กับดัก..ตัวเอง
.......... อยากจะบ้าตาย พิมพ์เรื่องเสร็จเรียบร้อย แบบทุกตัวอักษรกลั่นจากใจได้ฟีลมากๆเลยด้วย พอพิมพ์เสร็จก็กดอัพเรื่องขึ้นเว็บ แมร่ง...เน็ทเจือกหลุด หมดแรงเลย.. นั่งพิมพ์เป็นชั่วโมงเจือกไม่เป็นไร ดันมาเป็นเอาตอนกดส่งซะงั้น แล้วพอเน็ทconnect ได้อีกที ข้อความที่พิมพ์ไว้มันก็หายเกลี้ยงไม่เหลือ เพราะบล็อกมันไม่มีsave draft โฮ้ยยยย เหนื่อยสองเท่าอีกกรู
......เนี่ยก็เป็นอีกเรื่องนึงที่เราอยากจะบอกว่า ไม่รู้มันเป็นไงช่วงนี้ เราวุ่นวายใจมาก ไม่เคยนิ่งได้เลย เอาแต่วนเวียนอยู่กับความคิดของตัวเอง ทั้งอยากเรียนต่อ อยากเปลี่ยนงาน อยากย้ายบ้าน อยากมีแฟน อยากๆๆๆ จนไม่รู้จะสกัดจุดความคิดตัวเองได้ยังไง มีพี่คนนึงเค้าออกไปทำงานที่อื่นก็นานแล้ว ล่าสุดเค้าโทรมาคุย เลยได้รู้ว่าเค้าก้าวหน้าไปไกลมากๆ ตัวเค้าเองก็ยังคิดไม่ถึงเลยว่าจะประสบความสำเร็จเร็วอย่างนี้ ตอนที่ได้ยินก็แสดงความยินดีกับเค้าไปตามมารยาท แต่ก็อดจะคิดไม่ได้ว่า แล้วตัวกรูล่ะ? ตอนนี้มีอะไรบ้าง เรียนก็ยังไม่ได้เรียน งานก็ต้องทนทำไป บ้านก็... เฮ้อ เซ็งโคตร ยิ่งมาคิดเรื่องแฟน ยิ่งอยากจะไปตายไวๆ เบื่อหน่ายโชคลาภวาสนาตัวเอง ทำไมมันมืดมนจังวะ..
......มีอีกเรื่องที่เราพลาดไป ไม่รู้ใครจะคิดยังไง แต่สำหรับเราคิดว่าพลาดนะ คือเมื่อสองวันนี้เพื่อนสนิทเราคนนึง เค้ามีเรื่องกลุ้มใจ เป็นเรื่องส่วนตัวอ่ะ เค้าก็มาเล่าให้เราฟัง เราเองช่วงนี้ก็..อ่ะนะ สภาพจิตไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่ แต่ก็รับฟังเพื่อน ฟังแล้วเราก็เจือกคิดขึ้นมาตอนนั้นว่า เราก็อยากเล่ามั่งอ่ะ แต่เรื่องที่เราจะเล่ามันเป็นความลับเกี่ยวกับงานของเราอย่างนึง ที่เราเก็บมาตลอดหลายปี ไม่เคยบอกใครที่ออฟฟิศเลย แม้แต่เพื่อนสนิทเนี่ย และเราก็คิดว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้จนกระทั่งวันที่เราออกจากที่ทำงานนี้ไปเลยอ่ะ แต่ในอารมณ์ของคนฟุ้งซ่านที่เรานั่งอยู่กับเพื่อนตอนนั้น เราคิดได้แค่ว่า อย่าเก็บไว้เลย เครียดก็เล่าให้เพื่อนฟังเหอะ ทีเพื่อนยังกล้าเล่าเรื่องส่วนตัวให้เราฟังเลย นั่นแหละ เราก็เลยพูดกับเพื่อนไป
......แต่สิ่งที่เรารู้สึกหลังจากนั้นคือ เสียดาย ไม่น่าพูดออกไปเลย เพราะความเครียดที่เรามี ถ้าทนอีกนิดเดียว เดี๋ยวมันก็จะหายไปเอง เพราะหลักธรรมะบอกว่า ความทุกข์ความสุขไม่มีอะไรแน่นอน มันมาได้ก็ไปได้ แต่...เราก็อดทนไม่พอ ดันพูดออกไป ความจริงเรื่องมันก็ไม่ได้ร้ายแรงเสียหาย แต่พอดีมันเป็นอะไรที่แสดงถึงตัวตนของเราชัดเลยอ่ะ มันพูดถึงสิ่งที่เราคิดว่าเราภาคภูมิใจและจะเก็บเอาไว้ แต่พอดีมันก็เป็นส่วนนึงที่เกี่ยวพันกับความอยากต่างๆที่เราต้องไปให้ถึงจุดนั้น เรียกว่าพูดไปแล้ว ก็...ไม่พูดซะจะดีกว่า เรามาคิดหลังจากนั้นนะ
......ที่เค้าว่ากันว่า เวลาคนเราจิตใจไม่สงบ วุ่นวาย ฟุ้งซ่าน ช่วงเวลานั้นเรามักจะพูดหรือแสดงอะไรที่ไม่ควรออกมา เพราะคอนโทรลตัวเองไม่ได้ สติหลุดกระเจิงไป นั่นแหละ เราเป็นอย่างนั้นเลย หลังจากนั้นก็เหมือนกับสร้างเรื่องลำบากใจให้ตัวเองเพิ่มอีก เพราะเพื่อนมันก็รู้เรื่องของเราแล้ว เฮ้อ...ไม่น่าเลยกรู

digg it
del.icio.us



