~~%~@ ดีส อีส อะ บล็อก @~%~~ http://noop.nireblog.com อยากให้รอบๆตัวมีแต่ความรัก เมตตา อบอุ่น ไม่เบียดเบียน ไม่แก่งแย่ง ชิงดี อยากให้ทุกๆคนมีจิตใจที่สงบ ร่มเย็น... Wed, 04 Nov 2009 12:50:29 +0700 ~~%~@ ดีส อีส อะ บล็อก @~%~~ http://files.nireblog.com/blogs/noop/gravatar.gif http://noop.nireblog.com http://nireblog.com สวัสดีตอนเช้า... http://noop.nireblog.com/post/2009/11/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2 http://noop.nireblog.com/post/2009/11/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2 ....ไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกหลายวันเพราะมัวแต่ไปทำไฟว์ คุยกับหนุ่มๆ ความจริงก็มีเรื่องที่อยากเล่าเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่มีพลังจะเขียนอะไรยาวๆ บางเรื่องก็ลืมรายละเอียดไปแล้วด้วย คืออย่างตอนเราขับรถหรืออาบน้ำ เราก็มักจะคิดไอเดียได้ว่ามีอะไรฮาๆบ้าง ว่าจะเอามาเขียน แต่พอวันเวลาผ่าน มันก็ลืมๆไปได้ คงต้องหาเวลา แต่มันจะมีเหรอ เพราะโปรแกรมงานเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเรื่องความรัก.. เราตอบด้วยเพลงนี้แล้วกัน..

Comments

]]>
Wed, 04 Nov 2009 07:48:18 +0700
เลิกรึยัง.... http://noop.nireblog.com/post/2009/10/26/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87 http://noop.nireblog.com/post/2009/10/26/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87 ….คืนที่เราเขียนบล็อกถึงเค้าว่าเดี๋ยวนี้เค้าทอดทิ้งเรา ไม่ออนเอ็มแล้ว ก็ปรากฏว่าเค้าออนคืนนั้นพอดี เชื่อมั้ย คุยกันได้สักพักนึงเราก็แบบอึดอัดใจอ่ะ ไม่อยากแอบจิตแล้ว พอมีช่วงให้พูด เราก็ลองสุ่มเสี่ยงคำถามไป คือเราพูดกับเค้าว่าเราไม่สบายใจนะที่คุยกับเค้าแบบหวานๆถ้าหากว่าเค้าไม่โสดแล้ว ประมาณนี้อ่ะ เค้าก็ไม่ตอบเราว่ามีแฟนหรือไม่มีนะ โคตรบ้าเลย คงเห็นว่าเราไม่ได้ถามตรง ก็เลยไม่จำเป็นต้องตอบมั้ง ไม่แมนเลยหว่ะ เราเองก็ไม่กล้าด้วยอ่ะที่จะถามตรงๆ ก็อย่างที่เคยบอกว่าทำไม เลยทำเป็นว่าเหมาไปเลยว่าเค้ามี หวังว่าเค้าคงจะปฏิเสธถ้าเค้ายัง แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า เค้าไม่ตอบเราอ่ะ ทำเป็นยิ้ม คือเค้าชอบทำสัญลักษณ์แบบยิ้มๆ มันยิ่งทำให้เราเซ็งมากขึ้นไปอีก รู้งี้กรูถามตรงไปเลยดีกว่า ถ้ามันจะรู้ว่าเราถามเพราะชอบมัน ก็ช่าง จะได้รู้คำตอบแล้วหลุดพ้นเลย แต่..อย่างว่านะคนเรามันชอบคิดซับซ้อน ก็เลยมีอีกเหตุผลนึงคือถ้าเราถามไป แล้วเกิดเค้าก็ชอบเราอยู่ แต่เพิ่งจะเริ่มๆ ไอ้คำถามประเภทว่ามีแฟนรึยัง นอนกับเมียใช่ป่าวเมื่อคืน แทนที่จะดี อาจกลับกลายเป็นการโยนระเบิดใส่บ้านเค้าก็ได้ กรรมของเวร เราเลยยังไม่ถามอ่ะ

......ผลที่เกิดขึ้น อายมากที่จะสารภาพว่า เรากลายเป็นฝ่ายรอง เป็นมวยรองซะแล้ว เพราะเราต้องกลายเป็นคนที่รอ ไม่รู้เค้าจะเข้ามาเม้นท์อีกมั้ย ไม่รู้จะยังสานต่อรึเปล่า แหม๋..แต่อันนี้ก็อยากจะถุยใส่หน้าตัวเอง เพราะคืนที่คุยเอ็มก่อนจะแยกกันไปนอนน่ะ เราก็บอกเค้าว่า “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” คือเหมือนจะลาเค้าไปเลยอ่ะ แต่ตอนนี้ เจือกจะมาคร่ำครวญ รอคอย เฮ้อ..คนเรา เนี่ย วันนี้ก็ยังไม่มีสักเม้นท์นึง นี่ถ้าเค้าเล่นแผน แกล้งทรมาน หายไปจากเราสักเดือนนึง โอย..โลกนี้คงหม่นหมองน่าดู จะกินอะไรลงมั้ยวะ เศร้า เหมือนการที่เราไม่อยากจะผิดศีลธรรม เราจึงไม่ยอมเอาความถูกต้องของชีวิตไปแลกกับการแค่ได้ฟังคำหวานๆจอมปลอมไปวันๆ บางที ที่เราฟุ้งซ่านนี่ อาจจะเป็นช่วงแรกของความรู้สึกเสียดาย สูญเสียความอบอุ่นใจที่เคยได้ เลยเหมือนรู้สึกต้องการเค้ามากเพิ่มเป็นสองเท่า แต่..เมื่อเราผ่านความเจ็บปวดมาได้สักพักนึง เราคงทำใจสบายๆได้ เหมือนเรื่องของต้นข้าว อืม.. การเป็นคนดีบางครั้งต้องแลกกับความสุขส่วนตัว ต้องแลกด้วยการยอมเจ็บปวดใจ ตัดใจ อดกลั้น ทำไปเพื่ออะไรวะ สงสัยตัวเองจริงๆ.....

Comments

]]>
Mon, 26 Oct 2009 15:40:04 +0700
เหนื่อยทำใจ.... http://noop.nireblog.com/post/2009/10/24/aeaaaaaacaaafa http://noop.nireblog.com/post/2009/10/24/aeaaaaaacaaafa .....ความจริงวันสองวันนี้เราเหนื่อยมากเลยนะ มีหลายอย่างต้องทำ แต่ยังไม่เล่าหรอก เอาไว้วันหลัง วันนี้อึดอัดใจเรื่องหนุ่มในไฟว์เราคนนึง ขอบอกเลยว่ามันทำให้เราเซ็ง เครียดนะ จำได้มั้ยที่เราเคยบอกว่าเราชอบเค้าหน่ะ และเราก็คิดว่าเค้ามีใจนะ ดูจากหลายๆอย่าง โอเคแหละเรารู้จักเค้าแค่ทางเน็ท อย่างมากก็คุยเอ็มกัน ไม่เคยคบเกินไปกว่านี้ แต่มันก็พอจะรู้สึกได้นะว่าเค้าก็ชอบที่จะคุยก้บเรา และบางคำพูด อืมม จะพูดไงดีอ่ะ มันเหมือนเค้าทอดสะพานนิดๆนะ และที่เราชอบมากๆก็คือเค้าไม่เคยหายไปจากไฟว์เราเลยนะ มาเม้นท์ให้ตลอด ถึงแม้ช่วงที่เค้างานยุ่ง คือเค้าอยู่3จชต.นะ ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย แต่พองานเสร็จเมื่อไหร่ เค้าก็เข้ามาคุยกับเราตลอด เราเลยอดจะหวั่นไหวไม่ได้ว่าเค้าน่าจะชอบเราอยู่บ้าง อีกอย่างนึง ในไฟว์ของเค้าก็มีเราเป็นเพื่อนคนเดียวนะ ไม่มีใครอื่น....

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....จนเมื่อไม่นานนี้ เราเริ่มรู้สึกว่าเค้าแปลกๆไป มันเหมือนกับว่าเค้าไม่ได้แคร์เราคนเดียวอีกแล้ว จากที่เค้าเคยมารอเราออนเอ็มแทบทุกวัน แต่เด๋วนี้ก็ไม่มาอีกเลย ทั้งๆที่ช่วงนี้เค้าได้พัก ไม่มีคดี ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่ว่าขนาดต้องไปตรวจพื้นที่ตอนตีสาม เค้ายังเข้ามาคุยเอ็มกับเรา เน็ทเค้าก็ไม่ค่อยดี หลุดเป็นสิบครั้งอ่ะ แต่เค้าก็ยังพยายามออน และมีวันนึงเค้าก็พูดชวนให้เพ้อยิ่งขึ้นไปอีก เราถามว่าเค้าทำไรอยู่ เค้าก็บอกว่าทำงาน เราเลยบอกว่าเรารบกวนรึเปล่า เค้าตอบว่า ไม่หรอก เพราะที่เค้าออนเอ็มไปด้วยก็เพราะรอ...นี่แหละ เนี่ยมันหวานขนาดนี้ เราก็เลย....

.......แต่อย่างที่บอก ตอนนี้เราเริ่มเสียเซลฟ์ รู้สึกว่าเค้าไม่ค่อยแคร์เราแล้ว ไม่ออนเอ็ม วันเดียวก็ไม่ออน และที่ทำให้รู้สึกหน้าแตกแบบเงียบๆ ก็คือ ตอนที่เราออนอยู่ ตอนนั้นเค้าก็กำลังเล่นเน็ทอยู่นะ แต่เราไม่รู้หรอก มารู้แบบได้เห็นจริงๆก็เพราะเค้ามาเม้นท์ในไฟว์เราหน่ะ แล้วมันก็เลยมีข้อความเตือนให้เรารู้ว่าเค้าส่งมาตอนนั้นพอดี แต่..เค้าไม่ได้ออนเอ็ม เค้าแค่ส่งไฟว์ เรารู้สึกว่าหน้าชาๆนะ เหมือนกับว่าก็เค้าเคยออนทุกวันนี่ แล้ววันนี้เค้าอาจจะรู้ว่าเราออนอยู่ แต่ก็ไม่แม้แต่จะเข้ามาทักเรา พูดภาษาชาวบ้านก็คือกรูไม่สน ประมาณนั้น

.......การแสดงออกของเค้า มันทำให้เราคิดขั้นไกลกว่าอีก คือ เค้าอาจจะไม่โสดจริงเหมือนอย่างที่บอก เพราะคนที่โสดเมื่อเจอคนที่คุยกันได้ดี มันมักจะตามผลงานจนกว่าจะถึงตอนจบว่าเฟลรึไม่ นี่เราพูดจากเรื่องจริงๆที่เราก็เคยรู้จักหนุ่มๆหลายคนนะ ส่วนใหญ่มันจะคุยเอ็มทุกวันจนกว่าจะรู้ว่าไปกันไม่ได้จริงๆน่ะแหละถึงจะหยุด แต่เค้า..เข้ามาบ่อยมากในไฟว์เรา แต่ไม่ออนเอ็มอีกเลย จนเราเริ่มรู้สึกว่าถ้าเค้ามีแฟนแล้ว เราก็ไม่ควรจะคุยหยอกล้อกันต่อไป เพราะมันคงทุเรศอ่ะนะ ที่จะมาบอกว่า คิดถึงนะ เป็นห่วง ดูแล เทคแคร์อะไรๆกันแบบนี้ ก็ไม่ได้เป็นแฟนกัน จะมาหวานในไฟว์แล้วกลับไปอยู่กับเมียที่บ้านงี้เหรอ ไม่ใช่พิมพ์นิยมสำหรับเราแน่ๆ แต่..ทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร จะบอกตรงๆว่าเราเองก็ไม่กล้าถามเค้า เพราะยังตัดใจจากที่ชอบเค้ามาคุยในไฟว์เราทุกวันๆไม่ได้ เรากลัวว่าพอรู้ความจริง แล้วก็เจื่อนกันไป ไฟว์ก็กลายเป็นกระดานประจานความตอแหล ของผู้ชายแอบแฟนมาพร่ำเพ้อกับผู้หญิงที่ไม่รู้ประวัติของเค้ามาก่อนอย่างเรา อีกอย่าง เค้าคงหัวเราะเยาะเราน่าดู ที่แอบฝันเพราะเค้าคือสเปค ในขณะที่เค้ามีเมียสามร้อยกว่าคน อะไรแบบนี้ จะทำไงดีวะ

.......ถ้าอยู่ดีๆไปถาม เค้าก็คงรู้ไก๋เราหมดว่า นั่นแนะ แอบชอบกรูอยู่ละซี้.. รึไม่ ถ้าดีหน่อย คือถ้าเค้ายังไม่มีใคร เค้าก็อาจจะแค่รู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้ทำไมมันรีบถามจังวะ มันกลัววันหมดอายุอะไรเหรอ ลำบากใจมาก ทุกวันนี้ที่เราคุยกับเค้า ก็แค่โต้ตอบคารมแบบแอบจีบกันแฝงๆอยู่ เนี่ยเป็นแบบนี้ ซึ่งเราบอกตรงๆว่าเริ่มไร้สาระ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ไอ่เม้นท์แซวกันไปวันๆไม่รู้มันจะเกิดจุดหมายปลายทางอะไร ความจริงเราอยากจะเดินไปบอกเค้าเลยว่า ชั้นชอบคุณนะ เพราะคุณเหมือนแบบที่ชั้นชอบ แต่ถ้าคุณมีใครแล้ว ก็ห่างๆดีกว่า โน่นไปยืนไกลๆ เดี๋ยวเสร็จงานแล้วชั้นจะตามไปทีหลัง เอ๊ย!ม่ายช่ายยย จะบอกว่าชั้นไม่อยากยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้วทุกรูปแบบ มันเหมือนคุณเอาเปรียบชั้นอยู่ คุณอยากจะจีบจะพูดหวานๆให้ความหวังชั้นยังไงก็ได้ เพราะคุณมีคนของคุณอยู่แล้ว คุณแค่ลองเสน่ห์ ถ้าชั้นไม่ติด คุณก็ไม่เสียหายอะไร แต่ถ้าชั้นติด คุณก็หัวเราะใส่ชั้น ไอ่บ้า เฮ้ย มันคิดยังงี้จริงป่าววะ ตกลงมันมีแฟนรึไม่มีกันแน่ ไม่กล้าถาม โฮ้ย อึดอัด เครียด เซ็ง กรูอยากจะบ้าตาย

Comments

]]>
Sat, 24 Oct 2009 22:53:28 +0700
นั่งคิด.... http://noop.nireblog.com/post/2009/10/22/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94 http://noop.nireblog.com/post/2009/10/22/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94 ......ทุกอย่างย่อมมีหนทางของมัน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเริ่มต้นมาดีหรือไม่ดีอย่างไร ท้ายที่สุดมันจะจบแบบที่มันต้องจบ ถึงแม้ว่าเราจะเหนี่ยวรั้ง ยึดยื้อ ฝืนให้มันเป็นอย่างที่ต้องการได้บ้าง แต่ความสุขที่ได้รับมันจะไม่คงอยู่ตลอด ไม่ช้าก็เร็วเราจะต้องกลับมาเผชิญกับความรู้สึกเดิม กลับมาหยุดยืน ณ จุดเดิมอีกครั้ง นั่นคือ การต้องทำใจให้กล้าหาญ ยืนมองสิ่งต่างๆที่กำลังจะเดินไปสู่จุดจบของมัน ตามหนทางที่มันต้องเป็น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เราต้องยอมรับกับสิ่งที่เราไม่ได้เลือกนั้นให้ได้..

......อืม ไม่มีอะไรหรอก เราแค่อยากพูดเตือนตัวเองไว้ เพราะตอนนี้เริ่มมองเห็นเค้าอะไรบางอย่างลางๆแล้วว่า เรากำลังจะต้องเผชิญกับเรื่องเจ็บปวดอีกครั้ง ทฤษฎีที่น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ คือเมื่อเราตั้งเดบิต ”ความหวัง” ไว้ครั้งใด จงอย่าลืมใส่บาลานซ์เครดิต ด้วย “ความผิดหวัง” คู่กันทุกครั้ง ตามหลักวิชาบัญชีคู่เบื้องต้นระดับปริญญาตรี.....

Comments

]]>
Thu, 22 Oct 2009 14:52:28 +0700
วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน..... http://noop.nireblog.com/post/2009/10/18/aaaaauaaaaaaaaaaaaaaa http://noop.nireblog.com/post/2009/10/18/aaaaauaaaaaaaaaaaaaaa ......ออฟฟิศหยุดหนึ่งวัน แต่เรามีงานของลูกค้าที่ต้องทำต่อ ก็นั่งทำไปเรื่อยๆ สามสี่ชั่วโมงละมั้งถึงเสร็จก็ส่งข้อมูลทางเน็ทไป พอตอนเย็นๆลูกค้าแจ้งกลับมาว่าได้รับข้อมูลแล้ว เออ เร็วดีแฮะ.. วันนี้เราก็ทำงานบ้านไปด้วย ล้างตู้เย็น แล้วก็เอาผ้าขี้ริ้วต่างๆในบ้านนี่แหละ รวมๆแล้วเอาไปซัก วันนี้ฝนไม่ค่อยตก แดดก็แรงพอได้ เลยซักหลายผืนเลย ผ้าเช็ดเท้าด้วยสามผืน ว่าจะเอารถไปล้าง แต่..ไม่เอาดีกว่า ประหยัดหน่อย รถก็ยังไม่ได้เลอะอะไรมาก นี่หน้าฝนด้วย เดี๋ยวก็เปรอะ

......เรื่อง Hi5 ของเรา อืมม หนุ่มคนนั้น ไม่รู้สิ อาจเป็นเพราะเค้ามีบางอย่างตรงกับสเปคที่เราตั้งไว้ละมั้ง งานของเค้านั่นแหละที่เราชอบ โคตรแมนเลย ออกแนวบู๊นิดๆ เราว่า เราอาจตกหลุมพรางเค้าก็ได้นะ เพราะเวลาคุยกันเค้าจะ.. เหมือนกับว่า “หวาน” อ่ะ บอกไม่ถูก เหมือนเอาใจใส่เรา และเราก็ชอบซะด้วยสิ เราคงอยากเป็นคนสำคัญสำหรับเค้ามั้ง อยากเป็นคนที่เค้าคิดถึงอยู่ตลอด แต่โลกของความจริงมันคงไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เค้าอาจมีใครอยู่แล้วก็ได้ เพราะเราก็พอจะรู้มาว่า เค้าก็มีสาวๆมาชอบหลายคน แต่คนไหนตัวจริงเราไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย

.......อาทิตย์หน้าแล้วสินะที่ต้องไปทำงานชลบุรี ไปเช้ากลับค่ำ ทนไปเหอะสามสี่เดือน ถ้าโชคดีคงมีคนมาเปลี่ยน แปลกนะ ทั้งๆที่วันนี้ค่อนข้างทำงานสำเร็จหลายอย่าง แต่เหมือนใจมันไม่สดชื่นเลย อยากหัวเราะแต่ก็ไม่มีเรื่องอะไรขำสักเรื่อง เป็นอะไรนะ....

Comments

]]>
Sun, 18 Oct 2009 23:23:26 +0700
No Rest For The Wicked.... http://noop.nireblog.com/post/2009/10/13/no-rest-for-the-wicked http://noop.nireblog.com/post/2009/10/13/no-rest-for-the-wicked ....ไม่ได้อัพบล็อกหลายวัน แค่เข้ามาเปลี่ยนเพลงเฉยๆ ไม่ได้เบื่อเขียนเรื่องหรอกนะ แต่เหมือนถ้าจะเขียนอะไรที่เป็นเรื่องราวยาวๆหน่อย มันต้องมีพลังมากกว่านี้อ่ะ ก็ผ่านไปหลายวัน มีทั้งเรื่องสุขและเรื่องเกือบสุข บางเรื่องก็เริ่มซะอย่างหวาน แต่พอท้ายๆกลับเฝื่อนขม นี่แหละชีวิต อย่าไปหลงยึดติดกับอะไร ทั้งคำก่นด่า ทั้งคำเยินยอ สุดท้ายก็ค่าเท่ากัน คือ “ไม่มีความหมาย” words without meaning

…..อยากจะลาออกจากงาน ไม่รู้สิ เบื่อคน เบื่อสภาพกดดัน คำพูดทิ่มแทง มันคงจะเรียกว่าสาสมนะ ถ้าเราไปทำใครเค้าก่อนแล้วโดนเข้าบ้าง แต่นี่.. แม่งมาจากไหนไม่รู้ อยู่ดีๆก็ปากมอม เราต้องฝึกอภัยวันละหลายรอบกับคนพวกนี้ เบื่อ ถ้าลาออกไปอยู่ที่อื่นได้คงจะเป็นอะไรที่สมใจเรามาก อย่างว่าแหละนะ อนาคตที่ยังไม่เจอเราก็มักจะคิดว่ามันน่าจะดี ทำให้เราหลุดพ้นประมาณนั้น ซึ่งความจริงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่มีใครรู้ แต่กรรมจะรู้..

.....ช่วงนี้ เราก็ไปทำไฟว์ด้วย ไฮไฟว์อ่ะ ก็ไปหัดตกแต่งโน่นนี่ เหมือนได้อยู่กับตัวเอง ถึงจะเป็นการยึดติดอย่างนึง แต่อย่างน้อยก็ได้อยู่เงียบๆไม่ต้องพูดอะไร ใช้สื่อสารทางภาษาแทน มีหนุ่มคนนึงบอกว่าชอบสไลด์รูปเรา อืม เราก็ชอบเค้านะ แต่มันคงไปไม่ได้สักเท่าไหร่หรอก เคยเห็นท้องฟ้าที่แจ่มใส แล้วอยู่ดีๆก็มีเมฆดำลอยมาบังมั้ย นั่นแหละ ถ้ามีลมพัดให้กลุ่มเมฆลอยหายไป ฟ้าก็จะกลับมาสดใสเหมือนเดิม แต่ถ้าลมไม่พัด สักพักฝนจะตก เหมือนใจเราตอนนี้มั้ง ฝนตกในใจไม่ยอมหยุด มีเรื่องนึงด้วยที่เรากลัว กลัวรับไม่ได้ เราได้ข่าวว่าเพื่อนสนิทเรากำลังจะได้งานที่ใหม่ จะลาออก ไม่รู้จะทำยังไง มันไม่ใช่แค่ “เฮ้ย เพื่อนลาออก” แล้วก็จบ แต่..เรานึกถึงประโยคนึงไม่รู้จากเพลงรึจากอะไร ที่เค้าพูดว่า จากนี้จะอยู่อย่างไร เพราะไม่มีใครเข้าใจได้เหมือนเธอ.... อยู่ท่ามกลางคนมากมาย แต่ไม่มีใครสื่อสารได้สักคน ก็เหมือนโดดเดี่ยว ท่ามกลางคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครอยู่เพื่อจะรับฟัง เราเองก็พยายามหาทางย้ายเหมือนกัน ช่วงนี้ ก็ทำบุญบ่อยขึ้น ไปใส่บาตรเช้าบ่อยขึ้น ได้แต่ขออำนาจบุญช่วยดลให้พ้นจากเจ้ากรรมนายเวรที่ทำงาน ขอให้เค้าสำเร็จในบุญที่เราแผ่เมตตาให้ เพื่อจะได้ยุติกันในเร็ววัน

.... สำหรับความรัก.. ตอนนี้คนนั้นเค้าคงไม่ติดตามเราแล้ว ไม่มีเรื่องแปลกใหม่ให้เค้าต้องสนใจดูชีวิตเราอีก เค้าคงหัวเราะอยู่ ที่ทำให้เราอ่อนไหวได้ ....

Comments

]]>
Tue, 13 Oct 2009 13:06:46 +0700
วันที่เพิ่งผ่านไป.... http://noop.nireblog.com/post/2009/10/06/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b http://noop.nireblog.com/post/2009/10/06/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b ....ช่วงสองอาทิตย์นี้ได้ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด ก็มีความสุขมากเลย สุขตั้งแต่เลือกซื้อของแระ เพราะเราเป็นคนนึงอ่ะที่ไม่ค่อยซื้อถังสำเร็จ ชอบไปเลือกของเอาทีละอย่างมากกว่าว่าอยากจะถวายอะไรบ้าง ส่วนมากเราก็ซื้อของใช้จำเป็นสำหรับพระและก็สำหรับทางวัดได้ใช้ ก็ไม่ได้ซื้ออะไรแพงหรอกนะ ครั้งนึงก็สองถึงห้าร้อยบาท อย่างถ้าอะไรที่เป็นทองเหลืองอย่างเชิงเทียน แจกันอะไรเงี้ยก็ถึงจะแพงหน่อย เราพยายามจะทำบุญให้บ่อยๆอ่ะ เพราะใส่บาตรเช้าเราไม่ค่อยได้ทำ สวดมนต์ก็ไม่ประจำเหมือนเมื่อก่อนเท่าไหร่ เลยใช้ทำทานบ้าง ทำบุญบ้าง สลับๆไป เนี่ยล่าสุดสำนักวิปัสสนาที่เราไปบวชอ่ะ เค้าก็ส่งจดหมายมาว่าจะทอดกฐิน เด๋วพรุ่งนี้จะไปโอนตังค์

....เออ ที่เคยบอกไว้ว่าเราไม่ต้องไปทำงาน ตจว แล้วอ่ะนะ กลับกลายเป็นว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองเราไปออฟฟิศตามปกติ ไปถึงเจอคำสั่งตะลึงงันมากเลยว่า คือไปเปิดเมลข้อมูลที่บริษัทส่งมาให้เราอ่ะ เจอคำสั่งว่าให้เราไปทำงานที่เดิม (ชลบุรี) ทุกวันอาทิตย์เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.เป็นต้นไป จบข่าว บ้ามากก เห็นแล้วอยากจะทรุด เหมือนมันรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาทันทีเลยอ่ะ เพราะงานที่นั่นเลิกค่ำ มันไม่มีใครไปได้มั้ง เค้าคงเห็นเรายังไม่มีครอบครัวต้องดูแล เลยส่งๆไป เอ๊ย อิอิ เลยส่งไป รึไม่คิดอีกทีอย่างบางคนอาจต้องโดนไปสาขาที่ไกลกว่าอย่างระยองเงี้ย โห..แค่คิดก็ต้องรีบเลิกคิดเลย กลัว...

.....เมื่อเร็วๆนี้เป็นวันเกิดเรา นอกจากแม่ พี่เรา เพื่อนเราอวยพรให้แล้ว จำได้มั้ย เพื่อนเราที่เป็นตำรวจคนนึงอ่ะที่เคยเล่าให้ฟังที่เราเคยขออโหสิเค้า ตอนแรกเค้าให้ แล้วบอกว่าถ้าผมไม่ให้ล่ะ เนี่ยไม่รู้พูดขนาดนี้จะนึกกันออกรึเปล่า อิอิ จะบอกว่าเราก็ไม่ได้ติดต่อเค้าอีกเลย นานหลายเดือน จนกระทั่งเมื่อคืนก่อนวันเกิดเราประมาณครึ่งชั่วโมง นับจากว่าจะถึงเที่ยงคืนวันรุ่งขึ้นที่เป็นวันเกิดเราน่ะนะ เพื่อนคนนี้ก็โทรมาอวยพร จะบอกว่าเราดีใจมากเลยนะ เพราคิดว่าเค้าคงลืมเราไปแล้ว เราเองก็ไม่โทรอีกเลยนับตั้งแต่เค้าแต่งงานไป อ่อ ไม่ได้แต่งงานสิเค้าบอกว่าผมจดทะเบียน ความจริงเค้าพูดประโยคนึงว่า "คนมันไม่ใช่คู่กันมั้ง เลยไม่มีงานแต่ง" ฟังแล้วสงสารนะ เราว่าเราเจอต้นข้าวนี่ทรมานใจเยอะแล้ว แต่ของเค้าอาจจะทุกข์นานกว่าเรา นั่นแหละ เราก็ด้วยความที่ว่าป้องกันบาปทุกรูปแบบสุดชีวิต เลยไม่ติดต่อกับคนมีครอบครัวแล้วทุกชนิด ทั้งๆที่สนิทมากนะ ชอบคุยกัน เรียกว่าไม่เคยต่ำกว่าครั้งละสองชั่วโมง ถ้าไม่มีเหตุให้วางสายไปซะก่อนนะ ก็อย่างเมื่อคืนนั้นก็สองชั่วโมง คือกว่าจะวางกันไปก็ตีหนึ่ง และวันรุ่งขึ้นเราต้องไปทำงานเช้า และเค้าก็ต้องไปเข้าเวรสองโมง สบายเลย ตาจะปิด... อิอิ เอออีกอย่าง วันนั้นที่เราบอกว่าเราพิมพ์ๆอยู่เน็ทหลุด ข้อความหายหมดแล้วเราบอกว่าบล็อกไม่มีเซฟ ความจริงมันมี เราเห็นแระ อิอิ แต่ไม่ค่อยได้ใช้มันอ่ะ

Comments

]]>
Tue, 06 Oct 2009 22:14:08 +0700
พูดเรื่องเพลง.... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/30/azaaaeaaaaaaeazaya http://noop.nireblog.com/post/2009/09/30/azaaaeaaaaaaeazaya ....ได้ยินเพลง “ชอบเป็นของเธอ” ที่เปิดในบล็อกเนี่ยเต็มเพลงครั้งแรกก็จากเว็บเพลงออนไลน์เว็บนึง คือคลิกเข้าไปมันก็เป็นเพลงนี้เลย เออ ฟังๆดูก็เพลินดี มันล่องลอยดี ความจริงเราก็ไม่ได้เกลียดอะไรวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี นี่หรอกนะ ออกจะขำด้วยซ้ำไปเวลาที่เค้าพยายามจะทำภาพให้มันออกมาsexy อ่ะ คือขำที่ว่ามันดูตั้งใจมากไปอ่ะนะ เลยเหมือนsexyแบบใช้ความพยายาม แต่เราไม่ได้แอนตี้อะไรเพลงของน้องเค้าหรอก บางทีฟังแล้วก็เพราะดี มันงุ้งงิ้ง ๆอยู่ในหู เหมาะจะเปิดกล่อมนอน เลยเอามาลงในบล็อก เผื่อใครจะมาฟังตอนดึก
.....อีกเพลงที่เราชอบตอนนี้ก็ “สแตนบายที่อ้ายฮัก” ของไหมไทย ใจตะวัน ก็แน่นอนแหละ ได้ฟังเพราะเปิดไปเจอคอนเสิร์ทในที.วี. ก็รายการเดียวกับที่เราเห็นน้องปิงนั่นแหละ เป็นเพลงที่แดนซ์กันสนุกมาก ท่าก็สวย เท่ น่าเต้นตามมากเลยนะ ขอบอกว่าคนที่ครีเอทท่าเต้นนี่ได้ใจเราจริงๆ คือมันเป็นท่าที่ส่งให้คนเต้นพลอยดูเท่ ดูเก๋ไปด้วยอ่ะ เราถึงประทับใจน้องปิงไงวันนั้น ไว้เด๋วจะเอาเพลงนี้ขึ้นบล็อก จังหวะเค้าสนุกจริงๆนะ เนื้อเพลงก็โดนใจ อยากมีคนที่สแตนบายรอเรามั่ง ไม่เอาชาติหน้านะ เอาชาตินี้

Comments

]]>
Wed, 30 Sep 2009 23:18:51 +0700
กับดัก..ตัวเอง http://noop.nireblog.com/post/2009/09/28/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87 http://noop.nireblog.com/post/2009/09/28/%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87 .......... อยากจะบ้าตาย พิมพ์เรื่องเสร็จเรียบร้อย แบบทุกตัวอักษรกลั่นจากใจได้ฟีลมากๆเลยด้วย พอพิมพ์เสร็จก็กดอัพเรื่องขึ้นเว็บ แมร่ง...เน็ทเจือกหลุด หมดแรงเลย.. นั่งพิมพ์เป็นชั่วโมงเจือกไม่เป็นไร ดันมาเป็นเอาตอนกดส่งซะงั้น แล้วพอเน็ทconnect ได้อีกที ข้อความที่พิมพ์ไว้มันก็หายเกลี้ยงไม่เหลือ เพราะบล็อกมันไม่มีsave draft โฮ้ยยยย เหนื่อยสองเท่าอีกกรู

......เนี่ยก็เป็นอีกเรื่องนึงที่เราอยากจะบอกว่า ไม่รู้มันเป็นไงช่วงนี้ เราวุ่นวายใจมาก ไม่เคยนิ่งได้เลย เอาแต่วนเวียนอยู่กับความคิดของตัวเอง ทั้งอยากเรียนต่อ อยากเปลี่ยนงาน อยากย้ายบ้าน อยากมีแฟน อยากๆๆๆ จนไม่รู้จะสกัดจุดความคิดตัวเองได้ยังไง มีพี่คนนึงเค้าออกไปทำงานที่อื่นก็นานแล้ว ล่าสุดเค้าโทรมาคุย เลยได้รู้ว่าเค้าก้าวหน้าไปไกลมากๆ ตัวเค้าเองก็ยังคิดไม่ถึงเลยว่าจะประสบความสำเร็จเร็วอย่างนี้ ตอนที่ได้ยินก็แสดงความยินดีกับเค้าไปตามมารยาท แต่ก็อดจะคิดไม่ได้ว่า แล้วตัวกรูล่ะ? ตอนนี้มีอะไรบ้าง เรียนก็ยังไม่ได้เรียน งานก็ต้องทนทำไป บ้านก็... เฮ้อ เซ็งโคตร ยิ่งมาคิดเรื่องแฟน ยิ่งอยากจะไปตายไวๆ เบื่อหน่ายโชคลาภวาสนาตัวเอง ทำไมมันมืดมนจังวะ..

......มีอีกเรื่องที่เราพลาดไป ไม่รู้ใครจะคิดยังไง แต่สำหรับเราคิดว่าพลาดนะ คือเมื่อสองวันนี้เพื่อนสนิทเราคนนึง เค้ามีเรื่องกลุ้มใจ เป็นเรื่องส่วนตัวอ่ะ เค้าก็มาเล่าให้เราฟัง เราเองช่วงนี้ก็..อ่ะนะ สภาพจิตไม่ค่อยสมประกอบเท่าไหร่ แต่ก็รับฟังเพื่อน ฟังแล้วเราก็เจือกคิดขึ้นมาตอนนั้นว่า เราก็อยากเล่ามั่งอ่ะ แต่เรื่องที่เราจะเล่ามันเป็นความลับเกี่ยวกับงานของเราอย่างนึง ที่เราเก็บมาตลอดหลายปี ไม่เคยบอกใครที่ออฟฟิศเลย แม้แต่เพื่อนสนิทเนี่ย และเราก็คิดว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้จนกระทั่งวันที่เราออกจากที่ทำงานนี้ไปเลยอ่ะ แต่ในอารมณ์ของคนฟุ้งซ่านที่เรานั่งอยู่กับเพื่อนตอนนั้น เราคิดได้แค่ว่า อย่าเก็บไว้เลย เครียดก็เล่าให้เพื่อนฟังเหอะ ทีเพื่อนยังกล้าเล่าเรื่องส่วนตัวให้เราฟังเลย นั่นแหละ เราก็เลยพูดกับเพื่อนไป

......แต่สิ่งที่เรารู้สึกหลังจากนั้นคือ เสียดาย ไม่น่าพูดออกไปเลย เพราะความเครียดที่เรามี ถ้าทนอีกนิดเดียว เดี๋ยวมันก็จะหายไปเอง เพราะหลักธรรมะบอกว่า ความทุกข์ความสุขไม่มีอะไรแน่นอน มันมาได้ก็ไปได้ แต่...เราก็อดทนไม่พอ ดันพูดออกไป ความจริงเรื่องมันก็ไม่ได้ร้ายแรงเสียหาย แต่พอดีมันเป็นอะไรที่แสดงถึงตัวตนของเราชัดเลยอ่ะ มันพูดถึงสิ่งที่เราคิดว่าเราภาคภูมิใจและจะเก็บเอาไว้ แต่พอดีมันก็เป็นส่วนนึงที่เกี่ยวพันกับความอยากต่างๆที่เราต้องไปให้ถึงจุดนั้น เรียกว่าพูดไปแล้ว ก็...ไม่พูดซะจะดีกว่า เรามาคิดหลังจากนั้นนะ

......ที่เค้าว่ากันว่า เวลาคนเราจิตใจไม่สงบ วุ่นวาย ฟุ้งซ่าน ช่วงเวลานั้นเรามักจะพูดหรือแสดงอะไรที่ไม่ควรออกมา เพราะคอนโทรลตัวเองไม่ได้ สติหลุดกระเจิงไป นั่นแหละ เราเป็นอย่างนั้นเลย หลังจากนั้นก็เหมือนกับสร้างเรื่องลำบากใจให้ตัวเองเพิ่มอีก เพราะเพื่อนมันก็รู้เรื่องของเราแล้ว เฮ้อ...ไม่น่าเลยกรู

Comments

]]>
Mon, 28 Sep 2009 22:34:51 +0700
เพราะเหงาหรือไม่ใช่.... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/27/aeazaaaaeaaaaaaaaaaafasa http://noop.nireblog.com/post/2009/09/27/aeazaaaaeaaaaaaaaaaafasa .....ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องงานเท่าไหร่  เพราะตอนนี้กลับมาลงเสาเอกที่กรุงเทพฯแล้ว  ไม่ต้องตะลอนขับรถไป ตจว.เหมือนเมื่อก่อน   แต่ก็อดคิดถึงลูกค้าต่างจังหวัดไม่ได้นะ  เพราะเค้าก็น่ารักดีเหมือนเป็นญาติประมาณนี้เลย  ก็รู้สึกดีๆกับเค้า   ตอนนี้ทำอยู่เฉพาะในกรุงเทพฯเหนื่อยกายน้อยหน่อยไม่ต้องเดินทาง  แต่งานก็เข้มขึ้น  มีปัญหาบ้างในชิ้นงานที่ทำไป  ก็แก้ไขไปเท่าที่จะทำได้

.....สะตุ้งสะตางก็ยังใช้ดีเหมือนเดิม  หมดไปกับน้ำหอมที่ผ่านมาไม่ได้เล่าให้ฟังซื้อ Estee Pure White Linen Light Breeze ไซส์ 100 ml. หมดไปแระ   ก็ต่อด้วย Paul Smith กลิ่น Rose ตัวเดิม พอดีเจอร้านขายถูก 100 ml.ปกติประมาณ 3,700 บาท  เราซื้อได้ 1,800 บาทอ่ะ  พอๆกับในเว็บไซต์เลย  แต่ตอนนี้ก็ใกล้จะหมดอีกแระ  อ้อ ลืมบอก Estee ซื้อมา 2,600  แต่ใช้คุ้มมาก  เป็นเดือนๆ  กลิ่นติดทน  เนี่ย  ตอนนี้น้ำหอมเริ่มจะหมด  ก็เล็งๆอยู่ว่าจะซื้ออะไรดี  เป็นพันอีกแล้วกรู...

....ว่าจะเขียนถึงเรื่องความรักครั้งใหม่ล่าสุด  อิอิ  บ่อยนะว่ามั้ย  เหมือนมีมาบ่อยๆ  แต่อย่างว่าคุยไปๆ  แต่มันยังไม่ลงตัวเลยนะ   จนมาวันนึง  เราดูรายการคอนเสิร์ทลูกทุ่งททบ.5  วันนั้นไหมไทย  ใจตะวันมาเล่น  เราก็นั่งดู  ไปสะดุดสายตาที่แดนเซอร์ชายคนนึง  แค่เห็นหน้านิดเดียว  มันมีความรู้สึกทันทีว่า เฮ้ย ชอบอ่ะ  เราก็มองดูเค้าเต้น เออ..มันมีเสน่ห์  แบบชวนมอง ยังไงไม่รู้  คือเราเห็นเลยว่าตัวเราแทบไม่ได้ดูไหมไทยเลยอ่ะ  อิอิ เพ่งไปที่แดนเซอร์คนนี้คนเดียว   โอ้ว  ชอบมากๆเลย

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....ตอนแรกแปลกใจตัวเองเหมือนกัน  เพราะสเปคเราที่ผ่านมา99.99 มันต้องแมนๆเท่านั้นอ่ะ  แต่ทำไมคราวนี้ดันมาตกหลุมแดนเซอร์วะ  ทั้งๆที่เราก็พอจะเดาออกหรอกนะว่าหนุ่มๆอาชีพนี้ 99.99 เช่นเดียวกันต้องเป็นเกย์   แต่เหมือนไม่คิดไรมากไง  เพราะคิดว่าตัวเองแค่ประทับใจหน้าตาการแสดงประมาณนั้น   แต่พอผ่านๆหลายวันไป  เฮ้ย เหมือนใจมันไม่ยอม  มันอยากจะหาข้อมูลต่อไปอีกว่าแดนเซอร์คนนี้เป็นใคร   แน่นอน  เราทำตามใจไม่ยากเลย

....เสิร์ชกูเกิลคำว่า "แดนเซอร์ครูเทียม"  คือเราเดาเอาอ่ะว่าคนนี้น่าจะอยู่คณะของครูเทียมที่สอนให้แดนเซอร์แกรมมี่  ก็นั่งเสิร์ชไป  วันแรกๆไม่เจออะไรที่จะสาวไปถึงตัวเค้าได้  อิอิ  นั่นมันผู้ต้องหาแล้ว   คือวันแรกๆไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  ก็ยังไม่เบื่อนะ  ลองดูอีกสองสามวันหลังจากวัน  จนมาเมื่อวาน  เชื่อป่ะว่า เราเสิร์ชคำเดิม  แล้วเข้าไปคลิกดูเรื่อยๆ  จนไปเจอHi5 น้องคนนึง  ด้วยมันมีคำว่าเบอร์โทรติดต่อทีมงานแดนเซอร์ครูเทียม  เราก็ลองเข้าไปดู   ปรากฎแว่บแรกเห็นHi5   ผิดหวังว่ะ  มันแค่ของเด็กผู้ชายวัยรุ่นคนนึงเท่านั้นเอง  แต่ในเมื่อเข้ามาแล้ว เออ  ลองดูรูปเพื่อนๆของมันซะหน่อย   มองไปมองมา  เจอรูปเล็กๆของผู้ชายกลุ่มนึงถ่ายรวมกัน  เหมือนคุ้นๆนะ   เราเลยยื่นหน้าไปดูใกล้ๆจออีกนิดนึง   เฮ้ย!! ตกใจ  นั้นไง แดนเซอร์คนนั้น  อยู่ในรูปนี้ด้วย   โอว..พ่อเจ้าแม่เจ้า  ดีใจชิบหา....  รีบคลิกเข้าไปทันที

.....สวรรค์บันดาลจริงๆ  มันเป็นHi5 ของเค้าเลยหล่ะ นึกภาพสิว่าคนกำลังตื่นเต้นดีใจ  จะได้เห็นProfile รูปภาพ และอะไรต่อมิอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวของคนที่เราชอบอ่ะมันจะดีใจขนาดไหน  ก็เห็นชื่อเค้า  วันเกิดเค้า  เห็นเพื่อนๆเค้า   เห็นรูปในอิริยาบถต่างๆ  โคตรหน้าตาดีเลย  เราคิด  แต่เอ..ทำไมรูปเค้ากับเพื่อนผู้ชายคนนึงถึงได้ถ่ายแนบชิดกันจังวะ   ก็ลองเข้าไปดูรูปที่อัลบั้มเค้ากับเพื่อนคนนั้น  อื้อหือ  กรูว่าแล้ว  เกย์ เค้าเป็นคู่เกย์กัน  เชื่อป่ะว่า  ผู้หญิงที่ชอบแต่แมนๆอย่างเรา  ก็อดใจหายไม่ได้เหมือนกันตอนเห็นเค้าถ่ายรูปแบบแสดงความรักแนบชิดกันขนาดนั้น    นี่กรูบ้ารึเปล่าวะ  อิจฉา น้อยใจเกย์  มันเป็นไปได้ยังไง?!?

.....คืนนั้น เศร้าไปเลย  ยิ่งได้อ่านข้อความที่เค้าบอกรักกันหลายข้อความ ยิ่งแห้งเหี่ยวใจ  สวรรค์มีตา  แต่ทำไมไม่มีมือหยิบจับอะไรให้มันถูกขั้ววะ  อิอิ   เฮ้ยเราเสียใจจริงๆนะ  ก็มีน้องวิศวะคนเดิมแหละที่มันเข้ามาให้โอวาทเราตอนดึกว่า  "โรคจิตว่ะ ชอบเกย์"   วันนี้..เราสรุปตัวเอง  คิดว่ามันคงไม่ถึงกับความรัก  มันแค่เราเจอคนแบบที่เราชอบ  จะว่าไปหน้าตาเค้ามีส่วนคล้ายต้นข้าวนะ  เราลองเอารูปมาเทียบดูแล้ว   อาจจะเป็นไปได้ที่ทำให้เราผิดหวังน้อยใจ   มันคงไม่ใช่ความรักจริงจัง   ทุกอย่างเราอยากจะโทษความเหงาที่พาเราไปไกลจากจุดเดิมๆที่เคยอยู่   อืม..วันนี้ก็ยังชอบเค้าอยู่นะ  น้องPing  ทำไมหน้าตามันได้ Feel เรามากๆเลยวะเนี่ย  กรรมจริงๆ  อกหักเพราะรักเกย์   เนี่ย ถ้าอยากเห็นน้องเค้าว่าหล่อปานใด  ก็คลิกดูเลย  ทำLink ไว้ให้ข้างล่างแล้ว   แต่ห้ามมาชอบเหมือนเรานะ   เอาปังปอนไป  แต่อย่ามาเอาน้องปิง  หวงโว๊ยยย   อิอิ

http://radiobuu.hi5.com/friend/p321519205--ping123_pingpong--html

Comments

]]>
Sun, 27 Sep 2009 18:37:51 +0700
ชอบมากๆ....... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/19/asaasaaaa http://noop.nireblog.com/post/2009/09/19/asaasaaaa upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....อยากมีบ้านสักหลังนึง เห็นรูปบ้านหลังนี้แล้วชอบมาก ความจริงเคยชอบรูปบ้านมาเยอะนะนับไม่ถ้วนหรอก แต่หลังนี้ล่าสุดที่เห็นแล้วประทับใจ ดูน่าอยู่ดี เหมือนว่าถ้านั่งอ่านหนังสืออยู่กับบ้านก็คงมีความสุขมาก แถมดูรอบๆแล้วก็ไม่มีสนามบอลให้รำคาญใจ คงมีแต่เสียงนกร้องจิ๊บๆ เสียงลมพัด และกลิ่นหอมของดอกไม้ที่อยู่รอบๆ ชอบมากเลย...

Comments

]]>
Sat, 19 Sep 2009 20:24:48 +0700
เป็นบ้าอะไรเนี่ย.... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2 http://noop.nireblog.com/post/2009/09/19/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2 ....เมื่อคืนเราฝันไม่ค่อยดี ฝันว่ารถหาย โดนขโมย จอดไว้ในบ้านแท้ๆ ฝันว่าขโมยมันตัดกุญแจรั้วเข้ามา แล้วก็เอารถเราไป ในฝันนะเราท้อแท้ สิ้นหวังเอามากๆ หมดอาลัยตายอยาก เพราะมันรู้สึกเหมือนเอาเรื่องชีวิตจริงไปปนด้วยยังไงบอกไม่ถูก คือช่วงที่เราไม่ได้มาอัพบล็อก ปรากฎมีเรื่องเกิดในชีวิตเราอีกแล้ว บ้ามากๆ เริ่มตั้งแต่เรื่องบอลที่ทำให้เรานอนดึกแทบทุกคืน จนกระทั่งเราป่วย แบบว่าหมดแรง ท้องเสีย กินไรก็ไม่ได้ ลุกไปทำงานไม่ไหว ตัวก็ร้อน แต่หนาวนะ รู้สึกหนาว คืนที่ป่วยก็มีเรื่องไม่เข้าใจกับแม่อีก (พูดแค่นี้คงไม่บาปนะ) ร้องไห้เสียใจ แถมเพื่อนที่เคยคุยๆกันอยู่ ที่เราคิดว่าน่าจะเป็นความหวังแทนต้นข้าวได้ อยู่ดีๆก็มาตัดสัมพันธ์แบบไม่มีคำอธิบายใดๆ เจ็บปวด... เราเครียดมาก ถึงร่างกายจะดีขึ้นจากอาการป่วยบ้างแล้ว แต่ก็ยังกินไรไม่ลงอยู่ดี เหมือนกำลังใจแห้งหายไปหมด เชื่อมั้ย น้ำหนักเราลด ผอมลงแบบโทรมไปเลย วันที่นอนป่วยไม่ได้ไปทำงาน เราก็นึกแต่ประชดตัวเองนะ ให้มันตายไปเลย ทำไมเกิดมาซวยอย่างนี้วะ สารพัดจะคิดแง่ลบ ไม่มีกะใจจะโทรหาใคร ไม่เหลืออะไรให้หวังแล้ว จนมีคนนึงที่โทรเข้ามา... ใครรู้มั้ย? หนุ่มน้อยแขนเป็นฟอไงล่ะ เค้าโทรมาหาเรา พอรู้ว่าไม่สบายก็โทรมาถามบ่อยเลย บอกว่าเป็นห่วงนะ กินยารึยัง มันทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้น อยากจะหายเร็วๆจริงๆ

......แต่กรรมเรายังไม่หมดแค่นั้น วันที่เราไปทำงาน ก็ยังซีดๆอยู่นะร่างกาย เราก็โมโหหัวหน้าเราด้วย เกลียดคำพูด แต่ก็ยังพอห้ามความรู้สึกไม่ด่าสวนไปได้ วันนั้นเราได้ดูเว็บแม่ชีทศพร เกี่ยวกับกรรมต่างๆ มีกรรมเรื่องบิดามารดาด้วย ดูไปร้องไห้ไป เพราะมันซึ้งใจจริงๆ พอ เรากลกลับมาบ้าน เราก็มาขอโทษแม่ จากเหตุที่ทะเลาะมันเป็นเรื่องของมุมมองต่างกัน แต่เราก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายเข้าไปขอโทษแม่ ความจริงยังมีเรื่องที่เพื่อนไม่ยอมพูดกับเราด้วยคนนึง ทั้งๆที่บอกว่าจะโทรหาเรา เห็นเรามีความเครียดอยู่ แต่ก็ปล่อยให้เรารอ สุดท้ายกลายเป็นงง เหมือนเลย เหมือนคนตัวแทนต้นข้าวคนนั้นเลย ทำเหมือนกัน ก็เสียใจนะ มันอายที่จะพูดถึงความรู้สึกตอนที่เราโทรไป แล้วเค้าไม่ยอมรับสาย ตัดสายทิ้งด้วย อืม เราหยุดโทร ใช่ ยังไงก็ต้องหยุด เราก็ทำเหมือนคนทั่วไปที่เค้าทำกันนั่นแหละ จนวันนี้เราก็ยังไม่เคยได้เหตุผลจากคนสองคนนั้น เราคงมีกรรมมากจริงๆ วันนี้พอฝันไม่ดีอีก เลยไปทำบุญ ทำสังฆทาน กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปเลยดีกว่า

..... เออ จากที่ฝัน พอวันนี้เราขับรถไปจอดไหน เราก็ล็อคพวงมาลัยทุกครั้งเลย หลังจากที่พึ่งสัญญาณกันขโมยอย่างเดียวมานาน ตอนแรกว่าจะหาล็อคเกียร์มาเพิ่มอีก แต่ลองเสิร์ชหาข้อมูลคร่าวๆ มีคนที่ติดไปแล้วมาบ่นเยอะเหมือนกันว่าเกะกะ ไม่สะดวก และมันต้องติดตายตัวไปอย่างนั้นด้วย ก็เลยยังอ่ะ จริงสิ เรื่องดีๆก็เริ่มมีเข้ามาแล้ว คือเมื่อคืนนี้ เพื่อนซูดานที่ว่าจะส่ง Earmub ให้เราแล้วเงียบหายไป ปรากฎเมื่อคืนออนเอ็มบอกเราว่าฝากเพื่อนเค้าส่งให้เราแล้ว ได้รับรึยัง แต่เอ็มมันก็แปลกมาก พอเราส่งข้อความกลับไปเหมือนเค้าไม่ได้รับแฮะ เราเลยส่งเมลไปใหม่เมื่อเช้านี้ ไม่รู้เป็นไงมั่ง

.....ก่อนที่เราจะป่วย เรามีอาการหงุดหงิด อารมณ์บ้าบอ ทั้งเหงาทั้งกลัวโน่นนี่ อะไรไม่รู้สารพัด จนน้องวิศวะมันถามเราว่า เป็นวันนั้นของเดือนรึเปล่าเนี่ย ผมรู้สึกเหมือนพี่สับสนไม่เป็นตัวเองเลย เราก็ตอบว่าเปล่า ไม่ได้เป็นวันนั้นของเดือน แต่หลังจากนั้นอีกสองสามวัน เออ..เป็นจริงๆแฮะ น้องมันทายถูกจริงๆ ก็คงพอๆกันมั้ง เพราะวันนี้เค้าออนเอ็มขึ้นมา เราก็ถามว่ากินกาแฟรึยัง น้องบอกแม่นมากเลยพี่ ตอนนี้ผมนั่งอยู่สตาร์บั๊ค พอดีเลย อืม เป็นหมอดูทั้งพี่ทั้งน้อง อิอิ....

Comments

]]>
Sat, 19 Sep 2009 19:53:07 +0700
ขอกราบอโหสิกรรม.... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/14/aaaaaasaaaaaaaaa http://noop.nireblog.com/post/2009/09/14/aaaaaasaaaaaaaaa ....เมื่อเช้าขับรถถึงออฟฟิศเร็วมาก มีเวลาเหลือเลยเอาหนังสือสวดมนต์มานั่งสวดไปเรื่อยๆ พอถึงตอนนั่งสมาธิ หลับตาส่งจิตถึงเจ้ากรรมนายเวรอยู่ๆเราก็คิดถึงสิ่งนึงขึ้นมาได้ เรื่องบล็อกของเรา ที่เราเคยพูดถึงพ่อกับแม่ไว้ในนี้นั่นเองแหละ ไม่ว่าจะพูดถึงอย่างไรรูปแบบใดก็แล้วแต่ อยู่ดีๆเหมือนจิตข้างในมันบอกเราขึ้นมาว่า นี่แหละคือบาป ควรไปลบออกซะ จะว่าเราคิดมากก็แล้วแต่นะ เพราะถ้าพูดถึงว่ามันเป็นการเขียนไดอารี่อย่างนึง การเล่าถึงครอบครัวความเป็นอยู่ก็ไม่น่าจะถึงกับผิดบาปอะไร แต่เราสงสัยที่อยู่ๆความคิดนี้มันก็แว่บขึ้นมา แล้วเราก็เชื่อทันทีเลยด้วย เลยเป็นที่มาว่าเราลบบางช่วงบางตอนที่เราเขียนถึงพ่อกับแม่เราออกไป อาจจะไม่ทั้งหมด เพราะเราก็จำไม่ค่อยได้ว่าอยู่เรื่องไหนบ้าง แต่ลบเท่าที่จำได้ก่อนละกัน

...หากสิ่งที่ลูกกระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กระทำให้เสื่อมเสียถึงคุณพ่อคุณแม่ วันนี้ลูกกราบขอขมา และขอกราบอโหสิกรรมต่อคุณพ่อคุณแม่ ขอให้ท่านทั้งสองได้โปรดอโหสิกรรมแก่ลูกด้วย และขอให้ท่านอายุมั่นขวัญยืน มีสุขภาพกายสุขภาพใจแข็งแรงสมบูรณ์ตลอดไปเทอญ...

Comments

]]>
Mon, 14 Sep 2009 09:08:16 +0700
แมร่ง (ต่อ)..... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/13/aaaaa-aaa http://noop.nireblog.com/post/2009/09/13/aaaaa-aaa ....เรานึกถึงวิธีที่เราพยายามทำ เราหาใครสักคนมานานมาก หลังจากเลิกกับแฟนไป สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรน่ะเหรอ ฮึ!! ทุเรศชิบหา... ชีวิต คนที่คุยกับเราได้เข้าใจ มีหลักการดำเนินชีวิตคล้ายๆกัน แบบที่เรียกว่าถ้าคบกันก็แทบไม่ต้องปรับจูนอะไรกันมากเลย แต่ไอ้คนๆนั้นก็มักจะต้องมีเจ้าของแล้ว มีแฟน มีคนคบอยู่ สิ่งที่เราต้องทำนับครั้งไม่ถ้วนแล้วก็คือ ตัดใจ ยุติการพูดคุย และเลิกคบเลิกติดต่อ เพราะเรากลัวกรรมมาก เราถือเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ผลที่เกิดกับสภาพจิตเราก็คือ โคตรทรมาน เพราะมันหมายถึง เราขาดเพื่อนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ต้องกลับมาอยู่กับตัวเอง พูดกับตัวเอง ใช่ พูดคนเดียวไง เพราะไม่มีใครจริงๆ

....ส่วนผู้ชายที่โสดชิบหา... โสดสุดๆ แม่งแรกๆก็ดี หลังๆนิสัยเลว แล้วเราจะคบต่อยังไง ก็ต้องตัด ต้องเลิกเหมือนเดิม เห็นรึยัง ชีวิตที่เหมือนจะมีคนเข้ามาให้เลือกเยอะ แต่แท้จริงแล้ว เข้ามาเพื่อให้ทรมาน อดทน อดกลั้น ตัดใจ เสียใจ ร้องไห้ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งวนเวียนอยู่อย่างนี้เกือบสิบปี เพื่อนๆเรามันก็มีครอบครัวกันไปหมดแล้ว และที่เราไม่อยากเล่าปรับทุกข์ให้ใครฟังเพราะสังคมที่เราอยู่มันมีแต่คนอยากเห็นความล้มเหลวของคนอื่นมากกว่าความสำเร็จ เพราะฉะนั้น เราจะเลี่ยงไม่เล่าไม่ปรับทุกข์ให้เพื่อนฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนที่ออฟฟิศ แม่งสุดๆอ่ะ เคยเห็นเคสคนอื่นมาแล้ว เล่าไปมีแต่ชีช้ำโดนหักหลัง เอามาโพทะนา

.......ผู้ชายที่เรารอเมลอยู่ เป็นหนึ่งในความหวัง จากที่เคยพูดคุย เหมือนทำทางมาดี แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นย่ำอดีตเดิมๆอีก คือเลิกคบแบบไม่มีการบอกกล่าวให้เข้าใจ เงียบหาย แบบปล่อยให้มรึงไปคิด ไปเดา เอาเอง เราร้องไห้นะ แต่ไม่ใช่มาร้องเพราะไอ่คนนี้คนเดียว แต่เราร้องเพราะความรู้สึกที่มันกดดันเรามาตลอดว่า "เราไม่มีทางเอาชนะกรรมได้" มันกระแทกหน้าเราเข้าเต็มๆ อีกครั้งแล้วสินะ มันสรุปได้แล้วใช่มั้ยว่า ทำตัวดี กลัวบาป พยายามฝึกทางธรรม มันไม่ได้ช่วยให้เราหลุดพ้นไปได้ น่าหัวเราะเยาะใช่มั้ย

......ที่ต้นข้าวให้เบอร์เรามา เราก็ไม่เคยโทร ความจริงอยากโทรมั้ยเหรอ อยากนะ เพราะอย่างน้อยต้นข้าวมันก็โสด คุยไปก็ไม่บาป ถามว่าความรักยังอยู่มั้ย ถ้าความรักหมายถึงการที่เราอยากเห็นคนที่เรารักมีความสุข ก็คิดว่าเรายังมีความรักนั้นอยู่นะ แต่ใจที่จะกลับไปคบอีกน่ะ มันไม่มีอีกแล้ว เพราะต้นข้าวไม่ใช่คนดี กลับไปก็เจ็บปวด และเราก็มีชีวิตของเรา ไม่มีใครมีอิทธิพลกับเราได้หรอก ถึงเราจะรักมากแค่ไหนก็ตาม

Comments

]]>
Sun, 13 Sep 2009 21:24:29 +0700
แมร่ง.... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/13/aaaaa http://noop.nireblog.com/post/2009/09/13/aaaaa ....เรารู้สึกเครียดมากเลย มีแต่เรื่องที่ต้องทำใจ อดกลั้นทุกอย่าง ที่เราบ่นๆเรื่องบ้าน ก็รู้นะ คงไม่มีใครรู้สึกอึดอัดไปกับเราด้วยหรอก เราเข้าใจ ถ้าบ่นเกินสองครั้งก็มีแต่จะทำให้คนฟังรำคาญ แต่การใช้ชีวิตเราทรมานมากนะ สภาพที่เราเจอต่อให้คำพูดไหนๆในหล้าโลกก็คงไม่สามารถทำให้คนอื่นรู้สึกเจ็บปวดจริงจังเหมือนมันเกิดขึ้นกับตัวเค้าได้หรอก ที่เราพูดว่า "อยากย้ายบ้าน" แต่ความหมายของมันจริงๆแล้วคือ "กรูอยากหนีไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!" เราได้แต่ออกไปข้างนอก ออกไปข้างนอก และออกไปข้างนอก จากที่เราเป็นคนชอบอยู่บ้าน ชอบอ่านหนังสือ ทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยๆ กลายเป็นคนที่ต้องหาทางอยู่บ้านให้น้อยที่สุด หนวกหูเหรอ มันไม่ใช่แค่หนวกหูแล้วก็จบ แต่มันกดดันซ้ำๆจนกลายเป็นความเครียดแล้ว เสียงที่ได้ยินตลอดวันหยุดคือ เสียงส้นตี...ของคนเป็นสิบกระแทกบอลเหมือนใครเอาเหี้...ไรสักอย่างหนักๆทึบๆตันๆอัดรั้วบ้านเราตลอดเวลา เสียงมันดังอย่างนั้นจริงๆ และเวลามันเล่นก็ไม่ใช่หุบปากเล่นนะ มันตะโกนแบบถ่อยสุดๆ ไม่มีเกรงใจใครหรอก เราไม่อยากอยู่แล้วที่นี่ เราเครียดมาก

....คงมีใครหลายคนเริ่มเบื่อบล็อกเราเพราะเราพูดเรื่องผู้ชายบ่อยมาก เราก็เบื่อนะ แต่ไม่ใช่เบื่อพูด แต่สิ่งที่เราเบื่อมันลึกไปกว่านั้น เพราะการที่เราหาคนๆนั้น มันไม่ใช่เพราะเราแรด แมร่ง อยากมีแต่ผัว เราคงไม่ทุเรศปานนั้นหรอกความคิดเรายังมี มันไม่มีเหี้ยไรหรอกที่เราจำเป็นต้องทำ ต้องหา เพราะเราก็มีความจำเป็น เพราะถ้าเราอยากไปให้พ้นจากที่นี่ไม่อยากเป็นโรคประสาทตาย มีทางเดียวคือเราต้องย้าย แต่เราไม่มีเงินพอ เข้าใจมั้ย ! เราไม่มีเงิน เราต้องหาคนที่ช่วยเราผ่อนได้ และถ้าคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ใครมันจะมาผ่อนกับเรา มันก็ต้องเป็นผู้ชายที่เป็นแฟนเราเท่านั้น จำได้มั้ย คดีที่ชาวสวนยางภาคใต้เอาปืนไปยิงรอง ผอ.โรงพยาบาลอะไรสักอย่างตายคาบ้าน เพราะไอ้บ้านของ รอง ผอ.นั่นมันกินเหล้าเสียงดังทุกวัน แล้วชาวสวนบ้านอยู่ใกล้กัน เค้าต้องนอนแต่หัวค่ำ เพราะต้องออกไปกรีดยางตอนตี2 ทุกวัน เค้าเคยไปขอร้องมันให้เบาๆหน่อย มันก็ไม่เคยเห็นใจ จนสุดท้าย กระสุนปืนเป็นยมฑูตจบชีวิตไอ้หมอเหี้...นั่น สมน้ำหน้าแม่ง.. เราไม่เห็นข่าวต่อจากนั้นว่าชาวสวนเป็นยังไง สงสารเค้ามาก สลดใจสำหรับคนที่กดดันให้ต้องตัดสินใจแบบนั้น บางที ถ้าเราเป็นญาติไอ้หมอโรงบาลนั่น เผลอๆเราอาจไม่เสียใจที่มันตายก็ได้ เพราะพูดถึงแล้วมันก็ยุติธรรมแบบดิบๆ สาแก่ใจดีนัก

Comments

]]>
Sun, 13 Sep 2009 20:57:14 +0700
สวดมนต์ดีกว่า.... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/12/aaaaaaaoeaauaaaa http://noop.nireblog.com/post/2009/09/12/aaaaaaaoeaauaaaa ....เมื่อกี้หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็เอาชุดขาวที่เคยใส่ตอนบวชน่ะ เอามาใส่แล้วก็ไปนั่งสวดมนต์ สวดไปเรื่อยๆ อยากให้ใจนิ่ง ก็รู้สึกดีขึ้นนะ บางวันกลับจากทำงานแล้วเซ็งเราก็ทำอย่างนี้แหละ สวดจากหนังสือเล่มเดิม บทเดิมๆ แล้วก็จบด้วยแผ่เมตตา นั่งสมาธิ เคยมีวันนึง บอลมันไม่มาเตะ โอว..เงียบสงบดีมาก เราก็นั่งสมาธิไปเรื่อยๆ มันเงียบ..เงียบ..เงียบมากก ตอนนั้นเราก็นึกคำที่จะสื่อสารขออโหสิกับเจ้ากรรมนายเวรตามที่อ่านมาจากน้องริชชี่อ่ะ โห.. ความเงียบนี่ช่วยได้จริงๆ เรานึกได้เป็นฉากๆๆเลย ว่าจะพูดอะไรบ้าง และมันก็มีสมาธิต่อเนื่องด้วย แต่ทันใดนั้นเอง ลม ลมมาจากไหนไม่รู้พัดเข้าหน้าต่างมากระแทกประตูห้องที่เราเปิดแง้มไว้อ่ะ ทีเดียวเลย ปั้ง!!! กระโจนสิครับ นึกว่าผีหลอก เพราะกำลังสื่อสารกับเจ้ากรรมนายเวรอยู่พอดี ขนลุกอ่ะ อิอิ เลิกนั่งเลย แต่วันนี้ก็นั่งได้ไม่นานเท่าที่ควร เพราะบอลเสียงดังมาก เนี่ย มันเพิ่งเลิกตอนสี่ทุ่มครึ่งนี่เอง ท่าน สก.ก็หายไปเลย ไม่แจ้งข่าวความคืบหน้าใดๆ สงสัยคงแก้ไม่ได้ อืมม ทางออกสุดท้ายที่เคยคิดไว้คงต้องทำจริงแล้ว คือหาบ้านใหม่ หาตังค์ผ่อน เฮ๊ออออ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

Comments

]]>
Sat, 12 Sep 2009 22:29:55 +0700
ทำไมมันเหงาอย่างนี้.... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/12/aaaaaaaaeaaaaacaaaaaua http://noop.nireblog.com/post/2009/09/12/aaaaaaaaeaaaaacaaaaaua ....เสาร์ อาทิตย์นี้ ไม่ต้องไปทำงาน ตอนเย็นวันศุกร์รู้สึกแฮ้ปปี้มากเลย แต่พอตื่นมาเช้าวันเสาร์จริงๆกลับแย่ คือความรู้สึกมันสลดหดหู่อ้างว้างไงบอกไม่ถูก ก็อุตส่าห์ร้องเพลงนะเวลาอาบน้ำ เผื่ออารมณ์จะดีขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยช่วยได้เท่าไหร่ ที่แปลกคือเราฝันถึงต้นข้าว ฝันว่าเค้าโทรศัพท์มาบอกเราว่ามากรุงเทพ อยู่แถวๆออฟฟิศเราอ่ะ แล้วสัญญาณขาดหายไป ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับต้นข้าวรึเปล่า แต่ที่แน่ๆเรารู้สึกเศร้า

....เช้านี้ลูกตาเราดีขึ้นมากเลย เลือดเหลือนิดเดียวตรงขอบๆตาดำ แล้วก็ไม่เคืองแล้วด้วย เราเปิดเน็ท เพราะไม่รู้จะทำอะไรตอนที่ใจมันโบ๋เบ๋อย่างนี้ เราหวังว่า เออ อย่างน้อยเพื่อนเราคนนึงน่าจะตอบเมลเรานะ เหมือนกับว่าถ้าได้อ่านเมลของเพื่อนบ้าง เราอาจจะลดความหงอยเหงาลงไป ประมาณนั้น แต่ก็อ่ะนะ... ถ้าเราคาดหวังอะไรสักอย่างในวันที่บรรยากาศไม่ค่อยดี ไอ่สิ่งที่คาดหวังมันก็มักจะไม่สมหวัง แล้วก็จริงๆแหละ กล่องจดหมายเราว่างเปล่า ตอนนั้นเราคิดว่าไงเหรอ จำได้มั้ยเราเคยเขียนไว้ในบล็อกว่า เวลาเราเจอเพื่อนดีๆสักคน มักจะต้องมีเหตุให้แยกจากกันโดยเร็วเสมอ น่านนแหละ เราคิดว่าคนนี้ก็คงเป็นอย่างนั้น

....เราออกไปหาข้าวกินตอนเย็น วันนี้ก็กินแกงเขียวหวานปลากระพงราดข้าว แล้วก็กินหอยทอดอีกจานนึง อิอิ อย่าทำหน้ากลัวเราอย่างนั้นสิ จานมันเล็กๆเองไม่เยอะหรอก เออ จะบอกว่าดอยคำเค้าทำน้ำมัลเบอรี่แบบ UHT กล่องๆ ขายใน 7-11 ด้วยนะ ตอนนี้กล่องละ 15 บาท เรากินมาหลายกล่องแระ ชอบมาก เค้าบอกว่าวิตามินเยอะด้วยนะ เรากินวันละสองกล่องอ่ะ อยากให้สายตามันดีๆ

....ตอนอยู่ในห้าง เราเดินไปดูชั้นที่ขายโลชั่นทาผิว ได้ยินมาว่ายี่ห้อเภสัชอ่ะ ถูกและดี ชื่อเภสัชสกินอะไรสักอย่าง ถ้าแบบทาหน้าก็แค่ 25 บาทเอง แต่เราจะไปดูแบบทาตัว พอเจอก็ก้มๆดู ว๊า มันไม่มีตัว TESTER ให้ลองอ่ะ พอดีน้องพริตตี้ของซิตร้าเค้ายืนอยู่ข้างๆ เค้าก็ชักชวนเราให้ลองซิตร้าดู เราก็บอกเค้าไปตรงๆแหละว่าจะมาลองยี่ห้อเภสัช แต่ก็อ่ะนะ งานของน้องเค้าคือสาธิตผลิตภัณฑ์ จากที่ตอนแรกเราว่าจะเดินกลับก็เลยเปลี่ยนใจยืนฟังน้องเค้าบรรยายสรุปโลชั่นซิตร้าทุกสูตร ถือว่าช่วยน้องเค้าได้ทำงานก็แล้วกัน อิอิ

Comments

]]>
Sat, 12 Sep 2009 20:04:40 +0700
เลือดซึมๆ..... http://noop.nireblog.com/post/2009/09/08/aeayaaaaaaa http://noop.nireblog.com/post/2009/09/08/aeayaaaaaaa .....อาทิตย์ที่ผ่านมาจนเมื่อวานนี้ รู้สึกว่าตัวเองจะนั่งเล่นเน็ทหน้าจอคอมพ์นานเกินไป คือวันๆนึงเล่นหลายชั่วโมงติดต่ออ่ะ ซึ่งก็ไม่ได้คิดไปเองจริงๆแหละ เพราะร่างกายมันก็ช่วยยืนยัน ด้วยอาการบางอย่างที่ฟ้องออกมาเห็นๆเมื่อตื่นมาตอนเช้า ก็คือรู้สึกว่าตาข้างซ้ายมันเคืองๆเหมือนหนักๆในลูกตา แต่ก็ไม่ได้หยุดสังเกตุอะไรมัน ตอนทาแป้งที่หน้าก็ทาในรถ มันก็ค่อนข้างมืด (ออกจากบ้านแต่เช้า) ก็คงธรรมดาที่ตามันจะมองอะไรไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว เราก็ขับไปทำงานตามปกติ จนกระทั่งได้มาหยุดส่องกระจกจริงๆตอนนั่งทำงานไปสักพักแล้วอยากจะซับหน้าน่ะแหละ ก็หยิบกระดาษซับมันมาและก็มองกระจก พอเห็นตาตัวเองเท่านั้นแหละ เฮ้ย เลือดออกๆ ก็ลูกตาเราอ่ะสิ ตรงที่เป็นตาขาวอ่ะ มันมีเลือดออก แต่ที่เราไม่ตกใจมากนัก เพราะตอนเรียนมัธยมเราก็เคยเป็นทีนึง ตอนนั้นหมอบอกว่าเพราะเราใช้สายตาเพ่งมากเกินไป ต้องหยุดพัก ห้ามอ่านอะไรแบบเพ่งๆนานๆ แล้วเด๋วเลือดมันจะหยุดเอง เออ เนี่ยแหละมันเป็นอีก เค้าเรียกว่าเส้นเลือดฝอยในตามันแตก มันจะแตกจากปลายๆลูกตาเรามั้งถ้าจำไม่ผิดแล้วมันจะไหลซึมเข้ามาเรื่อยๆใกล้ตาดำ เป็นปื้นๆ วันนี้ก็เลยว่าจะเล่นเน็ทให้น้อยลง แต่.. ยัง ยังจะมาอัพบล็อกอีก ไม่เจียมๆ..
......เพื่อนทหารที่อยู่ซูดาน หายไปจากชีวิตเราแล้ว ไม่มีการติดต่อส่ง EarMub เหมือนที่เคยสัญญากับเราไว้ ทั้งๆขอที่อยู่เราไป แล้วบอกว่าผมจะกลับเมืองไทยวันที่..... ไม่ลืมส่งให้แน่นอน อืม จนเค้ากลับมาเมืองไทย และจนกลับไปซูดานอีกรอบ เราก็ไม่เห็นว่าจะมีไรเกิดขึ้นเลย อืมมม ไม่เป็นไร เราคงเกิดมาเพื่อเจอเรื่องแบบนี้อยู่แล้วมั้ง Life Goes on….

Comments

]]>
Tue, 08 Sep 2009 20:22:22 +0700
ไม่รู้จะยังไง.... http://noop.nireblog.com/post/2009/08/29/aaaaaaaaacaaaa http://noop.nireblog.com/post/2009/08/29/aaaaaaaaacaaaa ....ตอนที่คุยกับพี่ชายก็ถามเค้าว่าอ่านบล็อกหนูมั่งป่าว ปรากฎพี่บอกจะอ่านยังไงอ่ะ ยกเลิกเน็ทไปแล้ว (เน็ทที่ทำงาน)ทีโอที สัญญาณมันไม่work อยู่บ้านก็ไม่ได้เล่น แถมไปฝึกตจว.หลายวันก็ไม่ได้เข้าเลย แหม๋ ได้ยินแล้วก็แอบดีใจ จริงๆ ไม่ได้พูดผิด แอบดีใจจริงๆ เพราะแสดงว่าจำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มในแต่ละวัน อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนกันเองอย่างพี่ฉันละวะ อิอิ คงจะเป็นคนนอกบ้าง แอบหวังๆ อิอิ

upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

....เมื่อคืนมีนัดไปกินข้าวกับพี่คนนึง ก็อ่ะนะ ฝืนเต็มที เพราะมันไปกันไม่ค่อยได้ ทั้งนิสัย สไตล์พูดคุย ร้านกินข้าว อะไรต่างๆ ไม่มีไรจูนได้เลย เซ็งหว่ะ พี่เค้าก็คงรู้สึกเหมือนกัน เบื่อ แห้วอีกแล้วกรู ไม่รู้จะทำบุญด้วยไรดีถึงจะเลิกแห้ว ความจริงตอนนี้เราก็มีหนุ่มคนนึงนะที่คุยอยู่ ก็น่ารักดีนะ แต่..หมดสิทธิ์คบ เค้าขอเป็นแฟนนะ เค้าถามว่า"นี่ๆ แขนเธอเป็นอะไรอ่ะ" เราก็งง ป่าวนี่ ไม่ได้เป็นไร "เป็นสิ" เค้าบอก "แขนเป็นฟอไง" (ขอเป็นแฟน กลับคำ) "ได้มั้ย" เราก็หัวเราะกลบเกลื่อน บอกว่าอ๋อที่นอนดึกเมื่อคืนคือนั่งคิดมุขนี้อยู่เหรอ เค้าก็หัวเราะชอบใจ สรุปยังไม่ตอบตกลงหรอก และก็คงเป็นไปไม่ได้ด้วย เพราะเค้ายังเด็กอ่ะ ทำงานแล้วแต่ก็กำลังเรียนหนังสือด้วย ก็โทรคุยกันบ่อยนะ แต่วันนี้ยังเลย สงสัยเค้าคงแขนเป็นฟอกับคนอื่นไปแระ

....จำต้นข้าวกันได้มั้ย จะบอกว่าเราไม่ได้ติดต่อเค้าอีกเลยตั้งแต่กลับจากอุบล ทั้งเอ็ม ทั้งเมลทั้งโทรศัพท์ ถอดใจทิ้งไปแล้ว ก็มีนะช่วงที่คิดถึงมากๆ เราก็เปิดเอ็มเบอร์ที่เคยใช้คุยกับต้นข้าว เพราะอยากเห็นหน้าเค้าตอนปัจจุบัน แต่เปิดแบบแกล้งออฟไลน์นะ เผื่อเค้าอยู่ แต่เราก็ไม่เคยเจอต้นข้าวออนเลย คือเราก็ไม่รู้ว่าเค้ายังเล่นอยู่รึป่าวนะ เพราะเราก็ไม่ค่อยได้เข้าเบอร์นี้หรอก นานๆคิดถึงมากๆถึงจะเข้าไปดู เผื่อเจออะไรประมาณนั้น วันนี้กลับมาจากไปข้างนอก ประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ เราก็นึกไงไม่รู้เปิดเอ็มเบอร์เก่า ก็เปิดแบบออฟไลน์เหมือนเดิมแหละ พอออนได้ปุ๊บ โอว..พระเจ้า มีคนสองคนออนอยู่ หนึ่งในนั้นคือต้นข้าว งง ตื่นเต้น ดีใจ มันอธิบายไม่ถูก แหม๋ ก็คนมันเคยรักอ่ะนะ แต่..อย่างที่บอกว่าเราตัดใจไปเยอะแล้ว เราเลยนั่งมองเฉยๆอยู่อย่างนั้น ไม่คลิกเข้าไปคุย เค้าก็ไม่รู้หรอกว่าเราออน อืมม ต้นข้าวยังใช้รูปเดิม ที่ดีใจอีกอย่างคือ เค้าไม่เคยบล็อกเรา ถึงจะทะเลาะกันยังไง เท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยบล็อกเรานะ ก็ยังรู้สึกดีอยู่บ้าง

....เราก็เปิดเอ็มทิ้งไว้ ลงไปซักผ้าเอาผ้าไปตาก ก็เกือบชั่วโมงแหละ ขึ้นมาอีกที ก็ยังเห็นต้นข้าวออนอยู่ วินาทีนั้น เรากลับคิดขึ้นมาว่า จะมามัวออฟไลน์ซ่อนมันทำไมวะ ในเมื่อเราไม่ได้ทำไรผิด ก็เปิดมันไปเลย มันไม่ทักก็ช่างมัน กรูตัดใจไปแล้วนี่หว่า คิดได้ยังงี้ปุ๊บ เราก็เลิกเป็นอีแอบทันที กลายเป็นนางสาวสว่างจิตร์ อิอิ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พอเอ็มเป็นสีเขียวปุ๊บ ต้นข้าวก็ทักทันที แต่..ไม่ได้เรียกชื่อเรานะ ต้นข้าวมาแปลก เรียกเราว่า น้อง"...." (คือเรียกตามคำภาษาอังกฤษที่เราเขียนโชว์ไว้บนเอ็มเราน่ะ) เราก็งงๆนะ ก็เราใช้คำนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว และต้นข้าวก็รู้แล้วว่าชื่อจริงๆเราคืออะไร แต่ก็ยังทำเป็นว่าทักเราว่าเราเป็นน้องคนนึงที่ชื่อภาษาอังกฤษนั้น ไม่รู้เค้าจะเล่นอะไรของเค้า

....เราก็เลยแกล้งมั่ง บอกไปว่าใช่ค่ะ น้อง"..." เอง ที่ตลกกว่านั้นก็คือ รูปในเอ็มอ่ะ เราก็ไม่ทันได้เปลี่ยน มันเป็นรูปที่เราถ่ายที่ผาแต้มตอนไปอุบล ต้นข้าวก็ใสซื่อมาก ถามว่าน้องมาอุบลเมื่อไหร่ โห..รูปก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นเรา ยังจามาน้อง... เลยตอบไปว่า อ๋อ ไปหลายปีแล้วค่ะ จำไม่ได้ อิอิ ที่แท้เจอกันเดือนมิถุนานี้เอง จากนั้นก็คุยกันต่อแป๊บนึง แต่เรากลัวนะ กลัวจะอดใจไม่ได้ เพราะอุตส่าห์เพียรมานานที่จะเลิกรักเค้า เราเลยเป็นฝ่ายตัดบทสนทนาแบบไม่มีปี่ขลุ่ยว่า ยังไงก็ขอให้พี่โชคดีนะคะ แล้วว่างๆคุยกันใหม่ ก็ปิดเอ็มเลย ยอมเสียมารยาท เพราะกลัวสองอย่าง อย่างแรกกลัวคุยนานๆต้นข้าวจะพูดไม่ดีอะไรออกมา เพราะเป็นคนเด๋วดีเด๋วร้าย อย่างที่สองกลัวจะเสียความอดทนในการห้ามใจที่อุตส่าห์ฝึกมานาน upload bluegy อัพโหลด รูป file เพลง

.....เรามาเปิดเอ็มดูอีกทีตอนเย็น เจอต้นข้าวฝากข้อความไว้ ตอนแรกที่มันป๊อบอัพมานึกว่าเป็นข้อความด่าฝากเพราะเราชิงออฟไลน์หนีไปก่อน แต่ที่แท้..เป็นเบอร์โทรศัพท์ เบอร์ใหม่(ที่เท่าไหร่ไม่รู้) ของต้นข้าว บอกให้เราโทรไปหา เล่นแผนนี้ ไม่รู้จะมีอะไรแกล้งเราอีก รู้งี้ปล้ำตั้งแต่อยู่อุบลแล้ว เพราะถ้าต้นข้าวตกเป็นของเราคงไม่กล้าตุกติก อิอิ อันนี้พูดเล่นนะ อย่าคิดจริงล่ะ...

Comments

]]>
Sat, 29 Aug 2009 19:38:02 +0700
พี่ยังอยู่.... http://noop.nireblog.com/post/2009/08/27/%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88 http://noop.nireblog.com/post/2009/08/27/%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88 ....เหมือนเดิม ชีวิตเรา พอเริ่มจะมีความหวัง เจอใครที่พอจะคบได้บ้าง ก็ต้องมีปัจจัยโน่นนี่มาทำให้คบต่อไม่ได้ เป็นอย่างนี้ทุกที เบื่อหน่าย เราเซ็งจริงๆนะ มันเกิดขึ้นบ่อยมาก จนเกินลิมิตที่จะคิดว่ามันเป็นแค่อุปทานแล้ว แต่ควรจะเรียกว่าเป็นข้อมูลสถิติเลยดีกว่า เพราะเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดกับเรา ไม่ใช่เรื่องที่คิดเอาเอง จุดเริ่มอาจจะแตกต่างกัน แต่จุดจบคือเลิกทุกครั้ง ขอย้ำว่าทุกครั้ง พิสูจน์ได้เพราะมันสามารถจดบันทึกจำนวนสถิติที่เกิดได้เลย แค่ขอให้มีเวลานับย้อนเท่านั้นเอง

....ตอนเย็นเมื่อวานเราก็เซ็งโคตรแหละ เพราะเรื่องเพิ่งจะเริ่มแต่ก็ทำท่าจะจบเหมือนทุกครั้งอีกแล้ว ก็เศร้านะ แต่หมดใจ โทรหาพี่สาว ไม่ว่าง ติดประชุม เราก็จบเลย ไม่คิดโทรหาใครอีกแล้ว อยู่กับความสับสนในใจของตัวเองไปเรื่อยๆ เด๋วมันคงนิ่งได้ คิดว่างั้น แต่..ขณะนั่งเงียบๆนั่นเอง มือถือก็ดังขึ้นมา ตกใจ รีบยกขึ้นมาดู โอ..พี่ชายเราเอง ดีใจมาก ไม่รู้สิ ดีใจมากจริงๆ คือมันเหมือนกับว่า ลึกๆแล้วใจมันก็อยากหาใครสักคนพูดคุย คอยเป็นเพื่อนฟังเรื่องราว แต่ด้วยความที่โรคจิต ต้องการทรมานตัวเองนิดๆ เลยไม่ยอมโทรหาใคร อีกอย่างนึง ความรู้สึกของเรามันบอกว่า การต้องคอยโทรหาคนอื่นเพื่ออยากให้เค้าเยียวยาหัวใจ กับการที่ใครสักคนเค้าโทรเข้ามาหาเราเอง เราว่าอย่างหลังจะทำให้มีกำลังใจได้ดีกว่านะ และครั้งนี้ก็ต้องยกให้พี่เราเป็นพระเอก เข้ามาช่วยน้องทันเวลาพอดี เลยเล่าเรื่องราวให้พี่ฟัง พี่เราเพิ่งกลับจากไปคุมฝึกที่เมืองกาญจน์ ฝึกทหารอ่ะ แต่เราจำไม่ได้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร หนูขอบคุณมากเลยนะที่เป็นห่วงหนู..

....เย็นนั้นเลยได้คุยกับพี่แบบที่อยากจะคุย และตอนกลางคืนเปิดเอ็มก็ได้คุยกับน้องวิดวะ น้องก็อัพเดทว่า ตอนนี้ผมโสดแล้วครับพี่ ดูอารมณ์ดีจัง แต่คุยได้ไม่นานฝนตกหนัก ฟ้าก็แร๊งแรง เราเลยต้องปิดคอมพ์ เปลี่ยนมานอนอ่านหนังสือจนหลับไปเลย...

Comments

]]>
Thu, 27 Aug 2009 22:26:10 +0700