เรื่องที่ไม่มีใครอยากรู้ (ต่อ)....
....ก็ไม่ต้องรอคอยให้ผิดหวังใดๆทั้งสิ้น เพราะแค่พอเค้ารับสายเท่านั้นแหละ เค้าก็หวานใส่เราทันที กำลังคิดถึง คนสวย จำเสียงได้ อะไรต่ออะไรสารพัด พูดกันเข้าไป ขนาดกำลังนั่งรถคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำอีกอำเภอนึงนะ ยังมีอารมณ์พูด เออ ก็เค้ารู้ว่าเราแพ้ทางนี่นะ ช่างเหอะ เราก็คุยไม่นานเท่าไหร่ ก็..อยากได้ยินเสียงเค้าเหมือนกัน เสียงแบบแมนๆอ่ะ แต่ออดอ้อนบอกไม่ถูก ช๊อบชอบ มันจะแหบก็ไม่เชิงจะชัดก็ไม่ชัด เสียงแบบ อืมม ฟังแล้วอยากฟังอีก เค้าก็บอกเรานะว่า เคยมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันบอกว่าเค้าเป็นคนเสียงหล่อ ก็จริงนะเราว่า
....นักบิน ทอ. อือ มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักนักบินคนนึง กำลังจะไปได้อยู่แล้วเชียว คุยกันดีมาก แต่วันนึงเรานึกเอะใจไงไม่รู้ เลยยิงคำถามตรง "แต่งงานยังคะ" จบ ทุกอย่างจบที่คำถามนี้คำถามเดียวเลย แน่นอน วาสนาบารมีเราคงตะกายไปไม่ถึงเครื่อง F5 ของ ทอ.หรอก เค้าแต่งงานแล้ว เชอะ! สมน้ำหน้าตัวเอง อ๋อ ไม่หรอก เรากลับสงสารตัวเราเองมากกว่า เจอกี่คนที่เข้ามา เหมือนให้ความหวังใหม่ๆ แต่สุดท้ายจะจบแบบเจ็บปวดทุกที แต่ก็อยากด่ามันเหมือนกันนะ มันเห็นเราเป็นอันดับสองที่อยากจะพูดเพ้อ จีบเล่นไป แต่ความจริงในใจมันมีแต่ผู้หญิงอีกคนที่มันจัดอันดับไว้เหนือเรา มันมีสิทธิ์อะไรคิดกับเราแบบนั้น เราพูดกับมันไปตรงๆ ว่าอย่าพยายามบิวท์เลย เราไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่มันคิดหรอก
.......เมื่อตอนเที่ยง หนุ่มไฟว์คนนั้นก็โทรมาหาเราอีก เราเริ่มกลัวแล้ว เราไม่อยากติดเค้า เค้าน่ะไม่ผิดหรอกที่จีบเรา หวานกับเราเพราะเค้ายังมีแฟนได้อีก เค้าเป็นมุสลิม แต่เราสิ ชอบยังไงก็ต้องเก็บอาการไว้ เกร็งจนเมื่อยไปหมด กลัวเค้าจะรู้หมดทั้งใจเรา มันก็มีสองอย่างนะ ถ้าเค้าอ่านเราเข้าใจหมด เค้าเบื่อแน่ๆและก็คงไปทันที อีกอย่างเค้าคงสะใจที่ทำให้ผู้หญิงคนนึงที่เค้าบอกว่าชอบ หลงเพ้อไปกับเค้าได้ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นก็รู้ว่าเค้าแต่งงานแล้ว สรุปแมร่งเลวพอๆกะไอ่นักบินนั่นเลย เอ๊ะ ทำไมเราจบแบบนี้วะ...

digg it
del.icio.us



