ตั้งให้หน่อยสิชื่ออ่ะ.....
.....ยังจำกันได้มั้ยเนี่ย คนเขียนบล็อกไง อิอิ หายไปนานพอควร จะบอกว่างานเยอะมาก และเดินทางตลอด ไปเชียงราย ไปพม่ามา (ไม่ใช่มาม่านะ) เรื่องหนุ่มๆก็มีเข้ามาเรื่อยๆ ความจริงตอนที่หายไปมีเรื่องที่คิดว่าจะเข้ามาคุยหลายเรื่องมาก แต่พอเข้ามาจริงๆก็หมดแรงจะเขียนซะงั้น งานเยอะ เครียดจริงๆนะ มีช่วงนึงหน้าตาโทรมไปเลยอ่ะ เพราะอดนอน ต้องทำงานให้เสร็จ กลับค่ำทุกวัน แหวะ...
.....เราต้องทำงานยากชิ้นนึง ไม่มีข้อมูลในหัวสมองเลย ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน เลยต้องไปห้องสมุดยืมหนังสือมาอ่าน แปลกมะ เข้าห้องสมุดแต่ดันยืมหนังสือ อิอิ ที่ถูกต้องยืมสมุดใช่ป่ะ นั่นแหละ ก็เอามาอ่านดูแนวทางแต่ด้วยความที่งานอื่นมันก็เยอะด้วย เราเลยเจอทวงงานเพราะช่วงไปเชียงราย (ไม่ได้ไปเที่ยวอย่างเดียวนะ เรื่องงานด้วย) ช่วงนั้นเราไม่ได้ทำไอ่งานชิ้นนี้เลย อีกเหตุผลนึงเพราะบริษัทบอกว่าจะส่งข้อมูลสำคัญเข้าเมลเราตั้งแต่ก่อนไป ปรากฎเราก็รอนะ ไม่เห็นจะมีอะไรส่งมาเลย จนกระทั่งไปมาอาทิตย์นึงแล้วกลับมา กทม นี่แหละ เพิ่งจะได้เห็นในเมลว่าส่งมาเมื่อวันสองวันนี่เอง ลำบากสิ ปั่นงานตอนเร่งๆเวลาน้อย เริ่มเครียดแระ
.....แล้วช่วงนั้นมีเรื่องหนุ่มๆเข้ามาด้วย มีคนแนะนำให้รู้จัก เค้าก็ดีกับเราในระดับนึงนะ แต่คนที่แนะนำบอกมาว่า หนุ่มคนนี้ค่อนข้างจริงจังกับชีวิต แบบไม่ค่อยฮานะ จะล้อเล่นมากๆแบบที่เคยทำกับหนุ่มคนอื่นไม่ได้อ่ะ พอได้คุยกันจริงๆ อืมม คือเค้าเพิ่งเลิกกับแฟน ก็น่าเห็นใจ แต่มันก็เรื่องมากใช้ได้หว่ะ คือไม่รู้มันจะขยันสร้างกำแพงอะไรนักหนา บอกตรงๆว่าแรกๆเราก็พอทน แต่ตอนนี้ชักจะรำคาญไอ่กำแพงบ้านี่แล้ว ทำไมมันไม่หัดทำตัวสบายๆบ้างวะ เราเหนื่อยหน่ายมากเลยขอบอก
........จำตำรวจมุสลิมได้มั้ย จะบอกว่า ถึงเราจะไม่ได้โทรหาเค้าอีกแล้ว แต่ตัวเค้าเองก็ยังโทรหาเราอยู่ เราผิดที่รับสายเค้า เราทำได้เพียงแค่ไม่โทรไปหาเค้าก่อน มีครั้งนึงเราเคยไม่รับสายเค้า ไม่โทรกลับ ผ่านไปอาทิตย์นึงคือผ่านไปแบบเราไม่ค่อยสบายใจ คือเราก็สงสารเค้าอีกน่ะแหละ เพราะเราเคยโดนมาจากตำรวจคนนึงที่อยู่อุบลไง เรารู้ดีว่าความรู้สึกของคนที่โทรไปอย่างมีความหวังแต่ปลายทางกลับไม่ใยดี มันเจ็บปวดมากแค่ไหน เสียหน้า เสียฟอร์ม เสียกำลังใจ เราไม่อยากเป็นคนที่ทำร้ายเค้าแบบเดียวกัน เราเลยส่งข้อความไปขอโทษเค้าสามคำว่า "ขอโทษนะ" และเราก็ตัดใจตั้งแต่นั้น ไม่ส่ง ไม่โทร ไม่ติดต่อเค้าอีกเลย เพราะเราตัดสินใจแล้วว่าจบเสียทีกับความรักที่ผิดทาง ผ่านไปสิบกว่าวัน เค้าไม่โทรมา เราเลยคิดว่านี่แหละถูกต้องแล้ว มันจบแล้ว ถึงเราจะรัก แต่เราก็ยอมรับที่มันต้องจบ เรามองหาคนใหม่ คุยกับคนใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยดีหรอก เหมือนยังไมใช่ แต่ก็ยังดีกว่าคุยกับคนมีแฟนถูกมั้ย จนเมื่อสองวันนี่เอง ตำรวจมุสลิมโทรหาเราอีก เราลังเล บอกตรงๆไม่กล้าที่จะไม่รับ เพราะเรามีความกลัวนะว่า ถ้าเราทำให้ใครเสียใจ เดี๋ยวอีกไม่นานเราต้องโดนแบบเดียวกัน เรากลัวว่าถ้าเราเริ่มคบใครใหม่ กลัวหนุ่มคนนั้นจะไม่รับสายเราแบบเนี้ย จริงๆนะ เรากลัวกรรมจริงๆ เราก็เลยรับ เค้าก็ยังต่อว่าเราเรื่องที่เราไม่รับสายเค้าครั้งนั้น เค้าบอกว่าเราใจร้ายจังนะ คงมองดูไฟโทรศัพท์กระพริบเรียกจนดับไปเลยละสิ เราเลยบอกว่าเราจำเป็นต้องทำ ช่างเหอะ เราเล่าแล้วก็ไม่ค่อยรู้สึกดีหรอกเรื่องนี้
.......อยากคุยกับคนโสด แต่ก็ตะปีนกำแพงพ่อคุณไม่ไหว ก่อไว้สูงเกิน ส่วนคนไม่โสด แหม๋ มันพยายามทำทาง เข้ามายั่วยวนถึงประตูห้องเลยทีเดียว หน้าไม่อาย เบื่อชีวิต ทำไมไอ่สองตำรวจนี่มันไม่สลับบทกันเล่นวะ แบบนี้จะเอาใครก็ไม่ได้สักคน เซ็งโคตร....

digg it
del.icio.us

