
....หายไปนานมาก ก็อยากจะถามเหลือเกินว่ามีใครผิดหวังบ้างรึเปล่าที่เข้าบล็อกมาแล้วไม่เห็นมีเรื่องอัพเดท แหม๋..ทำยังกับว่าบล็อกมีคนเข้าเยอะงั้นแหละ ตาหลกๆ อืมม รู้ตัวว่าเป็นคนไม่น่าสนใจเท่าไหร่อ่ะนะ แต่วันนี้มีความรู้สึกว่าอยากเขียนถึงหลายอย่างในช่วงที่หายไป ก็มีอะไรแรงๆเกิดขึ้นในชีวิตเยอะเหมือนกัน เรื่องอบอุ่นใจก็พอจะมี หลากหลายอ่ะนะจะว่าไป..
....สงสัยมั้ยทำไมตั้งชื่อเรื่องแบบนี้ ถ้ายังจำกันได้ เราเคยเล่าให้ฟังว่า มีเดือนนึงที่เราต้องไปทำงานจังหวัดของต้นข้าวอ่ะ ก็นี่แหละ จังหวัดอุบล และเราก็ไปมาแล้ว แน่นอนๆ ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ ถ้ามันมีความสุขกลับมาคงไม่ตั้งชื่อเรื่องอัปมงคลอย่างงี้หรอก จะยอกย้อนให้ฟังว่า ตอนที่รู้ว่าใกล้วันเดินทางแล้ว เราตัดสินใจเสี่ยงโชคโทรไปหาต้นข้าว คือเป็นการโทรหาครั้งแรกเลยหลังจากที่เลิกกันไปพักนึง
..... ตอนนั้นเราคิดว่า คนอยู่กรุงเทพอย่างเราคงไม่ได้เดินทางไปกันบ่อยๆหรอกนะอุบลน่ะ โคตรจะไกล แล้วนี่มันเป็นโอกาสทอง(รึสังกะสีก็ไม่รู้) ได้ไปพักอุบลตั้งสองวัน เราก็เลยลองโทรนัดต้นข้าวดู ถ้าเค้ามาหาเราได้ก็ถือว่าเป็นโชค แต่ถ้าปฏิเสธก็จบ อีกเหตุผลนึงเด๋วจะหาว่าเรากระทำการโดยประมาท ไม่มีเหตุผลหนักแน่นพอ ก็คือ ตอนที่ต้นข้าวมากรุงเทพฯ ตอนนั้นก็เพิ่งจะมีเรื่องไม่เข้าใจกัน ไม่พูดกัน แต่ต้นข้าวก็โทรหาเราอ่ะ ตอนมีงานเลี้ยงรุ่นก็โทรชวนเรา แต่พอดีเราไปประจวบฯก็เลยต้องบายไป เนี่ย เป็นเหตุผลอย่างนึงที่เราโทร ก็ทีต้นข้าวมายังอยากให้เราไปเจอ แล้วนี่เราไปเราก็โทรมั่งดิ่ แล้วก็อเมซิ่งมากๆเลย เพราะดูเหมือนต้นข้าวดีใจนะที่รู้ว่าเราจะไป พูดจาน่ารักเหมือนวันแรกๆที่รู้จักกัน แถมบอกจะเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี เราก็เลยบอกว่าสงสัยจะเลี้ยงส้มตำเลยต้องปูเสื่อ อิอิ แต่ก็อดดีใจไม่ได้นะที่ได้ยิน เอ๊ออ... อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจัง จะได้หอมแก้มต้นข้าว น้านนน คิดไกล...

.......ระหว่างเดินทางต้นข้าวยังมีโทรถามว่า อยู่ไหนแล้ว มาถึงรึยัง ตกลงพักที่ไหน เราก็ดีใจมากเลย แม้ก่อนที่จะถึงเวลานัด ต้นข้าวยังโทรถามว่าแวะกินมื้อเย็นที่ไหน ใช่รถคันนี้รึเปล่าที่มา โอว..ต้นข้าวคงกลับมาน่ารักเหมือนเดิมแล้ว เราเพ้อ แต่... อืมม ต้องมีแต่ เพราะถ้าทุกอย่างมันเป็นไปตามที่ฝัน มันก็ต้องเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นสำเร็จรักจากอุบลสิ อิอิ ชื่อเรื่องไรวะเสร่อจริง เอาน่ะ เล่าต่อ พอถึงเวลานัดต้นข้าวกลับทำท่าจะไม่มา ประหลาดมาก งง แต่สุดท้ายก็มา มาแบบงงๆ เจอกันแบบงงๆ คือเราเนี่ยงง ไม่เข้าใจทำไมอยู่ดีๆต้องฟอร์มเงียบขรึม เหมือนคนละคนกับตอนค่ำๆที่โทรมา ก่อนกลับต้นข้าวบอกพรุ่งนี้จะมาอีก มาเวลาเดิมนี่แหละ แต่...สุดท้ายก็ไม่มา แมร่งบ้าว่ะโลกนี้..
เรากลับมากรุงเทพแบบเจ็บปวด หาคำตอบไม่เจอว่าเพราะอะไร ไม่ต้องสงสัยหรอกนะว่าทำไมเราไม่โทรไปถาม เราโทรหาต้นข้าวแล้ว เค้าไม่รับสาย โทรไปสามครั้ง ไม่รับ จบกัน เราคิด เลยส่งข้อความไปบอกว่าคราวหลังไม่ต้องทำอะไรซับซ้อน บอกแค่เหตุผลพอ เข้าใจไม่ยากอยู่แล้ว
เชื่อมั้ย เราร้องไห้ ผ่านไปสองวันเหมือนมันอึดอัดใจกับการคาดเดาเหตุผลต่างๆนาๆ มันเป็นเพราะอะไรนะ จริงรึไม่จริง ทำไมมันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ปวดหัว เราตื่นมาร้องไห้ มันร้องไปเรื่อยๆ แปลกดี คงเศร้ามากจริงๆเพราะไม่ต้องหวนนึกถึงเหตุการณ์อะไรมากเลย แค่นึกคำเดียวว่า “ต้นข้าว” น้ำตาก็ไหลทันที เจ็บปวดมากกับการกระทำ วันนี้เขียนแบบหัวเราะได้นะ แต่ช่วงที่เกิดเหตุใหม่ๆสิ กำลังใจทรุดไปพักนึงเลยแหละ
เพลงที่เอามาใส่บล็อกชื่อ “ช้ำรักจากอุบล” เราชอบมาก รู้จักเพลงนี้ก็เพราะไม่กี่วันมานี่ตอนขับรถกลับบ้านก็เปิดวิทยุฟังรายการเพลงลูกทุ่งรายการนึง แล้วก็เหมือนอะไรจะเหมาะเจาะลงตัวถูกที่ถูกเวลาขนาดนั้นก็ไม่รู้ ดีเจมันบอกว่าเพลงต่อไปก่อนจะพักฟังข่าว ฟัง.. “ช้ำรักจากอุบล” ของสิทธิพร สุนทรพจน์ โอย..ชื่อเพลง โดนนนน! เราว่ามันเป็นเหตุการณ์ประจวบเหมาะที่แปลกดี เลยโทรไปหาน้องที่สนิทกันบอกว่าเนี่ยเพลงที่กำลังเปิดเนี่ยมันชื่อช้ำรักจากอุบล โห.. อะไรมันจะทับถมกันขนาดน้านนนนนน แต่เนื้อหามันเป็นผู้ชายร้องถึงผู้หญิงนะ ไม่ตรงกับเรื่องของเรากับต้นข้าวนักหรอก แต่ชื่อเพลงกับสถานที่ต่างๆในเพลงฟังแล้วสะเทือนใจเหมือนกัน เหม่อมองฟ้าหม่น คิดถึงอุบลบ้านแฟน.... ลาก่อนนะต้นข้าว ตำรวจไทยใจกล้าหาญแห่งจังหวัดอุบลราชธานี....