คเราซะอีก กลัวมาก เพราะถ้าซ่อมคงหลายตังค์และอีกอย่างนึงคือเป็นใครก็คงไม่อยากให้เครื่องโดนแกะชิ้นส่วนอ่ะ อยากให้สมบูรณ์เหมือนตอนซื้อวันแรกตลอดไป อิอิ ก็วิธีแก้การไรท์แผ่นของเราคือ เปลี่ยนมาไรท์ด้วยโปแกรม CD Burner ที่เราไปหาโหลดจากเว็บมาอ่ะ เสิร์ชด้วยคำว่าไรท์แผ่นง่ายๆ อะไรประมาณเนี้ย ก็ได้โปรแกรมนี้มา ใช้ง่ายจริงๆด้วย และเวลาไรท์เราก็ลด SPEED ลงเป็น 8X เรียกว่าไม่มีเสียงก๊อบแก๊บเลยแม้แต่น้อย เราทดลองฟังมาไม่ต่ำกว่าห้าสิบครั้งนะ (เล่นเครื่อง CD ในรถ) แต่มีปัญหานึงที่ไม่เข้าใจคือ มีอยู่แผ่นนึงที่เราไรท์ ปรากฎว่ามันเห็นข้อมูลจำนวนเพลงครบเลย แต่เพลงแรกไม่มีเสียงซะงั้น เครื่องมันอ่านข้อมูลได้ว่าเพลงที่หนึ่งกำลังเล่นอยู่นะ แต่ไม่มีเสียง เลยต้องกดข้ามไปเพลงที่สองเลย อันนี้เรายังหาคำตอบไม่ได้ ไม่รู้ทำไม แต่ก็เป็นแค่แผ่นเดียว

....เราไปเดิน Big C มา เห็นเสื้อตัวนี้ ชอบมากๆ ไม่ได้ชอบแบบอยากใส่หรอก แต่ชอบข้อความบนเสื้อ เพราะเคยดูหนังฝรั่งเรื่องนึงไม่รู้ใช่ Never been kissed รึป่าว นางเอกมันพูดประโยคนี้ เราจำติดเลย พอเดินไปเจอเสื้อตัวนี้เข้า เลยแอบถ่ายรูปเก็บเอาไว้สักการะบูชา อิอิ

....ความคิดย้ายบ้านของเรายังคงดำเนินต่อไป อย่างวันนี้มีคนมาแจกโบร์ชัวร์คอนโดยี่ห้อนึงมีหลายทำเล เราก็เอามานั่งดู ซึ่งเมื่อก่อนเราไม่ดูเลยนะโบร์ชัวพวกนี้ เพราะมันไม่มีความต้องการจะซื้อหาไง แต่ตอนนี้ผ่านมาไม่กี่เท่าไหร่ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม ขนาดว่าไม่มีตังค์ผ่อน ได้แค่ฝันก็เอาวะ ซึ่งคอนโดที่ว่านี่ ก็..เกินไขว่คว้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะยูนิทละสิบกว่าล้าน พระคุณเจ้า!!!! แล้วมันนึกยังไงเอามาแจกใส่มือคนอย่างเราวะ สงสัยมันจะรีบไปเลยต้องแจกให้หมดๆ เนี่ย ตอนที่เขียนอยู่ประมาณสามทุ่มจะครึ่ง ไอ้พวกบอลที่เล่นตอนดึกมันเริ่มมาเล่นและ กูละเซ็ง อยากย้ายไปอยู่คอนโดชั้นแปดสิบจะได้ไม่ได้ยินเสียงตัวอะไรเลย ยกเว้นเปรต อิอิ เพราะมันสูงพอๆกะคอนโด...

....ญาติชวนกินชาบูชิ ยังไม่เคยกินเลย ไม่รู้มันเป็นยังไง แต่ช่วงหลังๆมานี่ มีเพื่อนพูดแล้วว่า เปลี่ยนไปกินอาหารอย่างอื่นบ้างสิ เพราะคุยกันทีไร ก็ญี่ปุ่นทุกที แต่เมื่อคืนเรากินน้ำพริกปลาย่างกับผักต้มนะ ขอบอก คือที่กินอาหารญี่ปุ่นบ่อยเนี่ย เพราะชอบที่มันไม่ค่อยมีพวกผัดอะไรที่ต้องใช้น้ำมันเยอะๆอ่ะ เราเอียนน้ำมัน กินผัดโน่นผัดนี่มาทั้งสองมื้อแล้วที่ออฟฟิศ เลยต้องเปลี่ยนไปกินแนวต้ม (พวกโซเม็ง อุด้งอะไรงี้) รึไม่ก็กินปลาดิบ ปูอัดอะไรโน่นไปเลย ไม่อยากคิดไรมาก มีตังค์จ่ายก็พอ จริงม้ะ

12/08/2009 GMT 7

ไม่อยากทน....

noop @ 23:28

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.......ตอนนี้เรื่องบอลมันแย่ลงเรื่อยๆ เราก็พยายามหาทางแก้ปัญหา โดยแจ้งไปที่ สก.เขตพื้นที่ ก็เริ่มทำไปแล้วไม่รู้จะได้แค่ไหนนะ ตอนนี้ยังเอามาเล่าไม่ได้ เพราะยังไม่ค่อยเป็นรูปธรรม รอก่อนละกัน ใครไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้คงนึกสภาพไม่ออกแน่ว่ามันโคตรทรมานประสาทหูขนาดไหน จากผลกระทบทางหู ก็เข้าสู่ความตึงเครียดของสมอง ลามไปเรื่อย ทุกวันนี้เราขอบอกเลยว่าความสุขในการอยู่บ้านมันแทบไม่มีแล้ว มันมีแต่เสียงดังทั้งวัน แม้กระทั่งเวลาจะเข้านอน ถ้าสิ่งที่เราทำไปยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คงเหลือทางเดียวแล้วหล่ะคือย้ายบ้าน...

.....เมื่อเช้ามีคนมาทำความสะอาดบ้าน เราก็ต้องอยู่เฝ้าก่อน ไอ้พวกบอลก็มาเล่นตั้งแต่ประมาณเกือบเก้าโมงเช้า จนคนทำความสะอาดกลับไป และเราก็จะออกไปกินข้าว ประมาณบ่ายสอง ตอนเราเปิดประตูรั้วจะขับรถออกจากบ้าน เห็นภาพนึงก็ให้โคตรอยากจะวิ่งไปอ้วกด้วยความเบื่อหน่ายพะอืดพะอม มันคือภาพไอ้พวกนักบอลอีกกลุ่มนึงเดินจับกลุ่มกันมาเตรียมจะเล่นต่อ เราเห็นแล้วรู้สึกเครียดจนอยากจะอ้วกออกมาจริงๆ วันๆมันไม่คิดจะทำห่าอะไรเลยหรือไงวะนอกจากเตะบอล เราอยากจะหนีไปให้พ้นๆ

.....มันอาจจะเป็นสิ่งผิดอย่างนึงของเราก็ได้ ที่เรื่องนี้ทำให้เราเริ่มคาดหวังกับคนๆนึง เราอาจจะง้อจะต้องตื๊อ จะต้องแต่งไปกับเค้าให้ได้เพียงเพราะต้องการคนช่วยผ่อนบ้านหลังใหม่ เราอยากจะย้ายไปวันนี้พรุ่งนี้เลย ลืมบอก เมื่อคืนเราก็ต้องโทรไปบอกให้ตำรวจมาไล่ไอ้พวกบอลนะ เพราะห้าทุ่มแล้วมันก็ยังไม่เลิกเล่น นอนไม่หลับเลย นั่นแหละ ไม่รู้มันเป็นความคิดตื้นเขินเกินไปรึเปล่า แต่เราก็ไม่รู้จะทำไง เราไม่มีตังค์มากพอ

......กลับมาบ้านเกือบห้าโมงเย็น ตอนแรกว่าจะเอารถไปล้างที่ร้านประจำ แต่ร้านปิด ก็เลยกลับบ้าน มาถึงก็เหมือนเดิม เจอไอ้พวกเล่นบอลมาเล่นอยู่แล้ว เซ็ง... คงต้องฝากความหวังเรื่องนี้ไว้กับ ท่าน สก. ช่วยด้วยนะคะ เครียดมาก....

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

08/08/2009 GMT 7

ชีวิตครบรส....

noop @ 21:35

....โทรไปอวยพรวันเกิดพี่ชาย หลังจากไม่ได้คุยกันนานนนนมากกกก พี่บอกว่าเออ เนี่ยพี่ก็ว่าจะโทรไปคุยอยู่เหมือนกัน เพราะเราหายหัวไปเลย แต่รอให้ถึงวันเกิดก่อนจะรอดูด้วยว่าเราลืมรึเปล่า โห..ใครกันแน่วะที่ความจำน้อยอ่ะ อิอิ memory ของพี่เราเต็มง่ายมากอ่ะ ไม่ถึง1GB แต่พี่ก็บอกด้วยว่าพี่เองก็ไม่กล้าโทรด้วย เพราะเราเองแหละที่ชอบบอกอย่าโทรมาเลย และยิ่งช่วงหลังๆเราไปทางธรรมซะเยอะมาก พี่เลยไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย เนี่ยก็โทรไปอวยพรพี่ ก็รู้สึกดี...

....เมื่อเร็วๆนี้เราก็เพิ่งมีเรื่องเคลียร์กับหนุ่มคนนึง เราไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เค้าทำ เหมือนจะอยากคบแต่ก็ไม่ทุ่มเทยังไงประมาณเนี้ย เบื่อว่ะ แต่ก็ต้องทำใจมั้ง เพราะตอนนี้ไม่มีใครแล้วนี่ เหมือนเราขัดๆกันนะ คือทางธรรมบอกว่าทางแห่งรักคือทางแห่งทุกข์ ซึ่งเราเองเชื่อมากๆและพยายามจะปฎิบัติตาม แต่มันก็ฝืนใจยากจริง เพราะเรารู้ว่าตัวเรายังอยากจะมีคนรักอยู่ ยังไม่สามารถละเลิกได้ เลยคิดตัดสินใจเอาเองว่า งั้นสิ่งที่เราพยายามฝึกจิตตามรู้ ตามดู ดับทุกข์ต่างๆด้วยตัวเอง ก็เอามาใช้ในเรื่องงานเป็นหลักแล้วกัน เพราะการดับทุกข์จากความอยากรู้ อยากมี อยากเป็น อิจฉาริษยา เรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องเพื่อน ยศฐาบรรดาศักดิ์อะไรนี่ เราว่าเราพอทำได้นะ เพราะโดยนิสัยส่วนตัวด้วยเป็นคนที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไม่อยากขุดเรื่องของใครอยู่แล้ว แต่จะมีก็เรื่องรักนี่แหละ ที่เรายังอยากมี อยากเป็นอยู่อ่ะ ก็..ขอไว้เรื่องนึงละกัน

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....เพื่อนที่เป็นทหารบอกว่าจะกลับไทยวันนี้ ไม่รู้ป่านนี้มาถึงรึยัง เพื่อนบอกจะส่งของมาให้ด้วย ก็แอบรอนิดๆ เพื่อนจะลืมป่าวว๊า คงไม่น่า คิดแง่บวก วันนี้ไม่ค่อยสบาย กลับจากไปรับใบcertificate หลักสูตรนึง ที่ไปคร่ำเคร่งอยู่หลายวัน กลับมาก็อาการป่วยกำเริบ ก็เพราะเวลาป่วยนิดๆหน่อยๆก็ไม่เคยลางานเลยไง ทนให้มันหายไปเอง มันก็คงสะสม ตอนนี้ร่างกายมันฟ้องแล้วว่า พักจริงๆซะทีเหอะ วันนี้กลับมาเลยนอนตั้งแต่เที่ยงถึงสี่โมงเย็น...

31/07/2009 GMT 7

มีแต่งาน.....

noop @ 23:31

....ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง มีแต่งานให้รับผิดชอบเต็มเหยียดทั้งเจ็ดวัน ตั้งแต่จันทร์ถึงอาทิตย์ ได้ใช้รถคุ้มจริงๆ อีกไม่กี่กิโลก็ถึงเวลาต้องเช็คระยะอีกแล้ว รายได้ที่ได้มามันจะคุ้มมั้ยนะกับค่าเสื่อมสะสมต่างๆในชีวิต คิดไปคิดมา ไม่คิดดีกว่าเพราะยังไงก็ต้องทำอ่ะ

....เมื่อเร็วๆนี้คุยกับน้องวิศวะ ถามเค้าว่าวันนี้เลี้ยงปลารึยัง เราหมายถึงปลาในบล็อกเราอ่ะ น้องตอบว่าอ๋อ ผมยังไม่ได้เข้าบล็อกเลยพี่ สงสัยน้องจะคิดว่าไอ้พี่คนนี้มันคงอยากให้เรตติ้งเพิ่มเลยชอบบอกให้เข้าบล็อก ความจริงไม่ใช่หรอก เราแค่อยากจะสื่อว่า บ่อปลาอันนี้ เราอยากให้มันเป็นที่ที่ได้นั่งอยู่เงียบๆและได้ความสบายใจจากการเป็นผู้ให้บ้าง เพราะในโลกร้อนๆของวันทำงาน บางครั้งเราเป็นผู้ให้น้อยเกินไป มักจะเป็นผู้อยากจะได้โน่นนี่ซะมากกว่า ก็เลยพยายามจะทำอะไรให้เป็นที่พักใจของคนวัยทำงานกันบ้าง โดยไม่ต้องเดินทางไงล่ะ

....วันนี้นั่งทำงานโคตรยาก โคตรงง ชิ้นนึง ตั้งแต่เช้าถึงค่ำๆ สั่งข้าว M.K มากิน
ขี้เกียจขับรถ เพื่อนโทรมาบ่นเรื่องคนปากไม่ระมัดระวังให้ฟัง ส่วนหนุ่มที่โทรมาก็.. คุยไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ อืมม รึว่าเราคาดหวังเกินไปนะ จริงสิ พอพูดถึงคุยสนุกๆต้องนึกถึงน้องวิศวะขึ้นมาทันที อยากจะเปลี่ยนชื่อมันว่า "โอโซน" อิอิ ไว้วันหน้าค่อยเล่าละกันว่าทำไม แต่ช่วงนี้อย่างที่เคยบอก น้องโอโซนเค้ามีความรัก ก็มีบ้างบางครั้งที่เราเป็นเหมือนพี่ช่วยดูสาวๆให้น้อง อิอิ ตอนนี้น้องคงร้องเพลงรักแท้ยังไงของน้ำชาอยู่ แต่ของเรา อิอิ นึกถึงต้นข้าวแล้วก็คงมีแค่เพลงเดียวแหละที่ฟังบ่อยตอนนี้ เอ้า

จัดปาย...

26/07/2009 GMT 7

เลี้ยงปลา.....

noop @ 10:55

ลองคลิกเมาส์ในบ่อปลาดูสิ แล้วปลาจะว่ายเข้ามากินอาหาร...

25/07/2009 GMT 7

นั่งคุย.....

noop @ 20:06

....ไม่นานมานี้ เราได้อ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องวงษ์คำเหลาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ยอมรับเลยว่าเค้าพูดได้ตรงทุกอย่าง คือด่าได้ดีอะไรประมาณนั้น เราเห็นด้วยนะ ถึงเราจะบอกว่าชอบและอยากให้ไปดูกัน แต่ก็ไม่ปฏิเสธเลยที่เค้าด่าเรื่องความอ่อนด้อยของเนื้อหา มุกหยาบคายถึงขั้นสกปรก เพราะประเด็นนี้เราก็ไม่ชอบเหมือนกัน ก็อย่างที่บอกตั้งแต่แรกในบล็อกนี่แหละว่า เราไม่ชอบมุกตีกบาลน้อง กับมุกคุณปู่ นั่นแหละ นั่นคือส่วนนึงที่เราไม่ชอบ แต่มันก็มีที่ขำหลายฉากไง แบบขำได้จริงๆไม่มีตะขิดใจอะไรเงี้ย
เลยแนะนำ

....เออ อยากจะพูดเรื่องบอลด้วยอ่ะ ที่ลิเวอร์พูลมาไทย เราดีใจมากเลยนะที่คนทำประตูตีเสมอคือ สุธี ถ้าใครเป็นแฟนบล็อกเรา..(มีคนอ่านด้วยเหรอ? อิอิ) คงจำได้เราเขียนไว้ในตอน "วันหยุดยาว" บอกว่าเราชอบสุธีอ่ะ มาวันนี้ก็สุดยอดอีกแล้ว ไม่ผิดหวังเลยตั้งแต่คบกับสุธีเนี่ย อิอิ ในทางกลับกันมีคนด่าลีซอกันตรึมเลย ก็เรื่องพฤติกรรมของเค้าน่ะแหละ...

....วันนี้ตอนขับรถกลับบ้านน่าจะประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ เปิดวิทยุคลื่น 98.5 รายการเพลงชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้ น่าจะเป็น Good Music รึอะไรประมาณเนี้ย ไม่น่าเชื่อ เปิดมาเจอเค้ากำลังเปิดเพลงโปรดของเราอ่ะ เก่าแล้วแต่ชอบมาก I Remember You ของ Skid Row ดีใจมาก เพราะมันเก่ามากแล้ว ไม่นึกว่าจะมีคนขอในรายการวิทยุอ่ะ และที่ได้รู้เพิ่มเติมคือ ดีเจ เค้าบอกว่าเพลงนี้ นักร้อง Sebastian Bach เนี่ย เค้าไปทัวร์คอนเสิร์ตฤดูร้อน แล้วไปประทับใจผู้หญิงคนนึงเข้า ได้คบกัน แต่สุดท้ายก็แยกย้ายกันไป เค้าเลยแต่งเพลงนี้เพื่อระลึกถึงเธอ
โอว..ซึ้ง อยากแต่งเพลงเป็นมั่ง จะได้แต่งให้... ให้ใครดีอ่ะ?? อิอิ

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง
Sebastian Bach

ติดต่อผู้สร้าง | กรุ | สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี