ทำไมมันเหงาอย่างนี้....
....เสาร์ อาทิตย์นี้ ไม่ต้องไปทำงาน ตอนเย็นวันศุกร์รู้สึกแฮ้ปปี้มากเลย แต่พอตื่นมาเช้าวันเสาร์จริงๆกลับแย่ คือความรู้สึกมันสลดหดหู่อ้างว้างไงบอกไม่ถูก ก็อุตส่าห์ร้องเพลงนะเวลาอาบน้ำ เผื่ออารมณ์จะดีขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยช่วยได้เท่าไหร่ ที่แปลกคือเราฝันถึงต้นข้าว ฝันว่าเค้าโทรศัพท์มาบอกเราว่ามากรุงเทพ อยู่แถวๆออฟฟิศเราอ่ะ แล้วสัญญาณขาดหายไป ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับต้นข้าวรึเปล่า แต่ที่แน่ๆเรารู้สึกเศร้า
....เช้านี้ลูกตาเราดีขึ้นมากเลย เลือดเหลือนิดเดียวตรงขอบๆตาดำ แล้วก็ไม่เคืองแล้วด้วย เราเปิดเน็ท เพราะไม่รู้จะทำอะไรตอนที่ใจมันโบ๋เบ๋อย่างนี้ เราหวังว่า เออ อย่างน้อยเพื่อนเราคนนึงน่าจะตอบเมลเรานะ เหมือนกับว่าถ้าได้อ่านเมลของเพื่อนบ้าง เราอาจจะลดความหงอยเหงาลงไป ประมาณนั้น แต่ก็อ่ะนะ... ถ้าเราคาดหวังอะไรสักอย่างในวันที่บรรยากาศไม่ค่อยดี ไอ่สิ่งที่คาดหวังมันก็มักจะไม่สมหวัง แล้วก็จริงๆแหละ กล่องจดหมายเราว่างเปล่า ตอนนั้นเราคิดว่าไงเหรอ จำได้มั้ยเราเคยเขียนไว้ในบล็อกว่า เวลาเราเจอเพื่อนดีๆสักคน มักจะต้องมีเหตุให้แยกจากกันโดยเร็วเสมอ น่านนแหละ เราคิดว่าคนนี้ก็คงเป็นอย่างนั้น
....เราออกไปหาข้าวกินตอนเย็น วันนี้ก็กินแกงเขียวหวานปลากระพงราดข้าว แล้วก็กินหอยทอดอีกจานนึง อิอิ อย่าทำหน้ากลัวเราอย่างนั้นสิ จานมันเล็กๆเองไม่เยอะหรอก เออ จะบอกว่าดอยคำเค้าทำน้ำมัลเบอรี่แบบ UHT กล่องๆ ขายใน 7-11 ด้วยนะ ตอนนี้กล่องละ 15 บาท เรากินมาหลายกล่องแระ ชอบมาก เค้าบอกว่าวิตามินเยอะด้วยนะ เรากินวันละสองกล่องอ่ะ อยากให้สายตามันดีๆ
....ตอนอยู่ในห้าง เราเดินไปดูชั้นที่ขายโลชั่นทาผิว ได้ยินมาว่ายี่ห้อเภสัชอ่ะ ถูกและดี ชื่อเภสัชสกินอะไรสักอย่าง ถ้าแบบทาหน้าก็แค่ 25 บาทเอง แต่เราจะไปดูแบบทาตัว พอเจอก็ก้มๆดู ว๊า มันไม่มีตัว TESTER ให้ลองอ่ะ พอดีน้องพริตตี้ของซิตร้าเค้ายืนอยู่ข้างๆ เค้าก็ชักชวนเราให้ลองซิตร้าดู เราก็บอกเค้าไปตรงๆแหละว่าจะมาลองยี่ห้อเภสัช แต่ก็อ่ะนะ งานของน้องเค้าคือสาธิตผลิตภัณฑ์ จากที่ตอนแรกเราว่าจะเดินกลับก็เลยเปลี่ยนใจยืนฟังน้องเค้าบรรยายสรุปโลชั่นซิตร้าทุกสูตร ถือว่าช่วยน้องเค้าได้ทำงานก็แล้วกัน อิอิ

digg it
del.icio.us



