จัดการบล็อกของคุณ

สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี

~~%~@ ดีส อีส อะ บล็อก @~%~~
อยากให้รอบๆตัวมีแต่ความรัก เมตตา อบอุ่น ไม่เบียดเบียน ไม่แก่งแย่ง ชิงดี อยากให้ทุกๆคนมีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น...

14/08/2009 GMT 7

I HAVE NO IDEA .....

noop @ 21:22

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ที่เคยไรท์เพลงลงแผ่นแล้วมีเสียงก็อบแก๊บๆน่ารำคาญอ่ะ ตอนนี้น่าจะเรียกว่าแก้ปัญหานั้นได้แล้วนะ ตอนแรกนึกว่าเป็นที่ Drive ของโน๊ตบุ๊คเราซะอีก กลัวมาก เพราะถ้าซ่อมคงหลายตังค์และอีกอย่างนึงคือเป็นใครก็คงไม่อยากให้เครื่องโดนแกะชิ้นส่วนอ่ะ อยากให้สมบูรณ์เหมือนตอนซื้อวันแรกตลอดไป อิอิ ก็วิธีแก้การไรท์แผ่นของเราคือ เปลี่ยนมาไรท์ด้วยโปแกรม CD Burner ที่เราไปหาโหลดจากเว็บมาอ่ะ เสิร์ชด้วยคำว่าไรท์แผ่นง่ายๆ อะไรประมาณเนี้ย ก็ได้โปรแกรมนี้มา ใช้ง่ายจริงๆด้วย และเวลาไรท์เราก็ลด SPEED ลงเป็น 8X เรียกว่าไม่มีเสียงก๊อบแก๊บเลยแม้แต่น้อย เราทดลองฟังมาไม่ต่ำกว่าห้าสิบครั้งนะ (เล่นเครื่อง CD ในรถ) แต่มีปัญหานึงที่ไม่เข้าใจคือ มีอยู่แผ่นนึงที่เราไรท์ ปรากฎว่ามันเห็นข้อมูลจำนวนเพลงครบเลย แต่เพลงแรกไม่มีเสียงซะงั้น เครื่องมันอ่านข้อมูลได้ว่าเพลงที่หนึ่งกำลังเล่นอยู่นะ แต่ไม่มีเสียง เลยต้องกดข้ามไปเพลงที่สองเลย อันนี้เรายังหาคำตอบไม่ได้ ไม่รู้ทำไม แต่ก็เป็นแค่แผ่นเดียว

....เราไปเดิน Big C มา เห็นเสื้อตัวนี้ ชอบมากๆ ไม่ได้ชอบแบบอยากใส่หรอก แต่ชอบข้อความบนเสื้อ เพราะเคยดูหนังฝรั่งเรื่องนึงไม่รู้ใช่ Never been kissed รึป่าว นางเอกมันพูดประโยคนี้ เราจำติดเลย พอเดินไปเจอเสื้อตัวนี้เข้า เลยแอบถ่ายรูปเก็บเอาไว้สักการะบูชา อิอิ

....ความคิดย้ายบ้านของเรายังคงดำเนินต่อไป อย่างวันนี้มีคนมาแจกโบร์ชัวร์คอนโดยี่ห้อนึงมีหลายทำเล เราก็เอามานั่งดู ซึ่งเมื่อก่อนเราไม่ดูเลยนะโบร์ชัวพวกนี้ เพราะมันไม่มีความต้องการจะซื้อหาไง แต่ตอนนี้ผ่านมาไม่กี่เท่าไหร่ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม ขนาดว่าไม่มีตังค์ผ่อน ได้แค่ฝันก็เอาวะ ซึ่งคอนโดที่ว่านี่ ก็..เกินไขว่คว้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะยูนิทละสิบกว่าล้าน พระคุณเจ้า!!!! แล้วมันนึกยังไงเอามาแจกใส่มือคนอย่างเราวะ สงสัยมันจะรีบไปเลยต้องแจกให้หมดๆ เนี่ย ตอนที่เขียนอยู่ประมาณสามทุ่มจะครึ่ง ไอ้พวกบอลที่เล่นตอนดึกมันเริ่มมาเล่นและ กูละเซ็ง อยากย้ายไปอยู่คอนโดชั้นแปดสิบจะได้ไม่ได้ยินเสียงตัวอะไรเลย ยกเว้นเปรต อิอิ เพราะมันสูงพอๆกะคอนโด...

....ญาติชวนกินชาบูชิ ยังไม่เคยกินเลย ไม่รู้มันเป็นยังไง แต่ช่วงหลังๆมานี่ มีเพื่อนพูดแล้วว่า เปลี่ยนไปกินอาหารอย่างอื่นบ้างสิ เพราะคุยกันทีไร ก็ญี่ปุ่นทุกที แต่เมื่อคืนเรากินน้ำพริกปลาย่างกับผักต้มนะ ขอบอก คือที่กินอาหารญี่ปุ่นบ่อยเนี่ย เพราะชอบที่มันไม่ค่อยมีพวกผัดอะไรที่ต้องใช้น้ำมันเยอะๆอ่ะ เราเอียนน้ำมัน กินผัดโน่นผัดนี่มาทั้งสองมื้อแล้วที่ออฟฟิศ เลยต้องเปลี่ยนไปกินแนวต้ม (พวกโซเม็ง อุด้งอะไรงี้) รึไม่ก็กินปลาดิบ ปูอัดอะไรโน่นไปเลย ไม่อยากคิดไรมาก มีตังค์จ่ายก็พอ จริงม้ะ

12/08/2009 GMT 7

ไม่อยากทน....

noop @ 23:28

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.......ตอนนี้เรื่องบอลมันแย่ลงเรื่อยๆ เราก็พยายามหาทางแก้ปัญหา โดยแจ้งไปที่ สก.เขตพื้นที่ ก็เริ่มทำไปแล้วไม่รู้จะได้แค่ไหนนะ ตอนนี้ยังเอามาเล่าไม่ได้ เพราะยังไม่ค่อยเป็นรูปธรรม รอก่อนละกัน ใครไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้คงนึกสภาพไม่ออกแน่ว่ามันโคตรทรมานประสาทหูขนาดไหน จากผลกระทบทางหู ก็เข้าสู่ความตึงเครียดของสมอง ลามไปเรื่อย ทุกวันนี้เราขอบอกเลยว่าความสุขในการอยู่บ้านมันแทบไม่มีแล้ว มันมีแต่เสียงดังทั้งวัน แม้กระทั่งเวลาจะเข้านอน ถ้าสิ่งที่เราทำไปยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คงเหลือทางเดียวแล้วหล่ะคือย้ายบ้าน...

.....เมื่อเช้ามีคนมาทำความสะอาดบ้าน เราก็ต้องอยู่เฝ้าก่อน ไอ้พวกบอลก็มาเล่นตั้งแต่ประมาณเกือบเก้าโมงเช้า จนคนทำความสะอาดกลับไป และเราก็จะออกไปกินข้าว ประมาณบ่ายสอง ตอนเราเปิดประตูรั้วจะขับรถออกจากบ้าน เห็นภาพนึงก็ให้โคตรอยากจะวิ่งไปอ้วกด้วยความเบื่อหน่ายพะอืดพะอม มันคือภาพไอ้พวกนักบอลอีกกลุ่มนึงเดินจับกลุ่มกันมาเตรียมจะเล่นต่อ เราเห็นแล้วรู้สึกเครียดจนอยากจะอ้วกออกมาจริงๆ วันๆมันไม่คิดจะทำห่าอะไรเลยหรือไงวะนอกจากเตะบอล เราอยากจะหนีไปให้พ้นๆ

.....มันอาจจะเป็นสิ่งผิดอย่างนึงของเราก็ได้ ที่เรื่องนี้ทำให้เราเริ่มคาดหวังกับคนๆนึง เราอาจจะง้อจะต้องตื๊อ จะต้องแต่งไปกับเค้าให้ได้เพียงเพราะต้องการคนช่วยผ่อนบ้านหลังใหม่ เราอยากจะย้ายไปวันนี้พรุ่งนี้เลย ลืมบอก เมื่อคืนเราก็ต้องโทรไปบอกให้ตำรวจมาไล่ไอ้พวกบอลนะ เพราะห้าทุ่มแล้วมันก็ยังไม่เลิกเล่น นอนไม่หลับเลย นั่นแหละ ไม่รู้มันเป็นความคิดตื้นเขินเกินไปรึเปล่า แต่เราก็ไม่รู้จะทำไง เราไม่มีตังค์มากพอ

......กลับมาบ้านเกือบห้าโมงเย็น ตอนแรกว่าจะเอารถไปล้างที่ร้านประจำ แต่ร้านปิด ก็เลยกลับบ้าน มาถึงก็เหมือนเดิม เจอไอ้พวกเล่นบอลมาเล่นอยู่แล้ว เซ็ง... คงต้องฝากความหวังเรื่องนี้ไว้กับ ท่าน สก. ช่วยด้วยนะคะ เครียดมาก....

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

08/08/2009 GMT 7

ชีวิตครบรส....

noop @ 21:35

....โทรไปอวยพรวันเกิดพี่ชาย หลังจากไม่ได้คุยกันนานนนนมากกกก พี่บอกว่าเออ เนี่ยพี่ก็ว่าจะโทรไปคุยอยู่เหมือนกัน เพราะเราหายหัวไปเลย แต่รอให้ถึงวันเกิดก่อนจะรอดูด้วยว่าเราลืมรึเปล่า โห..ใครกันแน่วะที่ความจำน้อยอ่ะ อิอิ memory ของพี่เราเต็มง่ายมากอ่ะ ไม่ถึง1GB แต่พี่ก็บอกด้วยว่าพี่เองก็ไม่กล้าโทรด้วย เพราะเราเองแหละที่ชอบบอกอย่าโทรมาเลย และยิ่งช่วงหลังๆเราไปทางธรรมซะเยอะมาก พี่เลยไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย เนี่ยก็โทรไปอวยพรพี่ ก็รู้สึกดี...

....เมื่อเร็วๆนี้เราก็เพิ่งมีเรื่องเคลียร์กับหนุ่มคนนึง เราไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เค้าทำ เหมือนจะอยากคบแต่ก็ไม่ทุ่มเทยังไงประมาณเนี้ย เบื่อว่ะ แต่ก็ต้องทำใจมั้ง เพราะตอนนี้ไม่มีใครแล้วนี่ เหมือนเราขัดๆกันนะ คือทางธรรมบอกว่าทางแห่งรักคือทางแห่งทุกข์ ซึ่งเราเองเชื่อมากๆและพยายามจะปฎิบัติตาม แต่มันก็ฝืนใจยากจริง เพราะเรารู้ว่าตัวเรายังอยากจะมีคนรักอยู่ ยังไม่สามารถละเลิกได้ เลยคิดตัดสินใจเอาเองว่า งั้นสิ่งที่เราพยายามฝึกจิตตามรู้ ตามดู ดับทุกข์ต่างๆด้วยตัวเอง ก็เอามาใช้ในเรื่องงานเป็นหลักแล้วกัน เพราะการดับทุกข์จากความอยากรู้ อยากมี อยากเป็น อิจฉาริษยา เรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องเพื่อน ยศฐาบรรดาศักดิ์อะไรนี่ เราว่าเราพอทำได้นะ เพราะโดยนิสัยส่วนตัวด้วยเป็นคนที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ไม่อยากขุดเรื่องของใครอยู่แล้ว แต่จะมีก็เรื่องรักนี่แหละ ที่เรายังอยากมี อยากเป็นอยู่อ่ะ ก็..ขอไว้เรื่องนึงละกัน

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....เพื่อนที่เป็นทหารบอกว่าจะกลับไทยวันนี้ ไม่รู้ป่านนี้มาถึงรึยัง เพื่อนบอกจะส่งของมาให้ด้วย ก็แอบรอนิดๆ เพื่อนจะลืมป่าวว๊า คงไม่น่า คิดแง่บวก วันนี้ไม่ค่อยสบาย กลับจากไปรับใบcertificate หลักสูตรนึง ที่ไปคร่ำเคร่งอยู่หลายวัน กลับมาก็อาการป่วยกำเริบ ก็เพราะเวลาป่วยนิดๆหน่อยๆก็ไม่เคยลางานเลยไง ทนให้มันหายไปเอง มันก็คงสะสม ตอนนี้ร่างกายมันฟ้องแล้วว่า พักจริงๆซะทีเหอะ วันนี้กลับมาเลยนอนตั้งแต่เที่ยงถึงสี่โมงเย็น...

31/07/2009 GMT 7

มีแต่งาน.....

noop @ 23:31

....ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไง มีแต่งานให้รับผิดชอบเต็มเหยียดทั้งเจ็ดวัน ตั้งแต่จันทร์ถึงอาทิตย์ ได้ใช้รถคุ้มจริงๆ อีกไม่กี่กิโลก็ถึงเวลาต้องเช็คระยะอีกแล้ว รายได้ที่ได้มามันจะคุ้มมั้ยนะกับค่าเสื่อมสะสมต่างๆในชีวิต คิดไปคิดมา ไม่คิดดีกว่าเพราะยังไงก็ต้องทำอ่ะ

....เมื่อเร็วๆนี้คุยกับน้องวิศวะ ถามเค้าว่าวันนี้เลี้ยงปลารึยัง เราหมายถึงปลาในบล็อกเราอ่ะ น้องตอบว่าอ๋อ ผมยังไม่ได้เข้าบล็อกเลยพี่ สงสัยน้องจะคิดว่าไอ้พี่คนนี้มันคงอยากให้เรตติ้งเพิ่มเลยชอบบอกให้เข้าบล็อก ความจริงไม่ใช่หรอก เราแค่อยากจะสื่อว่า บ่อปลาอันนี้ เราอยากให้มันเป็นที่ที่ได้นั่งอยู่เงียบๆและได้ความสบายใจจากการเป็นผู้ให้บ้าง เพราะในโลกร้อนๆของวันทำงาน บางครั้งเราเป็นผู้ให้น้อยเกินไป มักจะเป็นผู้อยากจะได้โน่นนี่ซะมากกว่า ก็เลยพยายามจะทำอะไรให้เป็นที่พักใจของคนวัยทำงานกันบ้าง โดยไม่ต้องเดินทางไงล่ะ

....วันนี้นั่งทำงานโคตรยาก โคตรงง ชิ้นนึง ตั้งแต่เช้าถึงค่ำๆ สั่งข้าว M.K มากิน
ขี้เกียจขับรถ เพื่อนโทรมาบ่นเรื่องคนปากไม่ระมัดระวังให้ฟัง ส่วนหนุ่มที่โทรมาก็.. คุยไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ อืมม รึว่าเราคาดหวังเกินไปนะ จริงสิ พอพูดถึงคุยสนุกๆต้องนึกถึงน้องวิศวะขึ้นมาทันที อยากจะเปลี่ยนชื่อมันว่า "โอโซน" อิอิ ไว้วันหน้าค่อยเล่าละกันว่าทำไม แต่ช่วงนี้อย่างที่เคยบอก น้องโอโซนเค้ามีความรัก ก็มีบ้างบางครั้งที่เราเป็นเหมือนพี่ช่วยดูสาวๆให้น้อง อิอิ ตอนนี้น้องคงร้องเพลงรักแท้ยังไงของน้ำชาอยู่ แต่ของเรา อิอิ นึกถึงต้นข้าวแล้วก็คงมีแค่เพลงเดียวแหละที่ฟังบ่อยตอนนี้ เอ้า

จัดปาย...

26/07/2009 GMT 7

เลี้ยงปลา.....

noop @ 10:55

ลองคลิกเมาส์ในบ่อปลาดูสิ แล้วปลาจะว่ายเข้ามากินอาหาร...

25/07/2009 GMT 7

นั่งคุย.....

noop @ 20:06

....ไม่นานมานี้ เราได้อ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องวงษ์คำเหลาในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ยอมรับเลยว่าเค้าพูดได้ตรงทุกอย่าง คือด่าได้ดีอะไรประมาณนั้น เราเห็นด้วยนะ ถึงเราจะบอกว่าชอบและอยากให้ไปดูกัน แต่ก็ไม่ปฏิเสธเลยที่เค้าด่าเรื่องความอ่อนด้อยของเนื้อหา มุกหยาบคายถึงขั้นสกปรก เพราะประเด็นนี้เราก็ไม่ชอบเหมือนกัน ก็อย่างที่บอกตั้งแต่แรกในบล็อกนี่แหละว่า เราไม่ชอบมุกตีกบาลน้อง กับมุกคุณปู่ นั่นแหละ นั่นคือส่วนนึงที่เราไม่ชอบ แต่มันก็มีที่ขำหลายฉากไง แบบขำได้จริงๆไม่มีตะขิดใจอะไรเงี้ย
เลยแนะนำ

....เออ อยากจะพูดเรื่องบอลด้วยอ่ะ ที่ลิเวอร์พูลมาไทย เราดีใจมากเลยนะที่คนทำประตูตีเสมอคือ สุธี ถ้าใครเป็นแฟนบล็อกเรา..(มีคนอ่านด้วยเหรอ? อิอิ) คงจำได้เราเขียนไว้ในตอน "วันหยุดยาว" บอกว่าเราชอบสุธีอ่ะ มาวันนี้ก็สุดยอดอีกแล้ว ไม่ผิดหวังเลยตั้งแต่คบกับสุธีเนี่ย อิอิ ในทางกลับกันมีคนด่าลีซอกันตรึมเลย ก็เรื่องพฤติกรรมของเค้าน่ะแหละ...

....วันนี้ตอนขับรถกลับบ้านน่าจะประมาณสี่โมงเย็นกว่าๆ เปิดวิทยุคลื่น 98.5 รายการเพลงชื่ออะไรไม่รู้จำไม่ได้ น่าจะเป็น Good Music รึอะไรประมาณเนี้ย ไม่น่าเชื่อ เปิดมาเจอเค้ากำลังเปิดเพลงโปรดของเราอ่ะ เก่าแล้วแต่ชอบมาก I Remember You ของ Skid Row ดีใจมาก เพราะมันเก่ามากแล้ว ไม่นึกว่าจะมีคนขอในรายการวิทยุอ่ะ และที่ได้รู้เพิ่มเติมคือ ดีเจ เค้าบอกว่าเพลงนี้ นักร้อง Sebastian Bach เนี่ย เค้าไปทัวร์คอนเสิร์ตฤดูร้อน แล้วไปประทับใจผู้หญิงคนนึงเข้า ได้คบกัน แต่สุดท้ายก็แยกย้ายกันไป เค้าเลยแต่งเพลงนี้เพื่อระลึกถึงเธอ
โอว..ซึ้ง อยากแต่งเพลงเป็นมั่ง จะได้แต่งให้... ให้ใครดีอ่ะ?? อิอิ

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง
Sebastian Bach

07/07/2009 GMT 7

อะแฮ่ม!! วงษ์คำเหลา...

noop @ 23:42

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ขำนะ ชอบหลายฉากอยู่เหมือนกัน ในช่วงต้นๆมีฉากนึงที่หญิงพลอย (แวววาว จ๊กมก) เดินนำนางเอกคือครูพิรมนมา แล้วหยุดยืนที่ระเบียงวงกลมในบ้าน พอคุยกันเสร็จหญิงพลอยก็เดินออกมา เราก็นึกว่ามันจะเดินออกจากฉากไปเลย แต่มันเดินวนวงกลมอ่ะ คือเดินหลุดเฟรมหนังไปแล้ว คนดูก็นึกว่ามันออกไปจากฉากแล้วไง แต่ความจริงคือมันไปวนรอบวงกลมมาอ่ะ พอวนครบรอบ มันก็ค่อยเดินขึ้นบันไดข้างๆนางเอกน่ะแหละ ไม่รู้มันจะวนทำไม อิอิ

....ตอนที่ท่านเป้านั่งรถมาบ้านหญิงแพรวก็ฮาดี คือเป็นรถโรลซ์รอยคันยาวๆอ่ะ ท่านเป้าพี่ชายนั่งมากับหญิงนุช(ตุ๊กกี้)น้องสาวที่เบาะหลัง พอถึงบ้าน คนขับรถลงมาเปิดประตูให้ลง ท่านเป้าลงก่อนเพราะนั่งติดประตูพอดี พอลงมายืนแล้ว คนดูจะสังเกตุเห็นว่ามีตุ๊กกี้ที่กำลังก้มมุดๆจะออกมาด้วย แต่คนขับมันปิดประตูเลยอ่ะ ตุ๊กกี้มันก็หงายท้องอยู่ในรถ ขำมากเลย

....เราชอบตอนที่หญิงแพรว (อาภาพร) มันแอบไปรื้อโต๊ะทำงานนางเอก คืออารมณ์คนที่แอบไปรื้อของในห้องตอนกลางคืน มันก็ต้องทำให้เบาๆเงียบๆใช่มั้ย หญิงแพรวมันก็จะทำงั้นแหละ แต่มือมันสั่นไง ตอนมันเปิดลิ้นชักโต๊ะนะ ลิ้นชักมันก็สั่นตามมือมันอ่ะ ดังกึ้งๆๆๆๆ คือเสียงดังตลอดเลย ฮามาก เป็นทุกลิ้นชักที่มันเปิดอ่ะ ดังขนาดนั้นนะแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน

....ฉากที่ท่านชายเพชราวุธ (หม่ำ) มันไปนั่งในผับ ก็ตลก คือเราก็เดาไม่ถูกว่าจะมุขไหน นึกว่าจะฮาที่ท่านเป้าเพราะมันนั่งกับท่านเป้า แต่เปล่าเลย เมนู ฮาที่เมนู หม่ำมันสั่งหมกปลาซิวโรยหน้าด้วยผักอะไรไม่รู้แล้วมันบอกให้ราดซอสมะเขือเทศมาด้วย อิอิ มันคงอยากจะสื่อว่าสั่งอะไรก็สั่งเหอะพอราดซอสมะเขือเทศแล้วก็ดูไฮโซไปเอง

....อีกฉากนึงท่านเป้าไปดินเนอร์หรูกับครูพิรมน บ๋อยมันรินไวน์ให้ ท่านเป้ามันก็เลยถามว่าไวน์ปีไหน
บ๋อยตอบ ปีที่แล้วครับ บ้ามาก ท่านเป้าเลยบอก ไป ไปเลย ไปเดี๋ยวนี้เลย..

ยังมีอีกมากมายหลายแก๊กนะที่เราขำอ่ะ แต่ก็อย่าลืมว่าตลกแบบคาเฟ่ก็ต้องมีแนวทะลึ่ง หยาบคาย ปนๆมา ก็เค้าคงต้องทำเอาใจคนดูหนังหลากหลายที่เข้ามาดูอ่ะ แต่เราว่าถ้าถามเรื่องฮาเราคิดว่าได้นะเรื่องนี้ ตัวละครไม่มาก แต่เล่นคมหลายๆตัว คือเหมาะกับบท อาภาพรนี่เราเชื่อเลยว่า หญิงแพรวจริงๆ ทั้งน้ำเสียง หน้าตา เล่นดีนะเราชอบ คนขับรถก็ตาหลก ตาเขื่องอ่ะ เออ ชอบตอนที่ท่านชายเพชราวุธมันนั่งกินกาแฟแล้วโทรศัพท์บ้านมันดังอ่ะ คือโทรศัพท์มันอยู่โต๊ะเล็กๆข้างตัวมันอ่ะ พอท่านชายรับ รู้ป่าวว่าใครโทร อิอิ หมา หมาโทรมา จริงๆ มันเห่าสวนมา ท่านชายเลยเรียกชื่อโจ๊กเกอร์ คือหมาของท่านชายอ่ะ ให้มารับโทรศัพท์ แล้วมันก็คุยกันได้จริงๆนะ เห่าสวนกันไปมาในโทรศัพท์ อิอิ ตลกดี หมาโทรมา..

บวชเงียบๆ....(ต่ออีก)

noop @ 23:16

......ตื่นมาก็ทันที ปวดตัวไปหมดนึกว่าไข้จะขึ้นซะแระ ก็คนมันไม่ชอบนอนนี่ ไม้กระดานแข็งๆเอาเสื่อบางๆปูมันก็ไม่ช่วยอะไร แถมหมอนที่เรานอนก็เป็นหมอนสี่เหลี่ยมแบบสูงๆอ่ะ อย่างในรูปแหละ ผิดสัดส่วนสรีระการนอนหมด แต่เราก็เหมือนอยากทดสอบตัวเองนะ ไม่ได้เอาหมอนเอาผ้าปูนอนอะไรมาเลย คือลึกๆแล้วก็อยากฝึกตัวเราเองด้วยไง แต่โห..ปวดจริงๆนะ ขอบอกไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แล้วก็เข้าสู่กิจกรรมเดิมอาบน้ำ กินข้าว ทำวัตรเช้า เออ..ลืมบอกไปว่าเหตุการณ์เมื่อคืนมันต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะตอนก่อนออกไปทำวัตรเราเดินไปดูหลังบ้านจุดที่มีเสียงโครมเมื่อคืนน่ะ เชื่อมั้ย ไม่มีอะไรสักอย่างที่จะสามารถสรุปว่าเป็นต้นกำเนิดเสียงนั้นได้ ประหลาดจริงๆ เห็นแต่ลูกไม้ขนาดเล็กที่หล่นใส่หลังคาเท่านั้น แปลกมาก....

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง
ระเบียบปฎิบัติแปะไว้ที่ประตู

.....วันจันทร์ที่ 6 ก.ค. วันสุดท้ายของการบวช เราก็ยังฝึกนั่งสมาธิอยู่ ซึ่งทำไม่ค่อยได้นิ่งเท่าไหร่ ไม่เหมือนตอนหลังจากสวดมนต์เช้าจะนิ่งกว่ามาก แล้วก็มาเดินจงกรม ให้มีสติทุกครั้งเวลาก้าวเดิน วันนี้เราโชคดีมากเลย มื้อกลางวันมีน้ำพริกหนุ่มกับผักต่างๆ แล้วก็ต้มจืดผักกาดดอง เราก็นะ..กินแต่น้ำพริกผักแทบจะอย่างเดียวเลย นานๆถึงจะมาตักน้ำซุปต้มจืดที ชอบมากๆน้ำพริกหนุ่ม อีกอย่างเราแทบไม่ได้กินเนื้อสัตว์สักเท่าไหร่นะตอนมาอยู่ที่นี่ เหมือนมันไม่อยากกินอ่ะ เราไปสึกตอนบ่ายโมงหลวงพ่อก็สอบถามปัญหานิดหน่อยเกี่ยวกับการฝึกสมาธิ เกือบๆจะบ่ายสองเราก็กลับกุฎิ มาล้างรถ เออนั่นแหละ ฟังไม่ผิดหรอก เราก็ยังอยู่ในชุดขาวนี่แหละ แต่ถอดสไบเก็บไว้ ยืนล้างรถในสำนักจริงๆ ไม่ใช่ว่าเราจะมาเปิดคาร์แคร์อะไรที่นี่หรอกนะ แต่โอ้โห ต้องมาเห็นสภาพรถเราอ่ะ ด้วยความที่เราจอดตรงทางเดินที่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม สามวันสองคืน ทั่วทั้งตัวรถก็เลยเต็มไปด้วยสีของยางไม้นานาพันธุ์ รวมถึงอุนจิของเหล่าสกุณาทั้งหลายที่มาระดมสรรพกำลังไว้ด้วย ยังไงก็ต้องล้าง เราก็ไปเอาถังน้ำ ผ้าขี้ริ้ว แล้วก็แฟ้บยี่ห้อเปามาถุงนึง ไม่มีหรอกแชมพูล้างรถ มีแต่แชมพูสระผมแต่มันแพงอ่ะ เสียดายเลยใช้แฟ้บ เอ๊ย เปา

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง
ภาพครัว

.....นั่นแหละ ล้างเสร็จก็ไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า ตรวจดูความเรียบร้อยของกุฎิว่าเราทำอะไรไว้รกรุงรังรึเปล่า คนที่เค้ามาอยู่ต่อจะได้ไม่ต้องมีภาระ น้ำดื่มที่เตรียมไปเหลืออยู่สองขวด เราก็มอบให้ไว้ในตู้เย็นน่ะแหละ แล้วก็ขับรถเอาเครื่องนอนกับกุญแจไปคืนเจ้าหน้าที่ ครั้งนี้อยากจะบอกว่าเราทำบุญค่อนข้างเยอะนะ ทำไปพันนึง เพราะรู้สึกมีความสุข สบายใจที่ได้อยู่ที่นี่และอยากให้ทางสำนักมีเงินทุนด้วย เพราะเราก็ไม่รู้หรอกว่าเค้ามีรายได้เข้ามามากน้อยเท่าไหร่ และเค้าก็ให้เราอยู่ฟรีนะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย ใครต้องการทำบุญอะไรยังไง ขึ้นอยู่กับผู้นั้นจริงๆ สำนักไม่ได้เรียกร้องใดๆ ไม่ว่าจะทางลายลักษณ์อักษร รึว่าท่าทางกิริยาอาการใดๆ ไม่มีแม้แต่น้อยนิด เราเลยสุขใจที่ได้ตอบแทนเค้าบ้าง

....กลับถึงกรุงเทพฯประมาณสี่โมงเย็น ฝนตกตลอดทาง แต่ขับรถได้สบายๆ เหมือนอิ่มในใจไงไม่รู้บอกไม่ถูก ใครสนใจเชิญได้นะ ชื่อสำนักวิปัสสนาสอนทวี อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ (๐๓๘) ๕๔๑๔๐๕ และ (๐๓๘) ๘๔๘๒๙๔
ขออภัยไม่ได้ถ่ายภาพด้านหน้าสำนักมา พอดีมีเหตุการณ์ไม่สามารถไปถ่ายไว้ได้ค่ะ...

บวชเงียบๆ....(ต่อ)

noop @ 23:08

......คืนแรกผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อยหลังพอประมาณ เพราะเราแพ้การนอนบนไม้แข็งๆอ่ะ คือเป็นทุกครั้งเลย ตอนบวชที่วัดนอนบนศาลาพื้นเป็นไม้กระดาน โห..ตื่นมาเป็นไข้เลยจริงๆ เราแพ้ทางมากๆเลยแหละขอบอก แต่ก็ไม่รู้จะทำไงถ้าบวชก็ต้องเจอแบบนี้อยู่แล้ว ห้ามนอนฟูก

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

แต่วันนี้ยังไม่ค่อยเมื่อยเท่าไหร่ ก็ตื่นหกโมง เปิดหน้าต่างดูว่ารถยังจอดอยู่ที่เดิมรึเปล่า ไม่ได้คิดว่าพระจะแอบเอาไปขับนะ นั่นบาปแระ แค่กลัวขโมยอ่ะ ก็ไปอาบน้ำ ซักผ้า กวาดห้อง คนส่งปิ่นโตเค้าจะขี่รถเหมือนซาเล้งอ่ะ คือด้านหน้ารถจะวางปิ่นโตเต็มไปหมด นั่นแหละเค้าจะมาส่งประมาณเจ็ดโมงเช้า เค้าจะเปิดประตูรั้วกุฎิมาวางไว้ที่ระเบียง มื้อเช้านี้มีข้าวต้มข้าวกล้อง ไก่ทอดกระเทียม แล้วก็ผัดมะละกอใส่ไข่ แปลกดีเรากินผัดมะละกอหมดเกลี้ยงเลย แต่ไม่กินไก่ทอด อยู่ดีๆก็ไม่อยากกิน เสร็จแล้วอ่านหนังสือธรรมะ พอใกล้ๆเก้าโมงก็ไปศาลาสวดมนต์ทำวัตรเช้ากับแม่ชีแล้วก็นั่งสมาธิ ชั่วโมงกว่าๆ กลับมาฝึกนั่งสมาธิที่กุฎิ อ่านหนังสือธรรมะต่อ เนี่ย ตอนที่อ่านหนังสือ เราคิดถึงหนังจีนสมัยโบราณเรื่องเกี่ยวกับหลวงจีนต่างๆที่เค้าชอบใช้คำว่า หลวงจีนมีหน้าที่ศึกษาพระธรรม เราว่าเราก็คล้ายๆนะคือนั่งอ่านหนังสือธรรมะได้เป็นชั่วโมงๆจริงๆ ทั้งวันไม่ต้องพูดคุยเรื่องไร้สาระกับใคร ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องพูดส่อเสียดเพ้อเจ้อ ไม่มีเลย ตัดไปเลย เพราะอยู่คนเดียว เราชอบมากๆ แต่อาจจะปฎิบัติได้ไม่ดีนักเพราะช่วงนี้หลวงพ่อท่านไม่ว่างมาอบรมให้ ต้องฝึกเอง พอตอนเย็นก็ไปสวดทำวัตรเย็นวันนี้มีคุณป้าท่านนึงที่อยู่ที่นี่มานานมากแล้ว มาสอนวิธีเดินจงกรม ก็ฝึกเดินไปจนหกโมงก็กลับกุฎิ

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

......จะบอกว่าช่วงกลางวันเราได้มีโอกาสเดินดูบริเวณรอบๆเท่าที่จะกล้าเดินไป เพราะมันไม่ค่อยมีคนเดินไง มีแต่กุฎิกับป่าประมาณเนี้ย เราก็เดินเท่าที่จะพอเดินได้ เพิ่งจะสังเกตุเห็นว่าพ้นจากรั้วสำนักไปด้านหลังมีคนงานก่อสร้างกำลังสร้างอะไรกันสักอย่างไม่รู้ มีรถปูน รถทรายมาเทตลอด ห่างกันแค่รั้วอิฐกั้น แถมประตูรั้วเหล็กสำนักก็ไม่ได้ปิดหรอก คล้ายๆว่าเปิดให้ใช้สายยางต่อน้ำไปใช้มั้งคนงานก็เดินเข้าออกได้ แต่ก็เดินอยู่แค่บริเวณใกล้ๆนั้น แต่เค้าต้องเห็นเราแน่ๆ เพราะทางเดินไปกุฎิเราต้องผ่านตรงนั้นอ่ะ และก็มีเราเดินอยู่คนเดียวด้วย พอเรากลับมากุฎิตอนหกโมงเย็น เหมือนยังไม่อยากอาบน้ำ อยากอ่านหนังสือต่อ ก็เลยอ่านไปเรื่อยๆ ด้วยความที่แต่ละกุฎิจะมีต้นไม้ค่อนข้างเยอะ มันก็จะมีเสียงเหมือนลูกไม้อะไรสักอย่างหล่นบนหลังคาบ้าง กิ่งไม้หล่นบ้าง บางทีก็ตกใจนะ อยู่ดีๆก็มีเสียงตุ้บบนหลังคา มีเป็นระยะๆ เราเลย อืม...ยังไม่ค่ำมาก รีบอาบน้ำก่อนดีกว่า

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

เพราะห้องน้ำเราว่าน่ากลัวกว่าห้องอื่นนะ แต่วันแรกเราไม่กลัวไงเพราะมันไม่ค่อยได้รู้ได้เห็นสภาพอะไรยังไง ด้วยความที่หน้าต่างห้องน้ำมีสองช่อง เป็นกระจกสองแผ่นแบบลายฝ้าสอดขวางกันอยู่ ถ้ามีใครตัวสูงหน่อยมาถอดกระจกก็น่าจะถอดได้นะเราว่า คือมันเข้ามาได้อ่ะ เราเลยอาบไปมองไป รีบอาบไม่สระผมหรอกวันนี้แล้วก็เข้ามาห้องนอน เชื่อป่าวว่ายิ่งเรากลัว เหมือนบรรยากาศมันยิ่งแกล้งอ่ะ อยู่ดีๆก็มีเสียงอะไรไม่รู้หล่นดังโครม!!! ข้างหลังกุฎิเราอ่ะ ดังมากๆเลย เราสะดุ้งแบบหัวใจแทบจะวายเฉียบพลัน กลัวมาก นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่ามันควรจะเป็นเสียงอะไร เท่านั้นยังไม่พอ มีเสียงเหมือนคนเดินอยู่แถวๆหลังห้องน้ำด้วย โหย..เรารีบเดินไปกดล๊อคประตูเลย ประตูที่มันอยู่ระหว่างห้องนอนกับห้องน้ำอ่ะ แต่มันไม่มีกลอนนะเป็นแค่ลูกบิดล๊อคอย่างเดียว ไม่เซฟเล้ย เราเดินไปเดินมา แต่ไม่ใช่จงกรมนะ คือเดินคิดว่าจะทำไงดี ถ้าเสียงนั้นคือคนงานก่อสร้างล่ะ? เรากลัวมากเลย เพราะจะตะโกนเรียกอีกกุฎินึง เปอร์เซ็นต์ได้ยินมีน้อยมาก เพราะเค้าปิดบ้านแน่นเลย เชื่อมั้ยว่า เรายังไม่เคยเห็นตัวเค้าเลยด้วยซ้ำว่าคือใคร เพราะบางกุฎิเค้าจะอยู่แบบเข้มเก็บอารมณ์ เค้าอาจไม่ได้ไปทำวัตรก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้น อย่าใช้วิธีตะโกนเลย ระหว่างกำลังเครียด ไอ้ลูกไม้อะไรไม่รู้ก็ดันหล่นใส่หลังคาเราอีก เวรจริงๆมันจะต้องมารีบสุกงอมอะไรกันตอนนี้วะ รอไปหล่นตอนเช้าไม่ได้รึไง จนพอเสียงต่างๆเริ่มเงียบ เราก็ได้สติ นึกถึงสิ่งที่เราบูชาที่สุดในชีวิตขึ้นมาได้ “ตำรวจ”ไง อิอิ พูดเล่น ไม่ได้บูชาหรอกโว๊ย เล่นมุขเฉยๆ แค่จะบอกว่านึกถึงตำรวจขึ้นมาได้ เลยกดโทรศัพท์แบบเบาสุดๆ กระซิบถาม1133 ขอเบอร์ สภ.บางคล้า ให้มาสามเบอร์ตรงๆ ค่อยอุ่นใจมานิดนึง คืนนั้นกว่าจะกล้านอน กว่าจะหลับ โห..สุดๆอ่ะ

บวชเงียบๆ...

noop @ 23:01

....จะเข้ามาเขียนบล็อก เปิดมาเห็นสถิติผู้เข้าชมเฉพาะวันนี้ (นับถึงประมาณหกโมงเย็น) มีตั้งสี่คน ไม่รวมเรา เอ๊..ใครบ้างนะสี่คนนั้น ดีใจจังเลยอ่ะ เริ่มอยากจะให้มีคนเข้าบล็อกเยอะๆแระ แต่ก็นะ ของเราไม่ใช่ BLOGGANG รึว่า EXTEEN พวกบล็อกยี่ห้อดังๆ อันนั้นคนจะเข้าไปอ่านเยอะ

....ก็จะเล่าให้ฟังว่าไอ่ช่วงวันหยุดยาวนี่แหละว่าไปทำไรมาบ้าง ก็คือเราไปบวชมา ตอนแรกที่จองอ่ะ กะจะแค่ไปฝึกวิปัสสนา เพราะเราเห็นชื่อเค้าคือสำนักวิปัสสนาสอนทวี เราก็เลยคิดว่าอยากปฎิบัติอะไรก็ได้ให้ใจสงบ แต่ไม่ได้บวชเพราะไม่ใช่วัด แต่พอไปถึงเจ้าหน้าที่เค้าให้บวชเราก็เลยบวช ไม่ได้ตัดสินใจยากอะไรหรอก เพราะเราก็เคยบวชมาแล้วครั้งนึง เลยไม่ค่อยตื่นเต้นรึต้องปรับตัวใหม่อะไร ข้าวของเสื้อผ้าก็มีอยู่แล้ว ก็เลยบวช เราไปวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ความจริงตั้งใจว่าจะไปให้ทันทำวัตรเช้าตอนเก้าโมง แต่ปรากฎว่าตื่นมาวันเสาร์เราป่วยอ่ะ คือเหมือนไม่สบายนิดนึง เลยแทนที่จะไปถึงเก้าโมง กลายเป็นออกจากบ้านเก้าโมง อิอิ รถติดอีกต่างหากเพราะคนคงจะออกต่างจังหวัดกันเยอะ กว่าจะไปถึงก็สิบเอ็ดโมงพอดี เจ้าหน้าที่บอกว่าเอาของไปไว้ที่พักก่อน แล้วค่อยมาบวชตอนบ่ายโมง ก็ทำตามนั้น

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ที่พักที่เราจะต้องอยู่ในช่วงสองคืนสามวันนี้ (พูดเหมือนแพคเก็จทัวร์เลย) เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวซึ่งที่สำนักวิปัสสนาเค้าจะเรียกว่า “กุฎิ” ของเราอยู่หลังที่๔๖ เขียนเลขไทยตามป้ายหน้ากุฎิเค้าเขียน ด้วยความที่สำนักมีเนื้อที่กว้างมีกุฎิหกสิบเจ็ดสิบหลังได้ เจ้าหน้าที่เค้าเลยขับ จยย.นำทางให้เราขับตามไป พอไปถึงก็เจอคนส่งปิ่นโตพอดี คือที่สำนักเค้าจะไม่มีการไปกินข้าวรวมเหมือนบวชที่วัด แต่เค้าจะส่งปิ่นโตให้ที่กุฎิเลย นั่นแหละ เราก็เลยรับมอบปิ่นโตตรงนั้นเลย แล้วก็เอากระเป๋าเสื้อผ้าไปเก็บในกุฎิ ด้วยความที่หลังที่เราอยู่ไม่มีที่จอดรถ เลยต้องจอดห่างไปอีกสองซอย คือมันเหมือนเป็นทางเดินปูนซีเมนต์ที่จะเดินไปยังกุฎิหลังต่างๆอ่ะ แต่ทางนั้นใช้เดินอย่างเดียวไม่มีรถวิ่ง เค้าเลยบอกให้เราเอาไปจอดตรงนั้นได้ อีกอย่างมันมีร่มไม้ปกคลุมตลอดแสงแดดส่องไม่ค่อยถึง ร่มรื่นมากเลย แต่ก็เงียบใช้ได้เพราะมันมีกุฎิ และอาคารเก่าๆที่ไม่มีคนอยู่ ก็คิดว่าเดินมาตอนกลางคืนคงหลอนพอสมควร...

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....อาหารปิ่นโตเอสแอนด์พี เอ๊ยม่ายช่าย อิอิ อาหารปิ่นโตมื้อแรกของเราคือ ไข่ดาวกับกระเพราหมูสับ หรือที่รู้จักกันในนามกระเพราหมูสับไข่ดาวนั่นเอง พร้อมพริกน้ำปลา ข้าวเปล่า และมังคุดประมาณหกเจ็ดบุตร (ก็ลูกไง..) อร่อยมาก เพราะเมื่อเช้าไม่ค่อยสบายไม่ได้กินข้าวมา เสร็จแล้วก็เปลี่ยนชุดรอไปบวชที่ศาลาพระตอนบ่ายโมง ระหว่างรอก็เก็บภาพภายในห้องมาฝากเผื่อสาธุชนคนใดอยากจะไปร่วมแสวงหาความจริงของชีวิตแบบนี้ก็จะได้เป็นข้อมูล ในกุฎิจะแบ่งเป็นสามห้อง เข้าไปปั๊บจะเป็นห้องนอนและมุมอ่านหนังสือหรือจะกินข้าวก็ได้เพราะมีโต๊ะให้ตัวนึง มีพัดลม แอร์ ที.วี. ตู้เย็น นี่พูดจริงๆนะ มีจริงๆ ซึ่งนับว่าไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้เลย เพราะเราเองก็ไม่มีข้อมูลตรงนี้ รู้แค่ว่านอนเดี่ยวคนละหลังห้องน้ำเป็นสัดส่วน คือจากประสบการณ์ตอนไปบวชครั้งแรกที่วัดต้องนอนรวมบนศาลาห้องน้ำรวมรอคิวกันนานและไม่ค่อยสะอาด ก็เลยตัดสินใจมาที่สำนักเพราะรู้ว่าแยกพักไง แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดเลยว่าในที่พักจะมีอะไรให้บ้าง ปรากฎพอเห็นก็อึ้งไปเลย แล้วก็รู้สึกโชคดีมากๆ เพราะปกติแล้วเราชอบกินน้ำเย็นไง แต่ตอนบวชที่วัดอากาศร้อนมาก ต้องอดทนกินน้ำอุณหภูมิห้องตลอดซึ่งเราว่าเราลำบากนะ

.....นั่นแหละเข้าไปเจอห้องนอนมีตู้เสื้อผ้าให้ด้วย พร้อมราวตากผ้าแบบล้อเลื่อน 1 อัน เปิดประตูห้องนอนจะเป็นห้องต่อไปคือห้องครัว คือมันจะมีอ่างล้างจาน แล้วก็พื้นที่วางของอะไรเงี้ย แล้วอีกห้องคือห้องน้ำ มีเครื่องทำน้ำอุ่น ว้าววว คิดเอาเองละกันว่าเราจะปลื้มขนาดไหน กุศลส่งจริงๆ อิอิ แต่มันก็เก่าตามสภาพนะอย่าคิดไรมาก เค้ามีให้ใช้ก็ดีแล้ว เตียงนอนก็อย่างที่เห็นในรูปนะ ไม่มีที่นอน มีแต่เสื่อผืนหมอนใบผ้าห่มหนึ่ง เอาละ ตามสมควรแก่อัตภาพ เล่าเรื่องบวชต่อละกันนะ ตอนบ่ายโมงไปบวชที่ศาลามีคนมาบวชพร้อมเราอีกสามคน หลวงพ่อ เอ..ต้องเรียกว่าพระอุปัชฌาย์รึป่าวอ่ะ เราก็ไม่เก่งวิชาการซะด้วย ท่านมาบวชให้ ก็ต้องกล่าวตามที่ท่านบอก เสร็จพิธีบวชก็ไปพักที่กุฎิ พอสี่โมงเย็นครึ่ง ( 16.30 น. ) ก็ไปสวดมนต์ทำวัตรเย็นและนั่งสมาธิกับแม่ชีประมาณชั่วโมงนึง แล้วก็กลับที่พัก ไปอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน แต่...หิวแฮะ เพราะวันนี้เท่ากับกินมื้อเดียวจริงๆคือมื้อกลางวัน เลยหิว ก็ไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำปานะที่เราเตรียมมาจากบ้าน เอาหลอดเจาะกล่องแล้วก็ดูดน้ำปานะยี่ห้อโฟร์โมสต์รสช็อคโกแลตเฮเซลนัต ไปหนึ่งกล่อง ค่อยยังชั่ว

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....นั่งอ่านหนังสือธรรมะไปเรื่อยๆเพลินดี มันเป็นเล่มที่เราอ่านแล้วเข้าใจไง จนสามทุ่มกว่าคิดว่าควรจะนอนได้แล้ว ก็เลย เดินไปสำรวจประตูและหน้าต่างทุกบาน มันเป็นบานเกล็ด (ยกเว้นหน้าต่างห้องน้ำ) ก็ตรวจดูว่ามันปิดเรียบร้อยทุกบานมั้ย เพราะก็กลัวอยู่นะ ที่นี่มันจะเงียบมากไง กุฎิด้านขวามีคนอยู่จริง แต่ก็นับว่าอยู่ห่างพอควร มีรั้วกั้น และต่างคนต่างก็ปิดประตูหน้าต่างมิดชิด ยังกับกลัวพวกซอมบี้จะมาทุบบ้านงั้นแหละ กุฎิด้านซ้ายไม่ต้องพูดถึง ตอนเย็นที่เราเดินมาเห็นเค้าคล้องกุญแจจากด้านนอกแปลว่าไม่มีคนพัก ตอนนั้นเราว่าเรานึกกลัวเหมือนกันนะ เพราะจะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่เรามานอนต่างจังหวัดคนเดียวในสถานที่ที่คนที่บ้านเราก็ไม่มีใครเคยมาสักคน เออว่ะ เรานี่เสี่ยงเกินไปรึเปล่าวะ คิดทบทวนการตัดสินใจของตัวเอง ว่าแล้วความกลัวก็ทำให้เราเดินไปเปิดที.วี อิอิ แต่ไม่ได้ดูนะเอาเสียงเอาแสงเป็นเพื่อนเท่านั้นเอง แต่ก็เปิดเบามากๆนะ เพราะจริงๆคือจะอ่านหนังสือต่ออ่ะ มาง่วงจริงๆตอนสี่ทุ่มกว่า ก็ปิดที.วี. สวดมนต์วันนี้สวดคาถาชินบัญชร แล้วก็ขอเทวดา เจ้าที่เจ้าทางว่า เรามาอาศัยสถานที่ปฏิบัติธรรมนะ ขอให้เมตตาด้วยเถิด ประมาณนั้น เพราะนอนต่างที่คนเดียวก็กลัวว่านอนๆอยู่เกิดท่านเจ้าของที่ไม่พอใจเราขึ้นมา หู๊ยยยย พูดแล้วขนลุก...

ติดต่อผู้สร้าง | กรุ | สร้างบล็อกของคุณดี๋ยวนี้! ง่ายดายและฟรี